เอกนัฏ ถก สมาคมยางพาราไทย ตั้งทีมเฉพาะกิจแก้ปัญหาทุนต่างชาติตัดราคา-สวมสิทธิ์ Made in Thailand หวั่นกระทบตลาด-ผู้ประกอบการไทย
เอกนัฏ ถก สมาคมยางพาราไทย ตั้งทีมเฉพาะกิจแก้ปัญหาทุนต่างชาติตัดราคา-สวมสิทธิ์ Made in Thailand หวั่นกระทบตลาด-ผู้ประกอบการไทย
(วันที่ 26 สิงหาคม 2568) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล นายกสมาคมยางพาราไทย ซึ่งนำคณะผู้บริหารเข้าพบ เพื่อหารือประเด็นการขยายตัวของการตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์ยางจากลุ่มทุนต่างประเทศในประเทศไทย และปัญหาการนำเข้าถุงมือยางสังเคราะห์จากต่างประเทศในปริมาณสูงส่งผลต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมยางและการใช้น้ำยางภายในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
โดยมี นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายประสิทธิ์ วงษาเทียม รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย นายภัทรพล ลิ้มภักดี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ในการหารือ สมาคมยางพาราไทยได้สะท้อนปัญหาและขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงอุตสาหกรรมในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ 1) การที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานในไทยแล้วขายสินค้าตัดราคาต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบด้านราคาและสูญเสียส่วนแบ่งตลาด 2) การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อนำมาติดฉลาก "Made in Thailand" แล้วส่งออกต่อ (re-export) ซึ่งไม่เพียงแต่กระทบต่อผู้ประกอบการไทย แต่ยังบั่นทอนภาพลักษณ์ของสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรณีที่สินค้ามีคุณภาพต่ำ รวมถึง 3) การพิจารณามาตรการป้องกันการดั้มพ์ราคา (Anti-Dumping) และ 4) การควบคุมการใช้เครื่องหมาย Made in Thailand, มอก. และ Thailand Trust Mark อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังเสนอแนวทางส่งเสริมให้สินค้าที่ผลิตจากยางพาราได้รับการยกระดับและเพิ่มมูลค่าในฐานะ "Product of Thailand" เพื่อสร้างความแตกต่าง สร้างแบรนด์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
"กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยจะจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประสานการทำงานร่วมกับสมาคมยางพาราไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน และยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ยางไทยให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องเข้มงวดในการตรวจสอบและจัดการปัญหาการสวมสิทธิ์ โดยเฉพาะกรณีการนำเข้าสินค้าต่างประเทศแล้วเปลี่ยนฉลากเป็น "Made in Thailand" ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบและบิดเบือนระบบการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมจะเดินหน้ากำหนดมาตรการดูแลคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการส่งออก เพื่อให้สินค้ายางพาราของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล" นายเอกนัฏ กล่าว