มัลลิกาใช้โซเชียลปราศรัยโค้งสุดท้าย ขอเปลี่ยนผู้นำในอีก 2 วัน พร้อมปรับ กทม.ให้ศิวิไลซ์ทุกเขต ประกาศลงสมัครครั้งเดียวไม่มีสมัยหน้า
วันนี้ (26 มิถุนายน) ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 14 ปรับรูปแบบการหาเสียงครั้งใหม่ โดยใช้การปราศรัยย่อยควบคู่กับการไลฟ์สดผ่าน TikTok ตลอดทั้งวัน เพื่อสื่อสารนโยบายและพูดคุยกับประชาชนแบบเรียลไทม์
ดูภาพข่าว ▼
ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ดร.มัลลิกา ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ ตลาดวงศกร และ ตลาดเอซี เขตสายไหม ท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคัก โดยทุกจุดได้รับการต้อนรับจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่เข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และรับฟังนโยบายอย่างต่อเนื่อง
ดร.มัลลิกากล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ตนเป็นบุคคลที่ทุกเพจระบุว่าเป็นผู้ท้าชิงที่สมน้ำสมเนื้อ และมาเพื่อล้มแชมป์ในสังเวียนผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ บนสังเวียนใน 2 วัน เหลือแค่ 2 เบอร์ที่กำลังจัดรถแห่สู้กันในทุกเขต วันนี้ไม่ใช่ของเก่าก็ต้องเป็นของใหม่ ถ้าไว้ใจมัลลิกาการเปลี่ยนที่ง่ายและเร็วที่สุดคือการเปลี่ยนผู้นำในอีก 2 วันที่เราไม่ต้องอดทนอีก 4 ปี 8 ปี หรือต่ออายุไปอีก 12 ปี
“เมื่อเราเป็นคนกรุงเทพ ต้องศิวิไลซ์อย่างแท้จริง ทำไมเราจะต้องเป็นลูกเมียน้อย การพัฒนาต้องอยู่แค่สวนลุมพินีกับรถไฟฟ้าเท่านั้น ทำไมสายไหม หนองจอก บางขุนเทียน ไม่พัฒนา ทำไมคลองสามวาต้องมีรถเมล์แค่คันเดียว เราจะรอให้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ เกิดขึ้นอีกสักกี่ครั้ง เพื่อที่จะให้คนในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานครได้พัฒนาพร้อมกันกับรถไฟฟ้าบีทีเอส” ดร.มัลลิกา กล่าว
ดร.มัลลิกา กล่าวอีกว่า ถ้าคุณกาเบอร์เก่าต้องจับเจ่าและอดทนเถียงชาวบ้านว่าเขาไม่ทุจริตอย่างไร ดีอย่างไร ไปอีก 4 ปี ทำไมเราต้องเถียงแทนคนอื่นที่ทำให้เราไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างเสรี พร้อมยืนยันว่า ใครก็ตามที่บอกว่า ผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีอำนาจ ไม่กฎหมายรองรับ เป็นข้อมูลที่ผิด และย้ำว่าการที่ตนมาลงในครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียว ไม่มีการลงสมัครในการเลือกตั้งสมัยหน้า ขอให้ใช้ตนในช่วงอายุ 53 ปี
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า การเป็นผู้นำจะต้องไม่มีข้ออ้างใดเพื่อให้มีอำนาจ แต่ต้องสามารถเป็นเจ้าภาพดูแลชีวิต ทรัพย์สิน ความมั่นคงของพี่น้องประชาชนได้ วันนี้ถ้าหาผู้นำที่รับผิดรับชอบและตัดสินเองเด็ดขาดไม่ได้ ให้เลือกมัลลิกา เบอร์ 14 บัตรสีเขียว วันนี้ทุกเขตกามัลลิกา เบอร์ 14 เพื่อส่งไปเป็นผู้ว่าฯ หญิงคนแรกของ กทม. หมดแล้ว ซึ่งตนที่เคยเป็นอดีตผู้บริหารประเทศมา 3 กระทรวง มีความพร้อมในการเป็นผู้บริหารประเทศมากกว่าคนเก่า โดยจะทำผ่านนโยบาย 14 ด้าน 14 ยุทธศาสตร์ ใช้ AI จัดการ อาทิ การแก้ปัญหา pm2.5, แก้ปัญหารถติด, ตรวจสอบน้ำท่วม
ส่วนการจัดการนโยบายสาธารณะ ดร.มัลลิกา ยืนยันว่าหากตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. พร้อมที่จะทำทันที ขณะเดียวกันมองว่า ประชาชนไม่สนใจนโยบาย ทำให้ได้ผู้ว่าฯ ที่ศึกษางานมา 2 ปี ทำงานมา 4 ปี รวมเป็น 6 ปี ที่ยังทำอะไรไม่เสร็จสักที แล้วขอต่ออายุไปอีก 4 ปี ทำไมจะต้องรอหลายปีเพื่อให้ชีวิตเจริญ พร้อมย้ำว่า อีก 2 วัน ขอให้กาบัตรสีเขียวเบอร์ 14 และตนพร้อมทำงานกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทุกคน โดยจะไม่ออดอ้อนให้ได้คะแนนมา แต่จะทำทุกนโยบายที่ประกาศต่อสาธารณะ
“เราจะต้องเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจและสายตาของผู้นำ ถ้าผู้นำคนไหนก็ตามไม่สามารถที่จะสร้างพลังของการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ เปลี่ยนเพื่อสร้างระบอบของตนเองขึ้นมา เกาะกิน กทม. จนโดนนินทาเต็มไปหมด เพื่อสร้างให้ตัวเองไปเป็นพรรคการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต นั่นไม่ใช่อนาคตของประชาชน นั่นเป็นอนาคตของคนๆ เดียว ทำไมเราต้องเอาชีวิตคนๆ เดียวมาผูกกับการด้อยพัฒนาในทุกเขต” ดร.มัลลิกา กล่าว