ตำรวจไซเบอร์-กสทช. บุกค้น 2 จุดชายแดนไทย-มาเลเซีย ยึดอุปกรณ์กระจายสัญญาณเถื่อนตัดวงจรแก๊งสแกมเมอร์
วานนี้ (5 มิถุนายน) จากนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ท. สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และ พล.ต.ต. ศิลา กาญจน์รักษ์ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (ผบก.สอท.5) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดเร่งรัดสืบสวนหาข่าวเชิงรุก
กระทั่งกองกำกับการ 2 บก.สอท.5 ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตรวจพบเบาะแสการลักลอบติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมผิดกฎหมาย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดของกลุ่มขบวนการสแกมเมอร์ บริเวณพื้นที่แนวชายแดนประเทศไทย-มาเลเซีย
ต่อมา กองกำกับการ 2 บก.สอท.5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ กสทช. ภาค 4 และ กสทช. เขต 41 นำหมายค้นเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายใกล้แนวชายแดนในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จำนวน 2 จุด ประกอบด้วย
จุดที่ 1: อาคารโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนกาญจนรุจี 2 หมู่ 7 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จากการตรวจสอบบริเวณดาดฟ้า (ชั้น 8) พบการติดตั้งสายอากาศซึ่งเป็นอุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น จำนวน 3 ต้น โดยมีการเชื่อมโยงสายนำสัญญาณลงมายังชั้น 6 และชั้น 3 เพื่อต่อเข้ากับเครื่องวิทยุคมนาคม รุ่น TD-9566G5M RF Repeater และรุ่น Q-99990 GSM ซึ่งอยู่ในลักษณะปิดการใช้งาน
ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวถูกตั้งค่าเพื่อกระจายสัญญาณเข้าสู่สายอากาศภายในอาคารจำนวน 20 ต้น หลากหลายยี่ห้อ (อาทิ AnnAtec รุ่น DXD-mboVooNN) โดยกระจายการติดตั้งครอบคลุมพื้นที่ 7 ชั้นของอาคาร
จุดที่ 2: อาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง บริเวณถนนกาญจนรุจี 3 หมู่ 7 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา เจ้าหน้าที่ตรวจพบการติดตั้งสายอากาศบนดาดฟ้า (ชั้น 10) จำนวน 3 ต้น พร้อมสายนำสัญญาณที่เชื่อมโยงลงมายังชั้น 6 ต่อเข้ากับเครื่องขยายสัญญาณภายในอาคารจำนวน 7 ต้น นอกจากนี้ยังพบการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องวิทยุคมนาคมประเภท RF Repeater GSM/9G และ GSM3G Repeater รวมจำนวน 4 เครื่อง ซึ่งอยู่ในลักษณะปิดการใช้งานเช่นเดียวกัน
เบื้องต้นชุดปฏิบัติการร่วมได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมและเครื่องขยายสัญญาณทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 แห่ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนขยายผลทางเทคนิคเพื่อหาความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้กระทำความผิด และนายทุนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป