รัสเซียถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่
มอสโก 29 ส.ค. – รัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ถล่มกรุงเคียฟ ของยูเครน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย อาคารสำนักงานสหภาพยุโรปและอังกฤษได้รับความเสียหาย ทำให้อียูและอังกฤษต้องเรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อแสดงความไม่พอใจ
กรุงเคียฟ ถูกถล่มอย่างหนักตลอดคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น จากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของรัสเซียนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเต็มรูปแบบ กองทัพอากาศยูเครน แถลงว่า รัสเซียได้โจมตีทางอากาศใส่ยูเครนตลอดคืนด้วยอาวุธจำนวน 629 รายการ ประกอบด้วยโดรน 598 ลำ และขีปนาวุธ 31 ลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย รวมถึงเด็ก 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบ อาคารหลายหลังพังเสียหาย รวมถึงอาคารสำนักงานของตัวแทนสหภาพยุโรป หรืออียู ประจำกรุงคียฟ และสำนักงานบริติชเคานซิล ของสหราชอาณาจักร ได้รับความเสียหาย ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดของรัสเซียทั้งต่อกรุงเคียฟและต่อยูเครนทั้งหมด
ทางการยูเครนระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยคนถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุในหลายพื้นที่ รวมถึงอาคารสำนักงานของตัวแทนอียูประจำยูเครน ซึ่งมีฐานอยู่ในกรุงเคียฟมาตั้งแต่ปี 2536 มีภารกิจส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างยูเครนกับสหภาพยุโรป รวมถึงภารกิจอื่น ๆ ด้วย
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โพสต์ผ่านแอปพลิเคชันเอ็กซ์ ประณามการโจมตีครั้งนี้ ว่าเป็นการสังหารประชาชนอย่างโหดเหี้ยมและจงใจ ขีปนาวุธและโดรนโจมตีของรัสเซียในวันนี้ เป็นคำตอบที่ชัดเจนต่อทุกคนในโลก ที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงและเจรจาทางการทูตอย่างแท้จริงตลอดหลายสัปดาห์และหลายเดือนที่ผ่านมา
ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า เป้าหมายของการโจมตีคือสถานประกอบการด้านอุตสาหกรรมการทหาร และฐานทัพอากาศของยูเครน โดยใช้อาวุธความแม่นยำสูง ขณะที่ ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียยังคงสนใจเรื่องการเจรจาสันติภาพ แต่เน้นย้ำว่าปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
การโจมตีกรุงเคียฟโดยรัสเซียครั้งนี้ ซึ่งส่งผลให้อาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของอียูและอังกฤษเสียหาย สร้างความไม่พอใจให้ทั้งอียูและอังกฤษ มีการเรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงบรัสเซลส์และลอนดอนเข้าพบเพื่อแสดงความไม่พอใจ อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์นี้ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ โดยกล่าวว่าเป็น เครื่องเตือนใจที่โหดร้ายอีกครั้งถึงเหตุการณ์ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ารัสเซียจะไม่หยุดยั้งในการก่อการร้ายต่อยูเครน ฆ่าประชาชนอย่างไม่เลือกหน้า ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก รวมถึงยังกล้าโจมตีเป้าหมายสหภาพยุโรปด้วย เธอได้พูดคุยกับทั้งประธานาธิบดีเซเลนสกี และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ภายหลังเหตุโจมตี พร้อมกล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียต้องมานั่งเจรจาบนโต๊ะเจรจา.-815.-สำนักข่าวไทย