เปิดคำวินิจฉัยฉบับเต็ม คำวินิจฉัยศาล อิ๊งค์ พ้นนายกฯ
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีโดยเฉพาะตัว ตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) แห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
ศาลวินิจฉัยว่ามีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้ และพิจารณาว่า คลิปเสียงที่เป็นพยานหลักฐาน สามารถนำมารับฟังได้ โดยอิงจาก พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ซึ่งเปิดทางให้ศาลใช้วิธีไต่สวน และสามารถรับฟังพยานหลักฐานได้ทุกประเภท
แม้ผู้ถูกร้องจะโต้แย้งว่าคลิปเสียงดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สนทนา และยังไม่มีการรับรองการแปลจากภาษาอังกฤษ แต่ศาลเห็นว่าคลิปเสียงนั้นสามารถใช้ประกอบการวินิจฉัยได้ เนื่องจากมีคำยอมรับจากผู้ถูกร้องในการแถลงข่าวว่า เป็นคลิปจริงที่คุยกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
ประเด็นหลักที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยคือ น.ส.แพทองธารมีพฤติกรรมที่ถือว่า ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้จะไม่มีหลักฐานว่าแพทองธารตอบรับข้อเสนอใด ๆ จากสมเด็จฮุน เซนโดยตรง แต่ เนื้อหาในคลิปเสียงและบริบทของการสนทนา เป็นการกระทำในฐานะนายกรัฐมนตรี มิใช่เพียงการพูดคุยส่วนตัวในฐานะประชาชน
โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ถูกร้องกล่าวถึงแม่ทัพภาคที่ 2 (พล.ท.บุญสิน พาดกลาง) ในลักษณะวิพากษ์ให้ผู้นำกัมพูชาเข้าใจว่าเกิดความไม่เป็นเอกภาพระหว่างฝ่ายรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งอาจ เปิดช่องให้ประเทศคู่ขัดแย้งใช้ข้อมูลนี้แทรกแซงกิจการภายในของไทย และบั่นทอนความมั่นคงของประเทศ
ศาลวินิจฉัยเพิ่มเติมว่า การเจรจากับสมเด็จฮุน เซนของผู้ถูกร้อง แม้จะอ้างว่าเป็นการ “ใช้เทคนิคเจรจา” เพื่อค้นหาความต้องการจริงของคู่เจรจา แต่เมื่อตรวจสอบบริบทและผลกระทบแล้วพบว่า การกระทำของผู้ถูกร้องมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง เช่น การเพิ่มคะแนนนิยม และเสริมภาพลักษณ์ของรัฐบาล
ซึ่งเท่ากับว่า ผู้ถูกร้อง ยึดถือผลประโยชน์ส่วนตนเหนือประโยชน์ของชาติ เป็นการกระทำที่ ลดทอนเกียรติภูมิของนายกรัฐมนตรีและประเทศไทย ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐมนตรีต้องทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเคารพหลักจริยธรรมอย่างเคร่งครัด
ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่า
ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 (วันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่)
ส่งผลให้คณะรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1)
และให้ดำรงตำแหน่งรักษาการตามมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่
กรณีนี้จึงนับเป็น คำวินิจฉัยสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการตีความด้านจริยธรรมและความมั่นคงระดับชาติของผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง