โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Business Today Thai Politics 10 สิงหาคม 2569

Businesstoday

อัพเดต 11 สิงหาคม 2569 เวลา 2.30 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Businesstoday

“อนุทิน” ลั่นดำเนินคดี “ฉลอง” เต็มที่ไม่มีข้อยกเว้น

ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี วันนี้ 10 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ถูกกล่าวหาก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิตว่า ต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทราบว่าพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวแล้ว ส่วนการทำคดีจะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยหนึ่งในข้อกล่าวหาต้องมีเรื่องการพกพาอาวุธปืน ตามที่ตนเคยกล่าวไว้ในช่วงเช้าว่า การพกพาอาวุธปืน แม้เป็นปืนมีทะเบียน ก็ไม่สามารถกระทำได้

เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาเป็นอดีตนักการเมืองด้วย นายอนุทินส่ายศีรษะ พร้อมกล่าวว่า ไม่สนใจว่าเป็นใคร เพราะขณะนี้เป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรง

เมื่อถามว่านายฉลองลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยพบกันมานานแล้ว จึงไม่ทราบว่าลาออกแล้วหรือไม่ เพราะไม่ได้มีบทบาทใด ๆ ในพรรค

“อนุทิน” เปิดไทยช่วยไทยเพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตัดวงจรกู้นอกระบบ

ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ 10 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “สร้างการรับรู้แหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาอาชีพ” ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

นายอนุทินกล่าวว่า ไทยช่วยไทยไม่ใช่เฉพาะมาตรการลดราคาสินค้าหรือโครงการไทยช่วยไทยพลัสเท่านั้น แต่รัฐบาลพยายามทำทุกทางเพื่อลดต้นทุนชีวิตประชาชน พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้คนทำมาหากิน มีทุนประกอบอาชีพ และเพิ่มรายได้จากฐานราก

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากเป็นภารกิจสำคัญลำดับต้นของรัฐบาล จึงต้องลดภาระค่าใช้จ่าย แก้ปัญหาหนี้สิน และเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนในระบบที่เป็นธรรม มีต้นทุนเหมาะสม ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงจนกระทบชีวิตครอบครัว

นายอนุทินกล่าวว่า สำนักงานกองทุนหมู่บ้านดำเนินโครงการนี้ด้วยวงเงิน 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชนใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเติมเงิน แต่เป็นนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เงินทุนที่ลงสู่กองทุนหมู่บ้านจะช่วยให้ประชาชนมีต้นทุนประกอบอาชีพ ไม่ต้องเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแพง หรือเสี่ยงสูญเสียหลักประกัน เช่น ที่ดิน บ้าน และโอกาสในชีวิต

นายอนุทินกล่าวว่า เงินกองทุนหมู่บ้านอาจเริ่มจากจุดเล็ก แต่หากประชาชนใช้ถูกทาง มีวินัย และต่อยอดเป็นสินค้า บริการ หรืออาชีพที่ตลาดต้องการ ก็สามารถกลายเป็นโอกาสใหญ่ สร้างรายได้จริง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้

ทั้งนี้ ผู้ได้รับเงินทุนต้องใช้เพื่อประกอบอาชีพ ไม่ใช่นำไปปิดภาระบริโภคทั่วไปหรือจ่ายค่างวดต่าง ๆ เพราะจะทำให้เป้าหมายของโครงการสูญเปล่า หนี้สินยังคงอยู่ และไม่เกิดรายได้ใหม่กลับเข้าสู่ครัวเรือน

นายอนุทินกล่าวว่า หากโครงการเกิดผลสำเร็จ สร้างรายได้ กระจายเงิน และเพิ่มกำลังซื้อในพื้นที่ได้จริง รัฐบาลพร้อมพิจารณาขยายโอกาส เพิ่มวงเงิน และเพิ่มความครอบคลุม เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกเศรษฐกิจฐานรากที่ขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว

“ประชาชนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้รอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล หากฐานรากใช้เงินทุนได้เกิดผล มีอาชีพ มีรายได้ และขยายตลาดได้ รัฐบาลต้องมองประชาชนเป็นกำลังหลักที่ค้ำจุนและขยายเศรษฐกิจไทย” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนหมู่บ้านคือเฟืองจักรสำคัญของเศรษฐกิจ เพราะเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่สุดของประเทศ เมื่อชุมชนมีทุน มีการผลิต มีออเดอร์ และมีการซื้อขายวัตถุดิบระหว่างหมู่บ้าน เงินจะหมุนเป็นเครือข่ายเศรษฐกิจที่สร้างทั้งรายได้และความสัมพันธ์ในพื้นที่

นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อประชาชนมีอาชีพมั่นคง รายได้ยั่งยืน และยุ่งอยู่กับการทำมาหากิน สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพชีวิตดีขึ้น สังคมสงบขึ้น และความขัดแย้งลดลง รัฐบาลจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้โครงการนี้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ สังคม และประเทศจากฐานรากอย่างแท้จริง

“ไชยชนก” ยันไม่ได้ยิน “สีเขียวซบน้ำเงิน”ย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพ

ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี วันนี้ 10 สิงหาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาลว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมาก ไม่ใช่เพียงพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ยังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร

นายไชยชนกกล่าวว่า ในเรื่องเสถียรภาพรัฐบาล ตนคิดว่ามีความมั่นคงอยู่แล้ว ส่วนที่มีการถามว่ามีการเติมเสียงนั้น ตนไม่ได้ยิน

เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นต้องดึงพรรคอื่นเข้ามาในเวลานี้ใช่หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่มี

ส่วนกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี หลังจากก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ว่า 1 ปี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการปรับ ครม. แต่เป็นการให้เวลารัฐมนตรีพิสูจน์ผลงาน

นายไชยชนกกล่าวว่า บางผลงานสามารถทำได้ทันที ขณะที่แต่ละกระทรวงมีเนื้อหาการทำงานแตกต่างกัน ตนคิดว่ารัฐมนตรีหลายคนมีผลงานที่ชัดเจนแล้ว และอีกหลายคนกำลังทำผลงานอยู่

ส่วนที่เคยระบุว่า 1 ปีนั้น หมายถึงเป็นระยะเวลาที่นานพอและควรมีผลงานชัดเจนแล้ว แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีและความจำเป็นว่าจะต้องปรับ ครม. หรือไม่ แม้บางกรณีอาจไม่ต้องรอถึง 1 ปี ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีในการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง

เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าข่าวดังกล่าวมาจากไหน แต่หากถามว่าเป็นการเพิ่มเสถียรภาพหรือไม่ ยืนยันว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพมากพอสมควรอยู่แล้ว และมีความมั่นคงมาก

“ศุภจี” เดินหน้าเร่งเครื่องเศรษฐกิจ ตั้ง 4 คณะทำงาน คัด Quick Big Win

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการทำงานเพื่อเร่งผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบสูง ให้เป็นมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

มาตรการดังกล่าวต้องมีเป้าหมาย ผลลัพธ์ เจ้าภาพ และกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมระบบติดตามความคืบหน้า

ในการประชุมครั้งนี้ มีการตั้ง 4 คณะทำงาน เพื่อเร่งคัดเลือกและผลักดันประเด็นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงไปสู่มาตรการที่สร้างผลลัพธ์ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม

คณะทำงานชุดแรก คือ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy มีหน้าที่เชื่อมโยงการค้า บริการ การท่องเที่ยว เมืองรอง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากภาคบริการและการท่องเที่ยว

คณะทำงานชุดที่สอง คือ คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เชื่อมโยงช่องทางจำหน่ายกับภาคอุตสาหกรรม และเสริมความมั่นคงตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการตลาดให้สินค้าเกษตร

คณะทำงานชุดที่สาม คือ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs มีเป้าหมายเพิ่มองค์ความรู้ พัฒนาสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการและสร้างรายได้ให้ชุมชน

คณะทำงานชุดที่สี่ คือ คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ ใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายตลาดใหม่ สร้างสมดุลทางการค้า และเพิ่มสัดส่วน SMEs ในโครงสร้างการส่งออก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ ได้แต่งตั้งประธานคณะทำงานทั้ง 4 คณะ โดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy และคณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธานคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs

สำหรับการดำเนินงานต่อจากนี้ ทั้ง 4 คณะทำงานจะเร่งคัดเลือกและกลั่นกรองประเด็นที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบสูง พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยระบุมาตรการ ผลลัพธ์ เจ้าภาพ และกรอบเวลาอย่างชัดเจน ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณากลั่นกรองและจัดลำดับความสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การพิจารณาในระดับ กรอ.

การขับเคลื่อนจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ Quick Big Win สำหรับประเด็นที่สามารถดำเนินการและเห็นผลต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการภายใน 6 เดือน-1 ปี โดยจะติดตามความคืบหน้าทุก 2 เดือน

ส่วน Big Win สำหรับประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้ระยะเวลา 2-4 ปี จะรายงานผลปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและสามารถประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ

สำหรับไทม์ไลน์การทำงานของคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน จะเริ่มจากการประชุมครั้งที่ 1 เพื่อมอบนโยบายและแนวทางดำเนินงาน จากนั้นคณะทำงานจะจัดทำและคัดเลือก Quick Big Win ก่อนเสนอในการประชุมครั้งที่ 2 เพื่อกลั่นกรองและคัดเลือก Quick Big Win และนำเสนอ กรอ. ต่อไป

‘บิ๊กป้อม’ เปิดบ้านป่ารอยต่อ อวยพรวันเกิด ครบ 81 ปี ชื่นมื่น

วันนี้ 10 สิงหาคม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ต้อนรับคนสนิทเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 81 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 11 สิงหาคม 2569

บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยวันนี้พลเอกประวิตรสวมเสื้อและแจ็กเก็ตสีฟ้า มีสีหน้าแจ่มใส ร่วมพูดคุยกับผู้ที่มาร่วมอวยพรอย่างเป็นกันเองและอารมณ์ดี

ตั้งแต่ช่วงเช้า คณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้เข้าอวยพร เช่น พลเอกอุดมเดช สีตบุตร อดีตผู้บัญชาการทหารบกและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และพลเอกกิตติพงษ์ เกษโกวิท อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม

นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการและอดีตข้าราชการทยอยเข้าร่วมอวยพรอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน มีนักการเมืองและบุคคลทางการเมืองเข้าร่วมอวยพร เช่น นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นางสาวทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหัวหน้าพรรครักชาติ นางสาววทันยา บุนนาค และนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางสาวตรีนุชเข้าอวยพร พลเอกประวิตรได้สวมกอดและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...