SET โชว์ฟอร์ม บจ.ไทยครึ่งปีแรก 68 กำไรสุทธิพุ่ง 5.89 แสนล้านโต 15%
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 809 บริษัท คิดเป็น 98.5% จากทั้งหมด 821 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 30 มิ.ย. 68 ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 68 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 591 บริษัท คิดเป็น 73.1% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 68 เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน บจ. ใน SET มียอดขาย 8,342,603 ล้านบาท ลดลง 6.5% ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลง 6.0% และ 0.8% ตามลำดับ ทำให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) 794,606 ล้านบาท ลดลง 16.3%
ทั้งนี้ จากความพยายามควบคุมการใช้เงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง 11.3% อีกทั้งมีธุรกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้พิเศษ เช่น กำไรจากการควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้างธุรกิจ และการลงทุน
ส่งผลให้ บจ. มีกำไรสุทธิ 589,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% อย่างไรก็ดี หากไม่รวมธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ บจ. มียอดขายและกำไรจากการดำเนินงาน ลดลงเล็กน้อย 0.7% และ 2.3% ตามลำดับ
ด้านฐานะการเงินของกิจการ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 บจ. ไทยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.49 เท่า ลดลงจาก 1.59 เท่า ณ ช่วงเดียวกันในปีก่อน
โดยภาพรวมครึ่งแรกของปี 2568 บจ. ไทย ที่เติบโตได้ดี ยังคงเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค และการบริการ ได้แก่
- หมวดอาหารและเกษตร ซึ่งได้รับผลบวกจากราคาเนื้อสัตว์และอัตรากำไรที่ดีขึ้น รวมถึงราคายางที่ปรับสูงขึ้น
- หมวดค้าปลีกและโรงพยาบาล ยังคงเติบโตจากยอดการใช้จ่ายในประเทศ
- หมวดโทรคมนาคม ได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้ Data และ Internet เพิ่มตามแนวโน้มการปรับสู่สังคม Digital ที่เติบโต
บจ. ไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากราคาน้ำมันลดลง ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกระทบ บจ. ในธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ และกลุ่มที่มีการขายอ้างอิงสกุลเงินต่างประเทศ จึงทำให้ผลการดำเนินงานรวมชะลอลงจากปีก่อน
ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน ปี 2568 มียอดขายรวม 100,869 ล้านบาท ลดลง 3.9% ต้นทุนขาย 74,388 ล้านบาท ลดลง 3.8% ทำให้มีกำไรขั้นต้น 26,482 ล้านบาท ลดลง 4.1%
ทั้งนี้ บจ. มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน 6,356 ล้านบาท ลดลง 19.3% และมีกำไรสุทธิรวม 3,195 ล้านบาท ลดลง 42.7%