“ฉันกลับมาอยู่ตรงนี้ตามคำสัญญาแล้ว มาร้องเพลงให้พวกคุณ ให้กับตัวเอง ให้กับชีวิต” เมื่อ ‘ความรัก’ ในเสียงเพลง และการมอบความสุขให้กับตัวเองและแฟนๆ อีกครั้ง คือสิ่งที่ทำให้ Celine Dion ต้องกลับมาหลังจากป่วยเป็นโรคตัวแข็ง (Stiff Person Syndrome)
Celine Dion คือผู้หญิงที่หลงรักการร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และใช้เสียงเพลงเป็นสิ่งนำทางชีวิตของตัวเองมาเสมอ ขณะเดียวกันเสียงอันทรงพลังของเธอก็อยู่ในหัวใจของแฟนเพลงมาหลายทศวรรษ ผ่านผลงาน 27 อัลบั้ม ยอดขายกว่า 250 ล้านแผ่น และรางวัลอีกมากมาย ซึ่งสิ่งที่ทำให้เธอไม่หยุดร้องเพลง คือ ‘ความรัก’ ของเธอที่มีต่อเสียงเพลง ทีมงานที่เปรียบเสมือนครอบครัวและแฟนเพลงมาเสมอ
“ก่อนฉันจะรู้ตัวว่าเป็น SPS เสียงของฉันทำหน้าที่กำกับชีวิตของฉันมาตลอด ซึ่งฉันรู้สึกโอเคเพราะฉันมีความสุขตลอดที่ได้ทำ ฉันเป็นคนไม่มีอีโก้อะไรใหญ่โต ใครจะทำอะไรกับฉันก็ไม่สน ขอให้ฉันได้ร้องเพลงก็พอ”
ในปี 2021 Celine Dion ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคตัวแข็ง Stiff Person Syndrome (SPS) ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการควบคุมกล้ามเนื้อ จนในช่วงหนึ่งเธอไม่สามารถเดินหรือร้องเพลงได้ตามปกติ และต้องยกเลิกตารางการแสดงที่ลาสเวกัส เธอเคยสารภาพว่า “การทำโชว์ไม่ยาก แต่การยกเลิกโชว์นี่คือเรื่องยากที่สุด”
ก่อนจะกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายน 2026 Celine เคยให้คำมั่นไว้ในช่วงเวลาที่กำลังต่อสู้กับอาการป่วยว่า “ฉันจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้งแน่นอน”
และในวัย 58 ปี เธอก็ทำตามสัญญานั้นได้สำเร็จ ด้วยการกลับมาขึ้นคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่ Plenitude Arena ชานเมืองกรุงปารีส ท่ามกลางแฟนเพลงกว่า 35,000 คน เสียงเชียร์จากผู้ชมทำให้เธอหลั่งน้ำตาหลายครั้ง ก่อนจะพูดทั้งน้ำตาว่า “ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ แต่ฉันไม่เคยรักษาสัญญาได้หรอก”
“แฟนๆ ส่งเอนเนอร์จี้ดีๆ ให้ฉันเสมอ การที่ได้ไปยืนอยู่บนเวที และมีผู้คนมารับชมเปรียบเหมือนของขวัญ เป็นเหมือนยาใจ เมื่อไหร่คุณมีจิตวิญญาณของศิลปินแล้ว คุณจะขาดสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อีกเลย” เธอกล่าวไว้ในสารคดี I AM: CELINE DION
การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของนักร้องระดับตำนาน แต่เป็นนิมิตหมายสำคัญของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยกลัว ว่าสิ่งที่รักที่สุดอาจถูกพรากไปจากชีวิต และวันนี้เธอกำลังได้กลับไปหามันอีกครั้ง โดยหลังจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ Celine ยังมีกำหนดแสดง Residency ที่ปารีสต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2027
ตลอดสารคดี I AM: CELINE DION ความยาว 1 ชั่วโมง 40 นาที เราได้เห็น Celine ในหลายมิติ ตั้งแต่ผู้หญิงที่เติบโตมากับพี่น้องถึง 13 คน ท่ามกลางบ้านที่เต็มไปด้วยความรักและเสียงดนตรี การได้ร้องเพลงและเติบโตมากับวงดนตรีที่เปรียบเสมือนครอบครัว ไปจนถึงผู้หญิงที่รู้จักชื่นชมในความสามารถของตัวเองและคนรอบข้าง โดยไม่ปล่อยให้ชื่อเสียงหรือเงินทองเข้ามาครอบงำตัวตน
เธอรักแฟชั่น ชอบรองเท้า และมองสิ่งเหล่านี้เป็นมากกว่าเครื่องประดับ เพราะมันช่วยเติมความมั่นใจและทำให้เธอรู้สึกเป็นตัวเอง ขณะเดียวกัน เธอก็เป็นแม่ที่รักลูก เป็นผู้หญิงที่มีความกลัว และเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เปราะบางกับความเป็นไปได้ว่า วันหนึ่งเธออาจสูญเสียเสียง ที่เป็นทั้งอาชีพ ความสุข และสิ่งที่เธอรักที่สุดในชีวิตไปตลอดกาล
“ถ้าฉันวิ่งไม่ได้ ฉันจะเดิน ถ้าฉันเดินไม่ได้ ฉันจะจะคลาน ถ้าฉันคลานไม่ได้ อย่างไรฉันก็จะไม่หยุดโดดเด็ดขาด” เธอกล่าวในขณะที่ทำการรักษาโรคนี้
การคัมแบ็กของ Celine Dion ครั้งนี้เต็มไปด้วยความเรียลและความตั้งใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้ เราได้เห็นเธอผ่านความกลัว ร้องไห้ และความเสียใจไม่ต่างจากมนุษย์คนหนึ่ง สิ่งที่เธอทำให้เราเห็นคือ แพสชันและความรักในสิ่งที่ทำ สามารถกลายเป็นแรงผลักให้เราอยากกลับไปหาสิ่งนั้นอีกครั้ง แม้ระหว่างทางจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของร่างกายที่ไม่เป็นอย่างใจ
ในวันที่ Celine กลับมายืนอยู่บนเวทีอีกครั้ง ในชุดอลังการและเครื่องเพชรตระการตา น้ำตาที่ไหลออกมาอาจไม่ได้หมายความว่าเธอเอาชนะความเปราะบางได้แล้ว หากเป็นน้ำตาของความคิดถึงในการร้องเพลง และความสุขที่ได้กลับมาอยู่ตรงหน้าสิ่งที่เธอรักที่สุดอีกครั้งและได้ส่งต่อความรักนั้นให้คนดูมีความสุขนั่นเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- พลังเล็กๆ ที่มอบความสุขและความหวังให้เด็กๆ กับ ‘Princess Program Foundation’ อาสาสมัครผู้แปลงโฉมเป็น ‘เจ้าหญิงดิสนีย์’ เพื่อไปหาเด็กที่กำลังต่อสู้ กับมะเร็งและโรคร้ายอื่นๆ ถึงโรงพยาบาล และบ้าน
- 28 ปี Practical Magic เวทมนตร์ที่แท้จริง อาจหมายถึง ‘พลัง’ ที่อยู่ในตัวเราทุกคน
- ความงามที่ยั่งยืนไม่ควรเปลี่ยนเราเป็นคนอื่น! ‘Xpression Beauty by Merz Aesthetics’ แนวคิดความงามยุคใหม่ที่ไม่ยึดติดกับความเป๊ะ แต่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกที่เป็นธรรมชาติ และคงความเป็นตัวเรา
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com