โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ่าความจริงสงคราม หยุดโลกสวยค่ากลั่น !

ทันหุ้น

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#โรงกลั่น #ทันหุ้น – ผ่าเรื่องจริงโรงกลั่นเผชิญค่าการกลั่นติดลบแล้ว โดนค่าพรีเมียมน้ำมันดิบสูงขณะที่ดีมานด์เจ็ทลด ชี้ปิดช่องแคบฮอร์มุซต้องบริหารจัดการต้นทุนแฝงหนัก ทั้งค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย รับเจอต้นทุนเพิ่มจากการแพนิคซื้อน้ำมันจากค่าขนส่งวันละหลายรอบ การเปิดคลัง 24 ชั่วโมง โบรกยอมรับกำไรไตรมาส 1 โรงกลั่นจะดีมากจากสต๊อกน้ำมันและอาจเป็นจุดสูงสุดของปี เก็งกำไรได้ แต่ต้องระวังงบไตรมาส 2

นายเอกรินทร์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ปัจจุบันค่าการกลั่น (GRM) ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป ได้กลับมาติดลบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ร่วงลงจากระดับสูงสุด 40-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ลงมาติดลบอย่างรวดเร็วราว 5-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การขาดแคลนน้ำมันในตะวันออกกลาง ส่งผลให้โรงกลั่นในเอเชียต้องเร่งหาแหล่งน้ำมันดิบทดแทนน้ำมันจากแหล่งอื่น ทำให้ต้นทุนค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบพุ่งสูงเกิน 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ความต้องการใช้เชื้อเพลิงในเอเชียเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลงจากราคาขายปลีกที่พุ่งสูงและความไม่แน่นอนของอุปทาน โดยเฉพาะดีมานด์น้ำมันอากาศยานที่ลดลง รวมไปถึงการบริโภคน้ำมันในภาคอุตสาหกรรมด้วย

นายเอกรินทร์ ยอมรับว่า ค่าการกลั่นที่ติดลบดังกล่าวไม่รวมกับค่าระวางเรือที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง 800% จากการที่บริษัทเดินเรือต้องเปลี่ยนเส้นทางไปตามเส้นทางที่ยาวกว่าและปลอดภัยกว่าในการส่งมอบน้ำมันดิบ รวมถึงการเก็บค่าประกันความเสี่ยงสงคราม

จากข้อมูลพบว่า ค่าระวางเรือปรับตัวพุ่งแรงกว่า 800% หลังจากสงคราม โดยเรือบรรทุกขนาดกลาง หรือ VLCC ค่าระวางพุ่งเป็น 9.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 0.97 ดอลลาร์ เรือบรรทุกขนาดใหญ่ Suezmax พุ่งเป็น 9.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 1.87 ดอลลาร์ และ เรือบรรทุกขนาดใหญ่มาก Aframax พุ่งเป็น 9.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 2.46 ดอลลาร์

ขณะที่น้ำมันดิบจากสหรัฐ ที่ส่งมายังเอเชียมีราคาพรีเมียมสูงถึง 12-15 ดอลลาร์ เหนือราคาอ้างอิงตลาดเบรนท์ ขณะที่น้ำมันดิบ Johan Sverdrup จากนอร์เวย์พุ่งทำสถิติพรีเมียมสูงสุดที่ 11.30 ดอลลาร์

นายเอกรินทร์ กล่าวว่า การที่ค่าการกลั่นไม่สามารถขยับสูงได้ ตามราคาน้ำมันดิบบวกค่าพรีเมียมที่สูง นั้นเพราะว่าเป็นไปตามโครงสร้างของราคาที่น้ำมันสำเร็จรูปอาจจะปรับไม่ทันราคาน้ำมันดิบอาจจะเกิดช่วงใดช่วงหนึ่งได้ แต่ก็ยอมรับว่าการที่ค่าการกลั่นติบลบในระดับสัปดาห์ ก็แสดงให้เห็นถึงความกังวลด้านดีมานด์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะดีมานด์น้ำมันอากาศยาน

อย่างไรก็ตามมองว่าด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และค่าการกลั่นที่ติดลบอยู่เพียงไม่กี่สัปดาห์ของไตรมาส 1 จะทำให้นักลงทุนโฟกัสไปที่เก็งกำไรผลงานที่จะกำไรออกมาดีที่สุดของปีทั้งในส่วนของกำไรจากส่วนต่างน้ำมัน หรือ Stockgain ในช่วงไตรมาส 1/2569 ดังนั้นจึงยังสามารถเก็งกำไรหุ้นกลุ่มโรงกลั่นได้

@ ระวัง! ไตรมาส 2/2569

นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลงจนอยู่ในระดับติดลบมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว สาเหตุหลักมาจาก“ค่าระวางเรือ” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากเดิม 3-4 ดอลลาร์ ขึ้นมาเฉลี่ยที่ 15-18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้เรือต้องจอดรอ หรือต้องเปลี่ยนไปขนส่งน้ำมันจากแหล่งอื่นที่ไกลกว่าเดิม เช่น แอฟริกาตะวันตก (เพิ่มขึ้น 5 วัน) หรือสหรัฐ (เพิ่มขึ้น 10 วัน) ส่งผลให้ค่าเช่าเรือแพงขึ้นและระยะเวลาขนส่งนานขึ้น

สำหรับการบริหารจัดการฟีดสต๊อก (Feedstock) โรงกลั่นไทยเริ่มปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลาง โดย BCP และPTTGC ความเสี่ยงต่ำ มีสัดส่วนน้ำมันจากตะวันออกกลางไม่ถึง 10% ส่วนTOP แม้ปกติจะพึ่งพาตะวันออกกลางถึง 90% แต่ได้ทำการ Secure น้ำมันจากแหล่งอื่นไว้รองรับช่วงเมษายน-พฤษภาคมแล้ว

นายเบญจพล กล่าวว่า แม้ค่าการกลั่นจะติดลบ แต่มุมมองต่อผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังดูดี โดยเฉพาะกำไรจากสต๊อกน้ำมันซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวเลขทางบัญชี คาดว่าไทยออยล์TOP อาจเห็นตัวเลขระดับหมื่นล้านบาท

ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีทั้งอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์เริ่มปรับตัวดีขึ้น ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ PTTGC ซึ่งได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากโครงสร้างราคาอีเทนที่ต้นทุนเป็นก๊าซไม่พุ่งตามราคาน้ำมัน แต่ราคาเม็ดพลาสติกปลายทางพุ่งสูงขึ้นเท่าตัว ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้ PTTGC ทำกำไรในข่วงไตรมาส 1/2569 ได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องระวังหุ้นโรงกลั่นในช่วงไตรมาส 2 เพราะหากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจะทำให้เกิด Stock Loss ทันที รวมถึงการขาดทุนจากการประกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงแนะนำให้ซื้อเก็งกำไรในช่วงก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 และสามารถทำกำไรช่วงราวไม่เกินต้นพฤษภาคม

@ ต้นทุนแฝงเพียบ

รายงานข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรม อธิบายว่า ภาวะปัจจุบันโรงกลั่นต้องเผชิญกับต้นทุนทั้ง Crude Premium ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 3-4 เท่า การขาดแคลนเรือที่พุ่งสูงขึ้นถึง 5 เท่า รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่พุ่งทะยานสูงนับ 100 เท่า นอกจากนี้รับต้องเจอต้นทุนภาวะแพนิคซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม ส่งผลให้ คลังน้ำมันต้องเปิดทำการ 7 วันตลอด 24 ชั่วโมง ต้องเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมัน จากปกติ 1 รอบจะขายได้ 2-3 วัน กลายเป็นต้องส่งถี่ขึ้นเพื่อไม่ให้ขาดสต็อก ท่ามกลางข้อจำกัดด้านรถขนส่งที่ 1 คันต้องบรรทุกน้ำมันหลายชนิด ทำให้การเร่งส่งน้ำมันดีเซลเพียงอย่างเดียวทำได้ยาก นอกจากนี้โรงกลั่นยังมีภาระค่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในระบบ, ค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำ, ค่าซ่อมบำรุง, ค่าแรง รวมถึงค่าเสื่อมราคาจากการลงทุนมหาศาล และดอกเบี้ยจ่ายพร้อมภาษี ดังนั้นโรงกลั่นจะต้องบริหารจัดการต้นทุน ท่ามกลางภาวะที่ความต้องการใช้ในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจากอาการตื่นตระหนก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...