ราชกิจจาฯ ประกาศกฏหมายใหม่ออก 8 มาตรการป้องกันอาชญากรออนไลน์
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 2568 โดยมีสาระสำคัญ 8 มาตรการ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรคมนาคม และป้องกันยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว โดยกฎหมายมีรายละเอียด ดังนี้
1. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องตรวจสอบคัดกรองผู้ใช้บริการที่มีลักษณะที่ผิดปกติ เพื่อพิจารณาระงับการใช้บริการทันที โดยพิจารณาจากจำนวนครั้งที่โทรออก พื้นที่การโทร ข้อมูลลูกค้า และอุปกรณ์ที่ใช้ในการโทรออก โดยให้สำนักงาน กสทช. ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่พิจารณากำหนดเงื่อนไขการคัดกรอง
2. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ต้องระงับบริการโทรคมนาคมตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งจากสำนักงาน กสทช. ว่าบริการโทรคมนาคมดังกล่าวมีเหตุให้เชื่อได้ว่ามีการใช้บริการโทรคมนาคมเพื่อกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น (1) ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระงับการให้บริการทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมง และ (2) ผู้รับอนุญาตบริการโทรคมนาคมอื่น ระงับการให้บริการทันที หรือภายใน 3 วัน
3. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่จัดการลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (1) กรณีผู้ลงทะเบียนใช้งานใหม่ ให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียนให้เสร็จภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่มีการลงทะเบียน (2) กรณีผู้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียนให้เสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ และ (3) กรณีผู้ลงทะเบียนก่อนปี พ.ศ.2567 ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ลงทะเบียนให้เสร็จภายใน 1 ปี นับถัดจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ
4. ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการส่งข้อความสั้นแบบแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ไปยังผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในรูปแบบ Application-to-Person (A2P) หรือการส่งข้อความอัตโนมัติถึงลูกค้า มีหน้าที่ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนชื่อผู้ส่งข้อความสั้น หรือ Sender Name ส่งข้อความสั้นไปยังลูกค้า และต้องตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์ที่ใช้แนบส่งข้อความสั้นทุกครั้งก่อนส่งไปยังผู้ใช้บริการปลายทางตามที่สำนักงาน กสทช. กำหนด
5. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่จำกัดการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลต่างชาติไม่เกิน 3 เลขหมาย/คน/ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น
6. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จำกัดระยะเวลาการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourist SIM) ให้ใช้งานไม่เกิน 60 วัน โดยไม่สามารถเติมเงินเพื่อขยายระยะเวลาการใช้งานต่อ แต่หากต้องการใช้งาน Tourist SIM ต่อหลังครบกำหนดต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนอีกครั้ง
7. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องห้ามไม่ให้เครื่องวิทยุคมนาคมลูกข่ายในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทซิมบ๊อกซ์ (Sim box) หรือประเภทเกตเวย์ (Gateway) ที่รองรับจำนวนซิมตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไปเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของตน เว้นแต่เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวจะได้รับการลงทะเบียนกับสำนักงาน กสทช.
และ 8. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่เติมเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนผู้ใช้บริการให้ทราบว่ามีเลขหมายโทรศัพท์ที่มาจากต่างประเทศ เช่น การเติม +697 และ +698 หน้าหมายเลขโทรศัพท์ที่มาจากต่างประเทศ และมีหน้าที่จัดให้มีระบบปฏิเสธการรับสายจากต่างประเทศ
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ขอให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้มงวดสกัดเลขหมายโทรศัพท์ที่มีความผิดปกติเป็นสายที่มาจากต่างประเทศในช่วงนี้ ซึ่งต้องจัดทำระบบสกัดการรับสายเข้า และขึ้นเลขหมาย +697 และ +698 ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนต่อเนื่อง เพราะมิจฉาชีพอาจกลับมาในรูปแบบเดิมอีก
อ่านฉบับเต็ม : มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม