รมว.สาธารณสุขสหรัฐลั่น ต้องปฏิรูป “ซีดีซี” หลังเด้งฟ้าผ่าผู้อำนวยการ
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า เคนเนดี ตอบคำถามเกี่ยวกับแถลงการณ์จากทนายความของ ดร.ซูซาน โมนาเรซ ผู้อำนวยการซีดีซีที่ถูกไล่ออก ซึ่งกล่าวหาว่า เขาทำให้ประชาชนหลายล้านคนตกอยู่ในอันตรายด้วยนโยบายต่อต้านวัคซีน โดยเคนเนดีใช้โอกาสนี้โจมตีความสามารถและลำดับความสำคัญของซีดีซี
“เราเห็นข้อมูลเท็จเกี่ยวกับโรคโควิด-19 อีกทั้งพวกเขาทำการทดสอบผิดพลาด รวมถึงสั่งให้เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย และปิดโรงเรียน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากต่อประชาชนชาวอเมริกันในปัจจุบัน” เคนเนดี กล่าวกับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์
จากนั้น เคนเนดีก็เปลี่ยนมาโจมตีรายงานปี 2542 จากวารสารวิทยาศาสตร์ของซีดีซี ซึ่งยังคงเผยแพร่ทางออนไลน์ โดยกล่าวว่า การระบุให้การฉีดวัคซีน การเติมฟลูออไรด์ในน้ำ และการวางแผนครอบครัว เป็นหนึ่งใน 10 ความสำเร็จด้านสาธารณสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ในศตวรรษที่ 20 เป็นสิ่งที่ “ไม่ถูกต้อง”
นอกจากนี้ เคนเนดีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลสหรัฐจำเป็นต้องพิจารณาลำดับความสำคัญของซีดีซี โดยเขาอ้างว่า หน่วยงานประสบกับ “ความไม่สบาย” ที่ฝังรากลึก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ “ภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง” เพื่อฟื้นฟูวิทยาศาสตร์ที่มีมาตรฐานระดับสูงสุด
อนึ่ง คำกล่าวของเคนเนดี มีขึ้นหลังการปลดโมนาเรซออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการซีดีซี หลังเธอดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ซึ่งนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีสิทธิปลดโมนาเรซออกจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ทีมทนายความของโมนาเรซโต้แย้งว่า เธอถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างไม่เหมาะสม โดยให้เหตุผลว่า มีเพียงประธานาธิบดีสหรัฐเท่านั้นที่มีอำนาจไล่เธอออก แต่หนังสือแจ้งกลับมาจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว.
เครดิตภาพ : AFP