“แก้วตา” เอาจริง! เข้าให้ปากคำตำรวจ เดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาท-ปล่อยข้อมูลเท็จบนโลกออนไลน์
“แก้วตา” เอาจริง! เข้าให้ปากคำตำรวจ เดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาท-ปล่อยข้อมูลเท็จบนโลกออนไลน์ ประกาศลั่นไม่ทนอีกต่อไป ชี้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ
วันที่ 6 มิ.ย. 2569 แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ดิฉันเดินทางมาให้คำให้การต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลกับ ทนายพรรค เม่นบางผึ้ง STP Inter Law เพื่อดำเนินคดีในกรณีการหมิ่นประมาท ใส่ร้ายป้ายสี และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จบนสื่อออนไลน์
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดิฉันอดทนมานานในฐานะนักการเมือง และเข้าใจดีว่าผู้ทำงานสาธารณะย่อมต้องเปิดรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน แต่การวิพากษ์วิจารณ์ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การแต่งเรื่อง กล่าวหาลอย ๆ บิดเบือนข้อมูล หรือทำลายชื่อเสียงและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ดิฉันเดินทางมาให้คำให้การต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลกับ ทนายพรรค เม่นบางผึ้ง STP Inter Law เพื่อดำเนินคดีในกรณีการหมิ่นประมาท ใส่ร้ายป้ายสี และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จบนสื่อออนไลน์
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดิฉันอดทนมานานในฐานะนักการเมือง และเข้าใจดีว่าผู้ทำงานสาธารณะย่อมต้องเปิดรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน แต่การวิพากษ์วิจารณ์ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การแต่งเรื่อง กล่าวหาลอย ๆ บิดเบือนข้อมูล หรือทำลายชื่อเสียงและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
ที่ผ่านมา ดิฉันเลือกที่จะนิ่ง อดทน และไม่ตอบโต้ เพราะไม่อยากให้สังคมการเมืองจมอยู่กับการทำลายกันด้วยข่าวลือ แต่เมื่อการกระทำเหล่านี้ล้ำเส้นไปสู่การหมิ่นประมาท การใส่ร้ายป้ายสี และการทำให้ประชาชนเข้าใจผิด จนกระทบต่อชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และการทำงาน ดิฉันจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องตนเอง
การดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่การปิดปากประชาชน ไม่ใช่การห้ามวิจารณ์ และไม่ใช่การทำให้ใครหวาดกลัวต่อการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่เป็นการยืนยันว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ และไม่มีใครควรถูกทำลายด้วยคำโกหก ข่าวลือ หรือการปั่นกระแสออนไลน์โดยไร้ความรับผิดชอบ
ดิฉันขอยืนยันว่า จากวันนี้เป็นต้นไป ดิฉันจะไม่ทนอีกต่อไปกับการหมิ่นประมาท ใส่ร้าย และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์บนโลกออนไลน์
ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ดิฉันมีสิทธิปกป้องชื่อเสียง ครอบครัว และความจริงของตัวเองเช่นเดียวกับทุกคน
ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับฟังคำให้การอย่างครบถ้วน และขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ดิฉันเสม