โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Cortisol Face คืออะไร เมื่อใบหน้าบวมอาจเป็นสัญญาณจากความเครียด การนอน และโรค

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HELLO! Magazine Thailand

ช่วงที่เราเครียด นอนน้อย กินไม่เป็นเวลา หรือรู้สึกว่าร่างกายอ่อนล้าเกินกว่าปกติ หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นใต้ตาที่ดูบวมขึ้น แก้มที่ดูแน่นกว่าเดิม กรอบหน้าที่ไม่ชัดเหมือนเคย ปรากฏการณ์นี้ถูกพูดถึงในชื่อ Cortisol Face ซึ่งแม้จะไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นคำที่ช่วยให้หลายคนเริ่มมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความเครียด ไลฟ์สไตล์ และสภาพร่างกายที่สะท้อนออกมาทางใบหน้าได้ชัดขึ้น

Cortisol Face

Cortisol (คอร์ติซอล) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นจากต่อมหมวกไต และมีบทบาทสำคัญต่อการรับมือกับความเครียด การควบคุมพลังงาน ระดับน้ำตาลในเลือด ความดัน รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ในระดับที่เหมาะสม คอร์ติซอลไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องกลัว เพราะเป็นหนึ่งในกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและผ่านสถานการณ์กดดันไปได้ แต่เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียดสะสมเป็นเวลานาน ร่วมกับการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารที่ไม่สมดุล หรือการกระตุ้นร่างกายตลอดทั้งวันด้วยคาเฟอีน น้ำตาล และหน้าจอ ระบบต่างๆ อาจเริ่มเสียจังหวะ และแสดงออกมาในรูปแบบที่เรารู้สึกได้ ทั้งอาการเหนื่อยง่าย หิวบ่อย นอนหลับไม่ลึก น้ำหนักขึ้นง่าย หรือใบหน้าที่ดูบวมกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม อาการหน้าบวมไม่ได้หมายความว่าเป็นเพราะคอร์ติซอลเสมอไป ใบหน้าที่ดูบวมในบางวันอาจเกิดจากการคั่งน้ำหลังรับประทานอาหารเค็มจัด การดื่มแอลกอฮอล์ การนอนดึก การร้องไห้ ภูมิแพ้ รอบเดือน การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก หรือแม้แต่การนอนในท่าที่ทำให้ของเหลวคั่งบริเวณใบหน้า ดังนั้น ‘Cortisol Face’ ในมุมของไลฟ์สไตล์จึงควรถูกเข้าใจอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่ใช้เป็นคำตัดสินรูปลักษณ์ของตัวเอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการสังเกตว่า ช่วงนี้ร่างกายกำลังแบกรับอะไรอยู่มากเกินไปหรือไม่

สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ ‘หน้าบวมจากไลฟ์สไตล์’ กับภาวะทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับระดับคอร์ติซอลสูงผิดปกติเป็นเวลานาน เช่น Cushing syndrome ซึ่งอาจทำให้ใบหน้ากลมขึ้นอย่างชัดเจน ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น น้ำหนักขึ้นบริเวณลำตัว ไขมันสะสมบริเวณหลังคอ แขนขาเล็กลง ผิวช้ำง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง รอยแตกลายสีม่วง ความดันโลหิตสูง หรือประจำเดือนผิดปกติ หากอาการหน้าบวมเกิดขึ้นต่อเนื่องแบบไม่สัมพันธ์กับการนอน อาหาร หรือรอบเดือน และมีสัญญาณผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ แทนการพยายามแก้ด้วยการนวดหน้า ลดอาหารแบบสุดโต่ง หรือหยุดยาบางชนิดด้วยตัวเอง

สำหรับการดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกว่าหน้าบวมบ่อย สิ่งแรกที่ควรเริ่มคือการกลับมาดูจังหวะพื้นฐานของร่างกาย โดยเฉพาะการนอน เพราะการนอนที่ไม่พอหรือไม่สม่ำเสมอส่งผลต่อทั้งฮอร์โมน ความอยากอาหาร การฟื้นฟูผิว และสมดุลของน้ำในร่างกาย ลองให้ความสำคัญกับเวลานอนและตื่นที่ใกล้เคียงกัน ลดคาเฟอีนช่วงบ่ายถึงเย็น และสร้างช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนนอนที่ช่วยให้ร่างกายลดระดับความตื่นตัว และยังทำใหท้นอนหลับได้ลึกขึ้นอีกด้วย

อาหารก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เห็นผลกับใบหน้าได้เร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะโซเดียม น้ำตาล และแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและทำให้ใบหน้าดูบวมในวันถัดมา การลดอาหารแปรรูป ของเค็มจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่รู้สึกว่าหน้าบวมง่าย พร้อมเพิ่มน้ำเปล่า ผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพดี จะช่วยให้ร่างกายกลับมาจัดการสมดุลน้ำได้ดีขึ้น

Cortisol Face

ในมุมของบิวตี้รูทีน วันที่หน้าบวมควรเน้นความอ่อนโยนมากกว่าความเร่งรีบ การประคบเย็นเบาๆ การนวดหน้าด้วยแรงที่พอดี การใช้ gua sha หรือ facial roller อย่างถูกทิศทาง อาจช่วยให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้นชั่วคราวจากการ กระตุ้นการไหลเวียน และการระบายน้ำ แต่ไม่ควรกดแรงจนผิวแดงหรือเจ็บ เพราะผิวที่กำลังล้าอาจไวต่อการระคายเคืองมากกว่าปกติ การเลือกสกินแคร์ในช่วงนี้จึงควรเน้นการเติมความชุ่มชื้น เสริมเกราะผิว และลดการรบกวนผิว เพื่อการฟื้นฟูที่ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...