ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย
การบริจาคเลือด แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ดี ว่าเป็นสิ่งที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างทันท่วงที เพราะเลือด เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญในการใช้รักษาและยื้อชีวิตผู้ป่วย เพราะในปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่สามารถคิดค้นสิ่งใดมาใช้ทดแทน จึงจำเป็นต้องมีการรับบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า ทำไมเราถึงเห็นข่าวคลังเลือดขาดแคลนอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ก็เห็นคนไปบริจาคอย่างต่อเนื่อง และ การเดินทางของเลือด เมื่อเราบริจาคเลือดแล้ว มีการเดินทางอย่างไร ? กว่าจะถึงผู้ป่วยที่รอการรักษา
คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต คนมีโรคประจำตัวให้เลือดได้หรือไม่?
เทคนิคเลือกอาหารช่วยบำรุงเลือด ธาตุเหล็กสูง พร้อมบริจาคโลหิต
การบริจาคเลือดคืออะไร?
การบริจาคเลือด คือ การสละเลือดส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาค โดยสามารถบริจาคเลือดได้ทุก 3 เดือน เมื่อบริจาคเลือดออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาทดแทน ทำให้มีปริมาณเลือดในร่างกายเท่าเดิม หากไม่ได้บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดเลือดที่สลายตัวเพราะหมดอายุ ทั้งนี้ กระบวนการในการบริจาคเลือดตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนจนบริจาคเลือดเสร็จสิ้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเลือกเจาะเลือดที่เส้นเลือดดำบริเวณแขน แล้วเก็บเลือดบรรจุในถุงพลาสติก (BLOOD BAG) ประมาณ 350-450 มิลลิลิตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้บริจาค และรู้หรือไม่ ?
บริจาคเลือด 1 ถุง ช่วยผู้ป่วยได้อย่างน้อย 3 ชีวิต
สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาด้วยการรับเลือดต่อเนื่องตลอดชีวิตกว่า 23 % และอีก 77 % สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุเพื่อใช้ในการผ่าตัด ซึ่งมักจะเป็นการใช้เลือดในปริมาณมากและเร่งด่วน รวมถึงโรคนานาชนิด ซึ่งเมื่อมีการรับบริจาคมาแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการปั่นแยก เพื่อตรวจหาหมู่เลือด คัดกรองแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดง ตรวจหาเชื้อโรคที่ผ่านการให้เลือด อาทิ HIV ,ไวรัสตับอักเสบ,เชื้อซิฟิลิส จากนั้นจะแยกส่วนประกอบเลือดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
3 ส่วนประกอบเลือด
เกล็ดเลือด นำไปรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โรคไข้เลือดออก มะเร็งเม็ดเลือดขาว
เม็ดเลือดแดง นำไปรักษาผู้ป่วยโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดจากการ ผ่าตัดหัวใจ อุบัติเหตุ ตกเลือดจากการคลอดบุตร
พลาสมา นำไปรักษาผู้ที่มีอาการช็อกจากการขาดน้ำ ผลิตเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เลือด 3 ชนิด ได้แก่
แฟกเตอร์ 8 (Factor VIII) รักษา โรคฮีโมฟีเลีย
- อิมมูโนโกลบูลิน (IVIG) รักษาโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง
- อัลบูมิน (Albumin) รักษาไฟไหม้น้ำร้อนลวก และโรคตับ
อายุของเลือด
- เกล็ดเลือด เก็บได้นาน 5 วัน
- เม็ดเลือดแดง เก็บได้ 35-42 วัน
- พลาสมา 1 ถุง เก็บได้นาน 1 ปี
การเก็บรักษาจะอยู่ภายใต้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก(WHO) ซึ่งจะเห็นได้ว่าอายุของเกล็ดเลือดนั้นอยู่ได้นานเพียง 5 วันเท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการขาดแคลนเลือด
เมื่อบริจาคเลือดแล้ว เลือดของเราเดินทางอย่างไร
- โรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขอใช้เลือด จะเบิกเลือดมาทาง Fax หรือ Email
- ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ พิจารณาจำนวนเลือดที่พร้อมจ่ายคงคลัง
- หากมีปริมาณเพียงพอ จะจัดสรรให้กับโรงพยาบาลได้ตามจำนวนที่ต้องการ
- หากมีปริมาณน้อย จะใช้วิธีเฉลี่ยและจัดสรรให้โรงพยาบาลตามความเหมาะสม เร่งด่วน
- เมื่อถึงโรงพยาบาลปลายทาง จะดำเนินการตรวจสอบความเข้ากันของเลือดก่อนส่งต่อให้กับผู้ป่วยตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ จะมีภาคบริการเลือดแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดย แต่ละภาค จะกำกับดูแลภายในจังหวัด หากโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ จะขอเบิกเลือดเข้ามาที่ตัวเองสังกัดก่อน หากเลือดไม่พอสามารถส่งเรื่องเพื่อขอเบิกเลือดจากส่วนกลางได้ตามขั้นตอน
ความถี่การบริจาคเลือดในไทย
ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยสถิติความถี่การบริจาคเลือดทั่วประเทศ ปี พ.ศ. 2566 จากจำนวนผู้บริจาคเลือดทั้งหมด 1,606,743 คน
- ผู้บริจาคเลือดปีละ 1 ครั้ง มีปริมาณมากถึง 1,057,894 คน คิดเป็นร้อยละ 65.84
- ผู้บริจาคเลือดปีละ 2 ครั้ง จำนวน 313,029 คน คิดเป็นร้อยละ 19.48
- บริจาคเลือดปีละ 3 ครั้ง จำนวน 156,052 คน คิดเป็นร้อยละ 9.71
- ผู้บริจาคเลือดปีละ 4 ครั้ง มีจำนวนเพียง 73,770 คน คิดเป็นร้อยละ 4.59
ซึ่งหาก มีผู้บริจาคเลือดบริจาคทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งเพิ่มมากขึ้น จะทำให้มีเลือดที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอตลอดปี ปัจจุบันศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ รายงานว่า สามารถจ่ายเลือดได้เพียง 44% ของความต้องการเฉลี่ยวันละ 7,305 ยูนิตเท่านั้น
บริจาคแล้วทำไมเลือดถึงขาดแคลนตลอด
ปัญหาการขาดแคลนเลือดในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและบางครั้งถึงขั้นวิกฤติ สภากาชาดไทย ต้องเรียกร้องให้มีการบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก
- ความต้องการเลือดมีปริมาณสูง สำหรับการรักษาผู้ป่วยทั้งในกรณีฉุกเฉิน การผ่าตัด โดยเฉพาะช่วงเทศกาล รวมไปถึงโรคเรื้อรังที่ต้องรับเลือดอยู่เสมอเป็นประจำ ทำให้เลือดที่ได้รับบริจาคมาจะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว
- อายุของเลือดที่มีจำกัด โดยเฉพาะเกล็ดเลือดที่เก็บไว้เพียง 5 วัน
- ปัจจัยจากพฤติกรรมการบริจาคที่ไม่สม่ำเสมอ จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่า มีผู้บริจาค 1 ครั้งต่อปีมากกว่าผู้บริจาคกลุ่มอื่น
- สุขภาพของผู้เข้าบริจาค ที่ไม่เอื้อต่อการส่งต่อเลือด
- เลือดบางหมู่ขาดแคลน โดยเฉพาะหมู่เลือดที่มีผู้บริจาคน้อย หรือหมู่เลือดพิเศษ Rh-negative
ข้อดีการบริจาคเลือด ส่งต่อชีวิต เสริมสร้างสุขภาพ
- ร่างกายแข็งแรง ซ้ำยังทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงตามมาอีกด้วย
- ผิวดี หน้าใส การบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น หุ่นเพรียวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
- ห่างไกลมะเร็ง ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริจาคเลือดมีแนวโน้มจะมีอายุยืน หรือมีโอกาสตายจากโรคต่างๆ น้อยกว่าผู้ที่ไม่บริจาคเลือด นอกจากนี้การบริจาคเลือดมีส่วนลดความเสี่ยงจากมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งคอหอย ในผู้บริจาคเลือด
- จิตใจดี รู้สึกดี การบริจาคเลือด จะให้ความรู้สึกดี ความรู้สึกว่าเป็นผู้ให้ ได้ทำทาน ได้ช่วยชีวิตคน ทำให้เรารู้สึกสุขใจเพราะได้ช่วยชีวิตผู้อื่นด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่ง เป็นการต่อชีวิตที่ส่งผลให้ใครหลายๆ คน มีชีวิตรอดปลอดภัย
- ลดความเสี่ยงของภาวะหลอดเลือดแดงตีบ มีการวิจัยพบว่าการเจาะเลือดออกเป็นประจำ จะช่วยลดความดันเลือด ลดระดับน้ำตาล และ ทำให้สัดส่วนไขมันดีต่อไขมันไม่ดี ดีขึ้น ในคนที่มีกลุ่มอาการทางเมตาโบลิก ซึ่งจะมีความดันสูง น้ำตาลสูง และ ไขมันสูง
- ได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก 3 เดือน เช่น การวัดความดันเลือด การตรวจภาวะเลือดจาง
- ได้ตรวจสุขภาพไปในตัว ผู้ที่บริจาคเลือดจำเป็นต้องปฎิบัติตัว โดยงดเว้นพฤติกรรมเสี่ยงต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี, ไวรัสตับอีกเสบ ซี, ซิฟิลิส และเอดส์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้บริจาคเอง
- การตรวจสารเคมีในเลือด (บริการตรวจให้ปีละ 1 ครั้ง) แจ้งความจำนงที่แพทย์ผู้ตรวจวัดความดันเลือด
จะเห็นได้ว่าการบริจาคเลือดนอกจากจะเป็นการส่งต่อชีวิตเป็นการทำบุญอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ซึ่งสามารถบริจาคได้ทุก 3 เดือน หรือ 4 ครั้งต่อปี
ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคเลือดได้ที่
- ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์
- ภาคบริการเลือดแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ
- หน่วยรับบริจาคเลือดประจำที่ Fixed Station 7 แห่ง
ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com