โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘กระบือไทย’ เข้าสู่ยุคจีโนม ปศุสัตว์สร้างฐานพันธุกรรมชาติ ดันคัดพันธุ์แม่นยำ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"กระบือไทย" ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ที่อยู่คู่กับเศรษฐกิจไทยมานาน แต่ยังเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงยิ่ง ปัจจุบันจำนวนประชากรกระบือมีแนวโน้มลดลง และที่ผ่านมาเกษตรกรมักคัดเลือกพันธุ์โดยดูจากลักษณะภายนอกเป็นหลัก ไม่ได้พิจารณาถึงศักยภาพทางพันธุกรรม ทำให้ประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) มีแนวโน้มลดลงด้วย

ทาง กรมปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และภาคีเครือข่าย จึงเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาฐานพันธุกรรมในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากกรมปศุสัตว์ในการขับเคลื่อนและขยายผล รวมถึงภาคส่วนการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้านวิชาการ เทคโนโลยีจีโนมจะช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนาพันธุ์ให้สั้นลง โดยเริ่มให้ทุนสนับสนุนตั้งแต่ปี 2566 เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและฐานข้อมูลสำคัญ ในปีที่ 2 นี้เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นจากการจัดตั้ง "ศูนย์ข้อมูลกระบือแห่งชาติ" ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินใจพัฒนาพันธุ์มีความแม่นยำและยั่งยืน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระดับเกษตรกรต้นแบบ เพื่อถ่ายทอดพันธุกรรมดีและองค์ความรู้สู่พื้นที่ต่างๆ

ผงาดงานจีโนมปี 2 "กระบือ" คัดพันธุ์แม่นยำ

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จของโครงการในปีที่ 2 เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการวิจัย ในการนำเทคโนโลยีจีโนมมาประยุกต์ใช้กับการปรับปรุงพันธุ์กระบือปลักไทย ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจและทรัพยากรพันธุกรรมที่มีคุณค่าของประเทศ ผลงานวิจัยครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกพันธุ์ ลดระยะเวลาการปรับปรุงพันธุ์ และเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการอนุรักษ์พันธุกรรมกระบือไทย ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาภาคปศุสัตว์ให้ก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ 2 ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายสำคัญของโครงการ โดยสามารถสร้างจีโนมอ้างอิงของกระบือปลักไทยในระดับโครโมโซม ที่มีความสมบูรณ์สูง จัดตั้งโครงสร้างการบริหารศูนย์ข้อมูลกระบือแห่งชาติ (National Buffalo Information Center : NBIC) และพัฒนาโปรแกรมจัดเก็บข้อมูลและประเมินผลพันธุกรรม (E-NBIC) เพื่อรองรับการเก็บข้อมูลพันธุกรรม พันธุ์ประวัติ และข้อมูลสุขภาพกระบือรายตัวจากทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถประเมินค่าพันธุกรรมของลักษณะการเจริญเติบโต จัดทำข้อมูลพ่อพันธุ์ (Sire Summary) และเตรียมข้อมูลสำหรับการพัฒนาชุดตรวจดีเอ็นเอ (SNP Chip) ที่จำเพาะต่อกระบือปลักไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกพันธุ์ในอนาคต

คณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ โครงการวิจัยจีโนมกระบือไทย

ผลสำเร็จอีกประการหนึ่งของโครงการ คือ การสร้างฐานข้อมูลและองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงการประเมินพันธุกรรมกับการบริหารจัดการฝูงกระบือ โดยมีการเก็บข้อมูลลักษณะประจำตัว ข้อมูลการเจริญเติบโต และข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบ เพื่อรองรับการถ่ายทอดพันธุกรรมกระบือพันธุ์ดีสู่พื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการอนุรักษ์พันธุกรรมกระบือปลักไทยในระยะยาว

ด้านนางสาวปิยธิดา ถิระรณรงค์ เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนงานวิจัยการเกษตร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สวก. มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคการเกษตรของประเทศ โครงการนี้ถือเป็นตัวอย่างของการบูรณาการศักยภาพของหลายหน่วยงานในการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงด้านพันธุศาสตร์สัตว์ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนางานวิจัยและการปรับปรุงพันธุ์กระบือไทยในอนาคต รวมถึงต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

กรมปศุสัตว์พร้อมผลักดันให้องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยนำไปใช้ประโยชน์ในภาคสนาม ทั้งด้านการประเมินพันธุกรรม การผลิตพ่อแม่พันธุ์คุณภาพ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงกระบือและสร้างความมั่นคงทางพันธุกรรมของประเทศต่อไป อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวในที่สุด

ผศ.สพ,ญ.ดร.สุภัญญา สีทองดี คณบดีคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ขณะนี้ได้คัดเลือกพ่อพันธุ์ที่มีข้อมูลตัวเลขยืนยันชัดเจนว่าให้อัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าปกติ เช่น จากเดิมโตวันละ 600 กรัม อาจเพิ่มเป็น 800-1,000 กรัม โดยคัดจากพ่อพันธุ์ในศูนย์วิจัยของกรมปศุสัตว์ 7 แห่งทั่วประเทศ

“ส่วนการดำเนินงานในพื้นที่จริง เราได้เตรียมกลุ่มเกษตรกรและแม่พันธุ์ประมาณ 200 ตัว ไว้ที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์, โดยจะใช้น้ำเชื้อแยกเพศจากพ่อพันธุ์ที่คัดเลือกผ่านจีโนมนี้ไปผสม หากโครงการปีที่ 3 ได้รับการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณจาก สวก. เราก็พร้อมเริ่มดำเนินการทันที”

เทคโนโลยีจีโนมนี้จะช่วยเปลี่ยนการพัฒนาพันธุ์จากการใช้เวลาเกือบ 20 ปี (ใน 3 ชั่วรุ่น) ให้รวดเร็วขึ้นมาก เพราะสามารถตรวจเลือดลูกกระบือตั้งแต่แรกเกิดเพื่อดูรูปแบบ DNA ว่าตรงตามลักษณะที่ต้องการหรือไม่ โดยไม่ต้องรอให้โตจนถึงวัยเจริญพันธุ์เพื่อทดสอบผลผลิต นี่คือการรักษาและต่อยอดสมบัติล้ำค่าของชาติด้วยวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...