โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รวบ 17 เขมรคาชายแดนสระแก้วลอบเข้าไทย ยอมจ่ายหัวละ 8,000 มุ่งหน้าชลบุรี

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กองกำลังบูรพาล็อกตัว 17 แรงงานเขมรหนีเข้าไทย จ่ายค่านำพาคนละ 8,000 บาท ปล่อยนั่งรอทุ่งนา 12 ชม.ก่อนถูกลอยแพชี้ทางให้เดินเอง หวังไปทำงานที่ชลบุรี

กองกำลังบูรพาล็อกตัว 17 แรงงานเขมรหนีเข้าไทย จ่ายค่านำพาคนละ 8,000 บาท ปล่อยนั่งรอทุ่งนา 12 ชม.ก่อนถูกลอยแพชี้ทางให้เดินเอง หวังไปทำงานที่ชลบุรี

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง สนธิกำลังหลายหน่วยงานลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา สามารถจับกุมชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้จำนวน 17 คน พร้อมเด็กติดตามอีก 2 คน ขณะเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว

เบื้องต้นทั้งหมดรับสารภาพว่าต้องการเดินทางเข้าไปทำงานรับจ้างก่อสร้างในจังหวัดชลบุรี โดยเสียค่านำพาให้กับขบวนการลักลอบเข้าเมืองคนละ 8,000 บาท

กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ชุดควบคุมทหารพรานที่ 12 ร้อยทหารพราน 1205 ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 1 กองกำลังบูรพา, ชุดข่าวกรองทางทหาร กองกำลังบูรพา, หน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 11 และชุดควบคุมการลาดตระเวนของหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจและสกัดกั้นการลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเท้ามาตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างจุดตรวจการณ์ ส.44 และจุดตรวจการณ์ อ.01 บริเวณบ้านศิลารัตน์พัฒนา ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงได้แสดงตัวและเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นชาวกัมพูชาจำนวน 17 คน ประกอบด้วยชาย 7 คน หญิง 8 คน และเด็กติดตามอีก 2 คน ได้แก่ เด็กชายอายุ 7 เดือน และเด็กหญิงอายุ 5 ปี ทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทางหรือเอกสารประจำตัวที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลรุนลา อำเภอบานอน จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา และเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยความหวังที่จะหางานรับจ้างก่อสร้างทำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังได้รับการชักชวนจากเพื่อนชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยก่อนหน้านี้ โดยอ้างว่าสามารถหางานให้ได้และจะได้รับค่าจ้างวันละประมาณ 400 บาท

จากคำให้การของกลุ่มแรงงานระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. พวกตนได้เดินทางออกจากที่พักในจังหวัดพระตะบอง โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคลสีดำ ซึ่งไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาส่งบริเวณพื้นที่ใกล้ชายแดนในเขตบ้านอ่างศิลาแขมร์ ประเทศกัมพูชา ก่อนจะพักรออยู่ในบริเวณทุ่งนาเป็นเวลานานกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อรอผู้นำพามารับ

กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน 2569 มีผู้นำพาชาวกัมพูชาจำนวน 2 คน เดินทางมารับและนำกลุ่มแรงงานเดินเท้าลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่บ้านอ่างศิลา ซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในเขตรอยต่อระหว่างจุดตรวจการณ์ ส.41 และจุดตรวจการณ์ อ.01 ก่อนจะชี้เส้นทางให้เดินต่อเข้าไปในพื้นที่ประเทศไทยด้วยตนเอง

ผู้ถูกจับกุมยอมรับว่าได้จ่ายเงินค่านำพาให้กับขบวนการลักลอบเข้าเมืองในอัตราคนละ 8,000 บาท เพื่อให้พาเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เดินเท้าเข้ามาภายในเขตประเทศไทย เจ้าหน้าที่ทหารพรานซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจอยู่ในพื้นที่ ได้ตรวจพบและเข้าควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ขณะที่ผู้นำพาอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวชาวกัมพูชาทั้ง 17 คน พร้อมเด็กติดตามอีก 2 คน มายังกองร้อยทหารพรานที่ 1205 เพื่อดำเนินการสอบสวนและจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโคกสูง ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมทั้งขยายผลสืบสวนหาตัวผู้ร่วมขบวนการและผู้นำพาที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...