Business Today Thai Politics 10 สิงหาคม 2569
“อนุทิน” ลั่นดำเนินคดี “ฉลอง” เต็มที่ไม่มีข้อยกเว้น
ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี วันนี้ 10 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ถูกกล่าวหาก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิตว่า ต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทราบว่าพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวแล้ว ส่วนการทำคดีจะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยหนึ่งในข้อกล่าวหาต้องมีเรื่องการพกพาอาวุธปืน ตามที่ตนเคยกล่าวไว้ในช่วงเช้าว่า การพกพาอาวุธปืน แม้เป็นปืนมีทะเบียน ก็ไม่สามารถกระทำได้
เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาเป็นอดีตนักการเมืองด้วย นายอนุทินส่ายศีรษะ พร้อมกล่าวว่า ไม่สนใจว่าเป็นใคร เพราะขณะนี้เป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรง
เมื่อถามว่านายฉลองลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยพบกันมานานแล้ว จึงไม่ทราบว่าลาออกแล้วหรือไม่ เพราะไม่ได้มีบทบาทใด ๆ ในพรรค
“อนุทิน” เปิดไทยช่วยไทยเพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตัดวงจรกู้นอกระบบ
ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ 10 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “สร้างการรับรู้แหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาอาชีพ” ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
นายอนุทินกล่าวว่า ไทยช่วยไทยไม่ใช่เฉพาะมาตรการลดราคาสินค้าหรือโครงการไทยช่วยไทยพลัสเท่านั้น แต่รัฐบาลพยายามทำทุกทางเพื่อลดต้นทุนชีวิตประชาชน พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้คนทำมาหากิน มีทุนประกอบอาชีพ และเพิ่มรายได้จากฐานราก
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากเป็นภารกิจสำคัญลำดับต้นของรัฐบาล จึงต้องลดภาระค่าใช้จ่าย แก้ปัญหาหนี้สิน และเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนในระบบที่เป็นธรรม มีต้นทุนเหมาะสม ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงจนกระทบชีวิตครอบครัว
นายอนุทินกล่าวว่า สำนักงานกองทุนหมู่บ้านดำเนินโครงการนี้ด้วยวงเงิน 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชนใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเติมเงิน แต่เป็นนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เงินทุนที่ลงสู่กองทุนหมู่บ้านจะช่วยให้ประชาชนมีต้นทุนประกอบอาชีพ ไม่ต้องเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแพง หรือเสี่ยงสูญเสียหลักประกัน เช่น ที่ดิน บ้าน และโอกาสในชีวิต
นายอนุทินกล่าวว่า เงินกองทุนหมู่บ้านอาจเริ่มจากจุดเล็ก แต่หากประชาชนใช้ถูกทาง มีวินัย และต่อยอดเป็นสินค้า บริการ หรืออาชีพที่ตลาดต้องการ ก็สามารถกลายเป็นโอกาสใหญ่ สร้างรายได้จริง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้
ทั้งนี้ ผู้ได้รับเงินทุนต้องใช้เพื่อประกอบอาชีพ ไม่ใช่นำไปปิดภาระบริโภคทั่วไปหรือจ่ายค่างวดต่าง ๆ เพราะจะทำให้เป้าหมายของโครงการสูญเปล่า หนี้สินยังคงอยู่ และไม่เกิดรายได้ใหม่กลับเข้าสู่ครัวเรือน
นายอนุทินกล่าวว่า หากโครงการเกิดผลสำเร็จ สร้างรายได้ กระจายเงิน และเพิ่มกำลังซื้อในพื้นที่ได้จริง รัฐบาลพร้อมพิจารณาขยายโอกาส เพิ่มวงเงิน และเพิ่มความครอบคลุม เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกเศรษฐกิจฐานรากที่ขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว
“ประชาชนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้รอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล หากฐานรากใช้เงินทุนได้เกิดผล มีอาชีพ มีรายได้ และขยายตลาดได้ รัฐบาลต้องมองประชาชนเป็นกำลังหลักที่ค้ำจุนและขยายเศรษฐกิจไทย” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนหมู่บ้านคือเฟืองจักรสำคัญของเศรษฐกิจ เพราะเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่สุดของประเทศ เมื่อชุมชนมีทุน มีการผลิต มีออเดอร์ และมีการซื้อขายวัตถุดิบระหว่างหมู่บ้าน เงินจะหมุนเป็นเครือข่ายเศรษฐกิจที่สร้างทั้งรายได้และความสัมพันธ์ในพื้นที่
นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อประชาชนมีอาชีพมั่นคง รายได้ยั่งยืน และยุ่งอยู่กับการทำมาหากิน สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพชีวิตดีขึ้น สังคมสงบขึ้น และความขัดแย้งลดลง รัฐบาลจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้โครงการนี้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ สังคม และประเทศจากฐานรากอย่างแท้จริง
“ไชยชนก” ยันไม่ได้ยิน “สีเขียวซบน้ำเงิน”ย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพ
ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี วันนี้ 10 สิงหาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาลว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมาก ไม่ใช่เพียงพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ยังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร
นายไชยชนกกล่าวว่า ในเรื่องเสถียรภาพรัฐบาล ตนคิดว่ามีความมั่นคงอยู่แล้ว ส่วนที่มีการถามว่ามีการเติมเสียงนั้น ตนไม่ได้ยิน
เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นต้องดึงพรรคอื่นเข้ามาในเวลานี้ใช่หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่มี
ส่วนกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี หลังจากก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ว่า 1 ปี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการปรับ ครม. แต่เป็นการให้เวลารัฐมนตรีพิสูจน์ผลงาน
นายไชยชนกกล่าวว่า บางผลงานสามารถทำได้ทันที ขณะที่แต่ละกระทรวงมีเนื้อหาการทำงานแตกต่างกัน ตนคิดว่ารัฐมนตรีหลายคนมีผลงานที่ชัดเจนแล้ว และอีกหลายคนกำลังทำผลงานอยู่
ส่วนที่เคยระบุว่า 1 ปีนั้น หมายถึงเป็นระยะเวลาที่นานพอและควรมีผลงานชัดเจนแล้ว แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีและความจำเป็นว่าจะต้องปรับ ครม. หรือไม่ แม้บางกรณีอาจไม่ต้องรอถึง 1 ปี ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีในการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง
เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าข่าวดังกล่าวมาจากไหน แต่หากถามว่าเป็นการเพิ่มเสถียรภาพหรือไม่ ยืนยันว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพมากพอสมควรอยู่แล้ว และมีความมั่นคงมาก
“ศุภจี” เดินหน้าเร่งเครื่องเศรษฐกิจ ตั้ง 4 คณะทำงาน คัด Quick Big Win
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการทำงานเพื่อเร่งผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบสูง ให้เป็นมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
มาตรการดังกล่าวต้องมีเป้าหมาย ผลลัพธ์ เจ้าภาพ และกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมระบบติดตามความคืบหน้า
ในการประชุมครั้งนี้ มีการตั้ง 4 คณะทำงาน เพื่อเร่งคัดเลือกและผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงไปสู่มาตรการที่สร้างผลลัพธ์ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
คณะทำงานชุดแรก คือ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy มีหน้าที่เชื่อมโยงการค้า บริการ การท่องเที่ยว เมืองรอง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากภาคบริการและการท่องเที่ยว
คณะทำงานชุดที่สอง คือ คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เชื่อมโยงช่องทางจำหน่ายกับภาคอุตสาหกรรม และเสริมความมั่นคงตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการตลาดให้สินค้าเกษตร
คณะทำงานชุดที่สาม คือ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs มีเป้าหมายเพิ่มองค์ความรู้ พัฒนาสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการและสร้างรายได้ให้ชุมชน
คณะทำงานชุดที่สี่ คือ คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ ใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายตลาดใหม่ สร้างสมดุลทางการค้า และเพิ่มสัดส่วน SMEs ในโครงสร้างการส่งออก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้แต่งตั้งประธานคณะทำงานทั้ง 4 คณะ โดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy และคณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ
ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธานคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs
สำหรับการดำเนินงานต่อจากนี้ ทั้ง 4 คณะทำงานจะเร่งคัดเลือกและกลั่นกรองประเด็นที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบสูง พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยระบุมาตรการ ผลลัพธ์ เจ้าภาพ และกรอบเวลาอย่างชัดเจน ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณากลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การพิจารณาในระดับ กรอ.
การขับเคลื่อนจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ Quick Big Win สำหรับประเด็นที่สามารถดำเนินการและเห็นผลต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการภายใน 6 เดือน-1 ปี โดยจะติดตามความคืบหน้าทุก 2 เดือน
ส่วน Big Win สำหรับประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้ระยะเวลา 2-4 ปี จะรายงานผลปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและสามารถประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับไทม์ไลน์การทำงานของคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน จะเริ่มจากการประชุมครั้งที่ 1 เพื่อมอบนโยบายและแนวทางดำเนินงาน จากนั้นคณะทำงานจะจัดทำและคัดเลือก Quick Big Win ก่อนเสนอในการประชุมครั้งที่ 2 เพื่อกลั่นกรองและคัดเลือก Quick Big Win และนำเสนอ กรอ. ต่อไป
‘บิ๊กป้อม’ เปิดบ้านป่ารอยต่อ อวยพรวันเกิด ครบ 81 ปี ชื่นมื่น
วันนี้ 10 สิงหาคม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ต้อนรับคนสนิทเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 81 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 11 สิงหาคม 2569
บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยวันนี้พลเอกประวิตรสวมเสื้อและแจ็กเก็ตสีฟ้า มีสีหน้าแจ่มใส ร่วมพูดคุยกับผู้ที่มาร่วมอวยพรอย่างเป็นกันเองและอารมณ์ดี
ตั้งแต่ช่วงเช้า คณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้เข้าอวยพร เช่น พลเอกอุดมเดช สีตบุตร อดีตผู้บัญชาการทหารบกและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และพลเอกกิตติพงษ์ เกษโกวิท อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม
นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการและอดีตข้าราชการทยอยเข้าร่วมอวยพรอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน มีนักการเมืองและบุคคลทางการเมืองเข้าร่วมอวยพร เช่น นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นางสาวทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหัวหน้าพรรครักชาติ นางสาววทันยา บุนนาค และนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางสาวตรีนุชเข้าอวยพร พลเอกประวิตรได้สวมกอดและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น