โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

“เดนิส เจลีลชา” เปิดปมในใจโดนกดดัน คอมเมนต์แรงจากโซเชียล!

daradaily

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เดนิส เจลีลชา” เปิดปมในใจโดนกดดัน คอมเมนต์แรงจากโซเชียล!
จากเด็กโฆษณาสู่นักแสดงหนัง 800 ล้าน! “เดนิส เจลีลชา” เผยความจริงเบื้องหลังชีวิตนักแสดง ที่ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ความท้าทายและแรงกดดันที่ต้องเผชิญ เล่าประสบการณ์การลดน้ำหนักที่ผิดวิธี เรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพกายและใจอย่างยั่งยืน แชร์ Mindset ใหม่ที่ทำให้รักตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังเผยถึงผลกระทบจากคำคอมเมนต์ในโซเชียล แม้จะต้องทำงานหนักแต่ก็ยังมีความสุขและภูมิใจในเส้นทางที่เลือก ในรายการ Prime Cast

ชีวิตช่วงนี้เป็นยังไง ทำอะไรอยู่บ้าง ?
เดนิส : ช่วงนี้ก็มีเรียนซะส่วนใหญ่ เพราะว่าตอนนี้อยู่ปี 2 ม.รังสิตค่ะ แล้วก็มีทำงานด้วย เพราะว่ามี ภ.ธี่หยด 3

เข้าวงการตั้งแต่อายุเท่าไหร่ เริ่มถ่าย ธี่หยด เป็นยังไงบ้าง ?
เดนิส : จริงๆ งานแรกของหนูเลยเป็นโฆษณาค่ะ ตอนประมาณ 10 ขวบ เป็นเด็กโฆษณามาก่อน แล้วก็เข้าช่อง 3 ตอนประมาณอายุ 14 ค่ะ เล่น ธี่หยดก็อายุ 15-16 ประมาณนี้

เล่นหนังผีเรื่องแรกตอนอายุ 15 กลัวไหม ?
เดนิส : จริงๆ ส่วนตัวพื้นฐาน เป็นคนไม่กลัวผีเลย ไม่กลัวความมืด เพราะว่าแม่กลัวมาก ตัวเองก็เลยไม่กลัว เพราะจริงๆ เรารู้อยู่แล้วว่าช่อง 3 ทำละครใช่ไหมคะ แต่เราไม่เคยรู้ว่าช่อง 3 ทำหนัง จนจู่ๆ เขาก็บอกว่าช่องกำลังจะทำหนังเรื่องหนึ่ง ก็เลยขอไปแคส ตอนนั้นตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต เพราะว่าอยากเล่นหนังมาก เป็นความฝันเลย บอกตัวเองเลยว่าแบบ บทนี้ต้องได้ ยังไงก็ต้องได้ เพราะว่าเหมือนโอกาสมันมาแล้ว เราก็ต้องรีบคว้าไว้ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นถ่ายละคร 7 วันเลย ไม่มีคิวให้หนังแน่นอน แต่ใจมันอยากไง อยากจะไปแคสก่อน พอได้ ดีใจมาก

พี่ณเดชน์ ทำให้เรากดดันมากขึ้น หรือว่าเขาช่วยเรา ?
เดนิส : คือด้วยความที่คนอื่นเขาอาจจะมีความแบบว่าตื่นเต้นมากที่เจอพี่แบรี่อะไรอย่างงี้ แต่ว่าด้วยความที่หนูไม่ค่อยดูละครเท่าไหร่ เราแค่รู้สึกว่าเกรงใจเขามากกว่า เพราะว่าเขาทำงานมานานแล้ว กลัวว่าเราเล่นไม่ได้เขาจะเสียเวลาไหม เราไม่ได้สักที แต่ว่าพี่แบรี่น่ารักมากๆ แล้วเขาก็ช่วยเยอะมากเหมือนกัน มีซีนหนึ่งที่เราเล่นไม่ได้สักที เขาก็จะเดินมาบอกว่าเดนิสมันเป็นแบบนี้นะเล่าให้เราฟัง ก็เหมือนสบายใจขึ้นด้วยกับการทำงานกับเขา

แล้วมีเรื่องอะไรอีกบ้าง ที่เขากดดันเราตอนเด็กๆ ?
เดนิส : น่าจะเป็นเรื่องดูแลตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ที่เขาก็จะบอกมาว่า ต้องลดน้ำหนักนะ เป็นเรื่องที่หลายๆ คนน่าจะอาจจะเคยเจอมา สิวขึ้นต้องไปรักษาสิวนะ นู่นนี่นั่นอะไรอย่างงี้ค่ะ แล้วก็ไหนจะเรื่องการแสดง จริงๆ เราก็มีหลายอย่างที่ทำให้เรากลายเป็นคนตั้งใจกับทุกอย่างไปหมดเลย

ดูแลตัวเองยังไงบ้าง ?
เดนิส : จริงๆ ตอนเด็ก ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำไง เพราะด้วยความที่เราโตมาที่บ้านไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ ไม่เคยพูดว่าเราอ้วน เราไม่ดี เราไม่สวยเลย พอเรามาเจอสังคมใหม่ ก็จะเป็นฟีล Culture Shock ช็อกไปสักพักหนึ่งว่าแล้วไงต่อ เราต้องทำยังไงถึงจะต้องลดน้ำหนักได้ วันนั้นเป็นวันฟิตติ้งเรื่องหนึ่ง เขาก็ พูดมาว่าอ้วนไปนิดหนึ่งเนาะ ลดให้พี่หน่อยนะสัก 5 โล เหมือนช่วงนั้นเรายังเด็กเราก็จะมีสิวผดมีอะไรค่อนข้างเยอะ แบบเป็นวัยฮอร์โมนด้วย เขาก็เหมือนแบบว่า เออทำยังไงสิวถึงจะหาย ล้างหน้าสะอาดหรือเปล่า ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินใครพูดกับเราแบบนี้มาก่อน ก็เลยแบบช็อกเลย กลับบ้านร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง พอหลังจากนั้นเราก็หาวิธีว่าทำยังไงถึงจะผอม ทำยังไงถึงจะสวย เริ่มเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพี่ๆคนอื่น ก็เลยเริ่มเข้าสู่การดูแลตัวเองแบบไม่ถูก

เคยลดน้ำหนักผิดวิธี ?
เดนิส : ใช่ค่ะ เคยทำมาหลายอย่างมาก อดข้าว ไม่กินข้าว กินให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ กิน 2-3 คำอิ่มแล้ว หรือไม่ช่วงนั้น มีโลว์คาร์บที่แบบฮิตๆ คีโต ตัดคาร์บออกไปเลยก็มี ลองมาหมดแล้ว ตอนนั้นจากน้ำหนัก 55-56 ลงไปประมาณ 48-49 รู้สึกว่าช่วงนั้นผอมที่สุดตั้งแต่เคยผอมมาแล้ว เราได้หุ่นที่อยากได้ แต่ชีวิตเราไม่ Healthy เลย ช่วงนั้นไปทำงาน พี่ผู้กำกับเขาก็จะบอกว่า วันนี้เป็นอะไรทำไมดูไม่มี Energy เลย ด้วยตัวละครมันต้องมี Energy ช่วงที่เริ่มผอมลงๆ พี่นักแสดงด้วยกันเขาก็จะบอกว่าช่วงนี้ดูหน้าเหนื่อยๆ ไม่สดใสเลย

จุดที่ทำให้เราคิดว่าต้องหยุดอดอาหาร กลับมาเริ่มกินคือเกิดอะไรขึ้น ?
เดนิส : มันมีจุดหนึ่งที่เราคุมอาหารไม่พอ เราก็เข้าฟิตเนสด้วย พอเราทำเกินลิมิตตัวเองเยอะมากๆ พอหนูเข้าฟิตเนสปุ๊บ ออกกำลังกายไปสักพักก็หน้ามืด อ้วกกลางฟิตเนสเลย เพราะว่าร่างกายมันไม่ไหวแล้ว เพราะว่าก็เข้าโรงพยาบาลบ่อยปวดท้อง หมอบอกว่าเครียดลงกระเพาะหลายอย่างมาก จนเริ่มรู้สึกกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราอายุเท่าไหร่เอง ทำไมต้องทำขนาดนี้ มันอาจจะมีวิธีที่ดีกว่านั้น

เกิดเหตุการณ์นั้นก็เลยกลับมาเริ่มกินแบบปกติมากขึ้น แล้วน้ำหนักเด้งไหม ?
เดนิส : ใช่ค่ะ แรกๆ เด้งเยอะเลยกลับมาเท่าเดิมเลย เหมือนเรายังไม่เจอวิธีที่ถูกต้อง ยังไม่รู้ว่าหุ่นที่ดีคืออะไร จนวันหนึ่ง เราก็เริ่มฟัง Podcast เยอะๆ เริ่มฟังคนโน้นคนนี้พูด พี่ๆ ในวงการฟังตัวอย่างว่าเขาทำอะไรบ้างถึงได้ได้รู้ว่าจริงๆ มันมีวิธีที่ Healthy กับชีวิต เราก็เริ่มปรับไป เพราะว่าต้องฟังตัวเองเยอะๆ ฟังเสียงร่างกายตัวเอง ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าหุ่นที่ดี คือหุ่นที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ผอมเกินไป ปรับไปเรื่อยๆ วันนี้อยากกินก็กิน แต่ว่าพรุ่งนี้เราก็กลับมาคุมเหมือนเดิม

ทุกวันนี้ Mindset เรื่องการดูแลหุ่นเป็นยังไงบ้าง ?
เดนิส: ก็ดีขึ้นเยอะ สมมติแฮมเบอร์เกอร์อันหนึ่ง เรากลับมองว่ามันมีอะไรบ้าง อันนี้มีโปรตีนนะ ถ้าเรากินเนื้อจะได้โปรตีน หรือว่าอันนี้คาร์บ อันนี้ไขมันดี รู้มากขึ้นว่าควรกินอะไรบ้าง บางทีเรากินเยอะไปก็ไม่ได้รู้สึกผิด เพราะรู้ว่าร่างกายต้องการสิ่งนั้นน่ะ ตอนนี้รู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาก เราเลิกกลัวอาหาร เราสามารถกินได้เหมือนคนทั่วๆ ไป เพื่อนชวนไปกินข้าวข้างนอกเราก็ยัง Enjoy กับเขาได้อยู่ รู้สึกว่าเทรนเนอร์ก็เป็นส่วนสำคัญเหมือนกันที่แบบช่วยให้เรารู้ว่า ว่าวิธีการดูแลตัวเองมันแบบเป็นยังไงบ้าง ทั้งการออกกำลังกายด้วย ทั้งเรื่องกินด้วยเขาก็มีบอกเรา ได้ความรู้จากเขาด้วย ตอนนี้รู้สึกว่าดูแลสุขภาพตัวเองก็พอค่ะ ไม่ได้มีเป้าหมายว่าตัวเองต้องหุ่นแบบคนนี้นะ ขอแค่สม่ำเสมอทำทุกวัน ถ้าอาทิตย์นี้ไปออกกำลังกายได้ ก็จะไปให้ได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องออกทุกวันก็ได้ เอาที่แฮปปี้

ตั้งแต่เข้าวงการมาจนตอนนี้ เจอคอมเมนต์โซเชียลเยอะไหม ?
เดนิส : ด้วยความที่ตอนที่เราเล่นละครมาก่อนหนัง อาจจะยังไม่ ได้เจอคอมเมนต์เยอะมาก เพราะว่าเราอาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากขนาดนั้น แต่ว่าเพราะว่า ธี่หยด นี่แหล่ะค่ะ เราถึงได้รู้ว่ากระแสโซเชียลมีผลต่อเรา มีผลต่อสภาพจิตใจเหลือเกิน เพิ่งรู้ตอนนั้นเลย เคยเห็นแต่พี่คนอื่นพูดแต่เราไม่เคยเจอ พอเจอด้วยตัวเองถึงได้รู้ว่า มันมีคนคิดกับเราแบบนี้ เหมือตอนเราเล่นหนังก็จะมีคนบอกว่าเล่นไม่ดีเลย เล่นเหมือนเล่นละคร กลับไปเล่นละครไหม เป็นนางเอกได้ไงไม่สวย คอมเมนต์มากมายที่คนในชีวิตจริงคงไม่เดินมาพูดกับเราแบบนี้ พอเราเห็นแรกๆ ก็ช็อกแล้วก็เสียใจ นอยว่าทำไมเขาถึงคิดกับเราแบบนี้ พอเราเริ่มเจอ เริ่มรู้สึกว่า Toxic กับตัวเรา ก็เลยเลือกที่จะแทบไม่อ่านคอมเมนต์เลย เลือกที่จะไม่รับรู้ดีกว่า ไม่ดูทั้งคำชมทั้งคำติไปเลย ก็รู้สึกโอเคกับตัวเอง รู้สึกว่าเป็นวิธีที่หนูว่ามันเวิร์คกับเรา

Burn out บ้างไหม ?
เดนิส : ก็มีบ้าง จริงๆ หนูดีขึ้นเยอะมากแล้วนะ แต่ก่อนกดดันตัวเองยิ่งกว่านี้ สมมติแค่มานั่งสัมภาษณ์คุยกันแบบนี้ หนูจะกดดันแล้วว่าจะคุยกับพี่ยังไงดี หรือว่าพี่จะชอบหนูไหม ดีที่ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ถามว่า Burn out ไหม คือมีบ้างที่รู้สึกหมดไฟแล้วไม่อยากทำเหนื่อยจังเลย แต่ว่าสุดท้ายก็เดี๋ยวพอหลับปุ๊บตื่นเข้ามาวันใหม่หายแล้ว ปล่อยให้ตัวเองได้ร้องไห้ไปเลย ตอนนี้อยากร้องแค่ไหนร้อง พอหลับตื่นขึ้นมาวันใหม่ก็เริ่มใหม่ รีเซ็ต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก daradaily

“เลดี้ปราง” เสียงหายแพ้ควันบนเวที รักแฮปปี้แพลนเที่ยวทริปหวาน

55 นาทีที่แล้ว

ดาราสาวเสิร์ฟชุดว่ายน้ำทำทะเลขาวจ้าแสบตาไปหมด

55 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความบันเทิงอื่น ๆ

สวยยกบ้าน มิ้นท์ น้องสาว มิว นิษฐา ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งสุดโรแมนติก

TeeNee.com

พ่อยิว โพสต์เดือดถึง ผู้ชายที่ทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ

TeeNee.com

มาร์กี้ ขำ ลูกมองแม่ตกงาน วันๆคอยตามแต่พ่อ

TeeNee.com

แค่หุ่นก็ชนะขาด! อุ้ม ลักขณา สวมชุดว่ายน้ำสีขาวเว้าสูงปรี๊ด ช็อตหันหลังทำใจหวิว

KaaZip บันเทิง

“เลดี้ปราง” เสียงหายแพ้ควันบนเวที รักแฮปปี้แพลนเที่ยวทริปหวาน

daradaily

ดาราสาวเสิร์ฟชุดว่ายน้ำทำทะเลขาวจ้าแสบตาไปหมด

daradaily

ไม่เคยจะแผ่ว “นางแบบดัง” โชว์แซ่บกับบิกินี่ส้มตัวจิ๋ว สวยฉ่ำเอาเรื่อง

KaaZip บันเทิง

ปล่อยไว้ไม่ได้ “กิ๊ก มยุริญ” แจ้งความโดนแอบอ้างมีเอี่ยวทุจริตวัดพระบาทน้ำพุ! (คลิป)

Manager Online

ข่าวและบทความยอดนิยม

“วอร์” ผ่าตัด “เอ็นไขว้หน้าขาด” ฟื้นตัวดีขึ้นเกินคาด ด้าน “หยิ่น” ขาพลิกเตะบอล

daradaily

แถลงการณ์จาก “พิง ลำพระเพลิง” ปมดราม่าหนัง “บุปผา” ยันเป็นผู้กำกับจริง!!

daradaily

รวมเรตติ้ง “เขมจิราต้องรอด” การพบกันของ “เก่ง-น้ำปิง”

daradaily
ดูเพิ่ม
Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...