โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อารักชี” ย้ำการทูตคือทางออกวิกฤติอิหร่าน หลัง “ทรัมป์” ปัดข้อเสนอเปิดฮอร์มุซ

เดลินิวส์

อัพเดต 27 กันยายน 2569 เวลา 15.54 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยัน การเจรจาเป็นหนทางเดียว ที่จะคลี่คลายความขัดแย้งกับสหรัฐ หลังมีรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และระงับการสู้รบภายใน 7 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่านายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงรายงานที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและระงับการสู้รบในภูมิภาคภายใน 7 วัน และอาจพิจารณาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หลังเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ในวันที่ 3 พ.ย. นี้ ว่าการทูตเป็นหนทางเดียวในการคลี่คลายความขัดแย้งกับสหรัฐและอิสราเอล

อารักชียืนยันว่า เงื่อนไขของอิหร่านมีความชัดเจน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นอยู่กับการบรรลุเงื่อนไขดังกล่าว พร้อมย้ำว่า มีเพียงแนวทางการทูตเท่านั้นที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้

ทั้งนี้ ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยระบุว่า อิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็ว เนื่องจากกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ

อารักชีกล่าวว่า แม้ทรัมป์แสดงท่าทีต่อสาธารณะ แต่ผู้ไกล่เกลี่ยยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการว่าสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอ พร้อมระบุว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังรอคำตอบอย่างเป็นทางการเพื่อพิจารณาท่าทีต่อไป

ด้านประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานพร้อมเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์และประเด็นอื่น แต่จะไม่ยอมรับการข่มขู่หรือการบีบบังคับ พร้อมย้ำว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการทำสงคราม แต่จะปกป้องตนเองจากแรงกดดัน ภัยคุกคาม และการโจมตี พร้อมยืนยันว่ าอิหร่านตกลงแล้วว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...