โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดตายรัฐบาลสีน้ำเงิน ไม่ใช่เสียงในสภา แต่คือผลประโยชน์ทับซ้อน!

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

วันนี้ใครๆ ก็พูดกันว่ารัฐบาลสีน้ำเงินเป็นรัฐบาลที่แข็งแกร่งมาก

แข็งแกร่งทั้งในสภาล่าง สภาสูง องค์กรอิสระ มีเครือข่ายบ้านใหญ่ทางการเมือง มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจในระบบราชการ และมีเครือข่ายทุนที่เชื่อมโยงกับการเมืองมาอย่างยาวนาน

เป็นรัฐบาลที่ดูเหมือนจะมีอำนาจอยู่ในมือแทบทุกทิศทุกทาง

เมื่อมีอำนาจมาก ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรตัวเองได้ง่ายๆ เลยยิ่งอยู่ยิ่งเหิมเกริม!

ถึงกระนั้น ก็อยากจะชี้ให้เห็นว่า ต่อให้รัฐบาลนี้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีจุดอ่อน

และจุดอ่อนที่สำคัญที่สุด คือคำว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน!”

ไม่ใช่แค่เรื่องการทุจริตแบบเอาเงินหลวงเข้ากระเป๋า แต่เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบให้ลึกไปถึงการออกแบบนโยบายของรัฐบาล ว่านโยบายเหล่านั้น ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะจริงๆ หรือมีใครบางกลุ่มได้ประโยชน์เป็นพิเศษจากนโยบายเหล่านั้น

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ ก็ต้องแบ่งเป็น สองชั้น

ชั้นแรก คือผลประโยชน์ทางการเมือง

นั่นคือการใช้นโยบายรัฐเพื่อสร้างฐานเสียง วางเครือข่าย และรักษาอำนาจทางการเมือง

ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่มุ่งกระจายตำแหน่ง กระจายงบประมาณ หรือโครงการจ้างบุคลากรจำนวนมากทั่วประเทศ อย่างที่มีการพูดถึงโครงการพยาบาลอาสา ซึ่งมีข้อเสนอเรื่องค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท แต่คัดเลือกโดยการสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว

คำถามก็คือ โครงการเหล่านี้ออกแบบจากความต้องการของระบบสาธารณสุขจริงๆ หรือไม่ มีการประเมินภาระงบประมาณ และความจำเป็นของตำแหน่งงานอย่างไร และมีหลักประกันอะไรว่า ไม่ได้กลายเป็นเครื่องมือสร้างฐานเสียงทางการเมือง?

เช่นเดียวกับปัญหาการทุจริตสอบบรรจุบุคลากรท้องถิ่น ที่สังคมต้องการเห็นการตรวจสอบให้ถึงต้นตอว่า ใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนได้ประโยชน์ และมีเครือข่ายทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

เพราะมีข้อมูลว่า นอกจากกลุ่มที่ต้องเสียเงินเพื่อให้ได้รับการบรรจุแล้วยังมี กลุ่มที่เป็นโควตาของบรรดาบ้านใหญ่ และหัวคะแนน ที่ได้ตั๋วฟรี หรือ ตีตั๋วเด็ก

นี่คือการใช้อำนาจรัฐ เพื่อสร้างเครือข่ายทางการเมือง ที่ต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน

แต่ชั้นที่สอง ซึ่งคิดว่าอันตรายยิ่งกว่า คือผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจ และผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน

โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน!

ลองดูเรื่องน้ำมัน เรื่องค่าไฟฟ้า และนโยบายเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด

คำถามสำคัญ คือ ใครเป็นคนกำหนดนโยบาย ใครเป็นคนได้ประโยชน์จากโครงสร้างพลังงาน ใครได้สัญญา ใครได้โควตา ใครเป็นผู้ลงทุน และใครเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย ในท้ายที่สุด

เพราะเรื่องพลังงานไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่มันเป็นธุรกิจที่มีเงินมหาศาล และนโยบายของรัฐบาลเพียงนโยบายเดียวสามารถสร้าง หรือเปลี่ยนแปลงผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับเอกชนได้อย่างมากมาย

ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดยังมีเรื่องการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยอ้างเหตุผลเรื่องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

จึงอยากให้สังคมร่วมกันจับตาเรื่องนี้เป็นพิเศษ

โดยเฉพาะโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน

เงินกู้ก้อนมหาศาลที่อ้างว่าจะนำมาสร้างเศรษฐกิจสีเขียว จะกระจายประโยชน์ไปถึงประชาชนจริงๆ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่เปิดทางให้กลุ่มทุนพลังงานและผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามารับประโยชน์กันแน่ ?

ใครเป็นคนกำหนดเงื่อนไข ใครเป็นผู้ผลิต ใครเป็นผู้ติดตั้ง ใครเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ และใครจะเป็นผู้ได้รับสัญญาจากโครงการเหล่านี้ ?

ประชาชนได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือประชาชนเป็นเพียงผู้รับภาระหนี้ ขณะที่ผลประโยชน์ทางธุรกิจไปตกอยู่กับคนกลุ่มเดิมๆ

นี่คือสิ่งที่ประชาชน สังคม และนักการเมืองฝ่ายค้าน ต้องร่วมกันตรวจสอบ

ว่ากระบวนการทั้งหมดโปร่งใสหรือไม่ มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือไม่ และคนที่มีอำนาจกำหนดนโยบายมีความสัมพันธ์ หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายเหล่านั้นหรือไม่

นี่แหละคือจุดที่ฝ่ายค้าน ต้องขุดให้ลึก!

รัฐบาลอาจมีเสียงข้างมากในสภา อาจมีเครือข่ายทางการเมืองที่เข้มแข็ง อาจมีอำนาจต่อรองกับกลุ่มต่างๆ มากมาย

แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คือ การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์จากการใช้อำนาจรัฐ

เพราะสุดท้ายแล้ว รัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหน ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนเสียงในสภา

แต่วัดกันด้วยว่า เงินภาษีและเงินกู้ของประเทศ ถูกนำไปใช้เพื่อประชาชน หรือถูกออกแบบให้คนบางกลุ่มได้ประโยชน์กันแน่

รัฐบาลอาจคุมเกมการเมืองได้ แต่จะคุมคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ได้ตลอดไป!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...