บิ๊กต่ายหายใจโล่ง
ผลพวงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียงสนทนาข้ามประเทศ จนทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของ นายกฯ อิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง และคณะรัฐมนตรีพ้นไปทั้งคณะ นอกจากทำให้การเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว แวดวง "สีกากี" ก็กำลังเดือดปุดๆ จากการแต่งตั้ง "นายพล" ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงไปถึง ผบก. วาระประจำปี 2568 เพราะ "ฝ่ายการเมือง" ไม่พอใจบัญชีแต่งตั้งผ่านบอร์ดกลั่นกรอง จนวงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อวันที่ 28 ส.ค. วาระ "แต่งตั้ง" ต้องล่มไม่เป็นท่า ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม โดย
เฉพาะ บิ๊กอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย ประธาน ก.ตร. ชิงเลื่อนถกวาระแต่งตั้งออกไป ด้วยเหตุผลที่บอกผ่านสื่อมีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งหลายราย แต่วงในต่างลือสะพัดเหตุแห่งเรือล่มน่าจะมาจากการเมืองไม่ได้ดังใจ ผู้เกี่ยวข้องชั้น 14 ไม่ได้รับการโปรโมต ถึงขนาดมีกระแสข่าวลือตลอดช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา อาจจะมีคำสั่งให้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ไปช่วยราชการสำนักนายกฯ แต่พอตกบ่าย ตกเย็น ศาลรธน.มีคำวินิจฉัยออกมา อารมณ์ร้อนๆ ก็เย็นลง อำนาจต่อรองก็เหลือน้อย เสียงแข็งๆ หน้าตึงๆ ก็เลยหายไป จากแยกเขี้ยวเหลือเพียงรอยยิ้ม ข่าวเด้งก็มลายหายไปกับสายลม บิ๊กต่าย ได้หายใจโล่ง
ชัดเจนไม่มีเลื่อน ไม่มีงด ไม่มีปัญหา การประชุม ก.ตร.นัดพิเศษเวลา 15.00 น. วันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. 2568 วาระการแต่งตั้ง "นายพล" ที่ขยับมาจากวันพฤหัสบดีที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา บิ๊กอ้วน-ภูมิธรรม ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี จะมานั่งเป็นประธาน ก.ตร. พิจารณารายชื่อแต่งตั้ง รอง ผบ.ตร.ลงมาถึง ผบก. ที่ว่างลง 136 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รอง ผบ.ตร. 2 ตำแหน่ง, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 7 ตำแหน่ง, ผบช. 16 ตำแหน่ง, รอง ผบช. 40 ตำแหน่ง และ ผบก. 71 ตำแหน่ง รวมทั้งโยกสลับในระดับระนาบอีกจำนวนหนึ่ง คาดว่ารายชื่อที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองไปก่อนหน้านี้ ที่ฝ่ายการเมืองไม่พอใจมาก น่าจะมีปรับบางตำแหน่งเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องถึงขนาด "รื้อโผใหญ่" เหมือนก่อนหน้านี้ เพราะสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายแล้ว อะไรที่ "นายใหญ่" อยากได้ก็คงไม่สมใจแล้ว แต่อยากสะกิดให้โฟกัสให้จับตาที่ "ผบช.ไซเบอร์" ถ้า บิ๊กอรรถ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท.ได้ขยับขึ้นไปเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. บิ๊กกบ-พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 41 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร. จะโยกมาเป็น ผบช.สอท.ตามโผเดิมหรือเปล่า ๐
อีกหนึ่งไฮไลต์ห้ามพลาด โผแต่งตั้งครั้งนี้ บิ๊กเต่า-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.คนดัง ที่ออกมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง แม้เจ้าตัวมั่นใจว่าคงไม่ได้ขยับขึ้น ผบช. ติดยศ พล.ต.ท. เพราะอาวุโสระนาบ รอง ผบช.อยู่ลำดับสุดท้าย แต่ บิ๊กเต่า ก็ประกาศเอาไว้เสียงดังฟังชัด "เชื่อว่าผมคงไม่ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนยศเป็น พล.ต.ท.ในปีนี้แล้ว แต่ยืนยันว่าจะยังคงปฏิบัติหน้าที่และทำงานสืบสวนคดีทุจริตต่อไป และจะไม่มีการเกเรหรือเกียร์ว่าง" แต่บทสัมภาษณ์สำคัญอยู่ช่วงท้ายที่บอก "หากการประชุม ก.ตร.ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ มีมติให้ผมต้องย้ายไปหน่วยอื่น คณะกรรมการ ก.ตร.จะต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมและชัดเจนในการชี้แจง เพราะยังมีคดีทุจริตสำคัญอีกหลายคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของผมและไม่มีใครกล้าทำ" นี่ซิน่าติดตาม บิ๊กเต่า จะโดนขยับหรือไม่ อย่างไร ค่ำๆ วันอาทิตย์นี้ได้รู้กัน ๐
ขณะที่ “โผทหาร” ผ่านฉลุยไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจาก "พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์" รักษาการ รมว.กลาโหม นั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายทหารชั้นนายพล ที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนการประชุมสภากลาโหม โดยที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ มาลงนามหน้าซองรายชื่อของแต่ละเหล่าทัพ หลังจากประชุมหารือในรอบสุดท้ายแบบฉิวเฉียด ก่อนศาล รธน.มีมติ โดยมีรักษาการ รมว.กลาโหมลงนามเห็นชอบ เพื่อเตรียมส่งให้ "ภูมิธรรม เวชยชัย" รักษาราชการแทนนายกฯ ลงนาม ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป โดยระหว่างนี้ก็จะส่ง กกต.เพื่อความมั่นใจในขั้นตอนการดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับ “รัฐบาลลุงตู่” ที่ทูลเกล้าฯ ถวายโผช่วงรัฐบาลรักษาการ จึงไม่น่ามีปัญหาในการทำให้จบเร็วเพื่อลดแรงกระเพื่อม ๐
มองจากรูปการณ์และบรรยากาศของบอร์ด 6 เสือ ที่ต้องอนุมัติโผก่อนส่งให้รักษาราชการแทนนายกฯ กองทัพเรือไม่น่าจะราบรื่นเท่าไหร่ ดังนั้นคนที่ถูกจับจ้องมากที่สุดจึงกลายเป็น "ผบ.แมว" พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เพราะเดินออกมาคนสุดท้าย แถมหน้าตาเคร่งเครียด เพราะมีข่าวว่า “บิ๊กแมว” เสนอ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เสนาธิการทหารเรือ ขึ้นเป็น ผบ.ทร.คนใหม่ ซึ่งไม่ใช่ชื่ออันดับหนึ่งในใจของอดีต ผบ.ทร. ที่ “ผบ.แมว” เกรงใจ ซึ่งอดีต ผบ.ทร.คนดังกล่าวต้องการวางตัว "ผบ.เดี่ยว" พล.ร.อ.ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผบ.กองเรือยุทธการให้ขึ้นรับไม้ต่อ แม้ “เสธ.เฟื่อง” จะเป็นสายเดียวกับอดีต ผบ.ทร.เช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่คนที่อดีต ผบ.ทร.ต้องการให้เป็น สุดท้ายในที่ประชุมสภากลาโหม 2 แคนดิเดตที่มาประชุม จึงต่างก็หน้าเครียดไม่แพ้ ผบ.แมว ที่ต้องยืนยันโผในมือต้องเป็นชื่อที่เสนอไป แต่ในที่สุดต้องปิดเกมเร็วในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ๐
ขณะที่ชื่อแม่ทัพภาคที่ 1-2 ที่ต้องมารับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจาก "อาวุโส" แล้วยังเป็น ผบ.หน่วยในพื้นที่เก่าทั้ง "แม่ทัพไก่" พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ (ตท.28) แม่ทัพน้อยที่ 1 เติบโตมาในเส้นทางบูรพาชายแดน เคยดำรงตำแหน่ง ผบ.ร.12รอ. คุมพื้นที่ จ.สระแก้ว ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางมาเป็น ผบ.พล.1รอ.ตามสูตร "บูรพาเทวัญ" ส่งคนสลับข้ามกองพลเพื่อสลายขั้ว ขณะที่ "รองเติ่ง" พล.ต.วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 อยู่ในพื้นที่อีสานใต้มาโดยตลอด และเคยดำรงตำแหน่งผู้การทหารพราน เติบโตมาในสาย พล.ร.6 บัญชาการรบ 5 วันกับกัมพูชาที่ผ่านมาด้วย ส่วนแม่ทัพภาคที่ 3 แม้จะมีชื่อของ พล.ต.วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เข้าฮอสแม่ทัพในรอบนี้ แต่ก็มีบางกระแสข่าวว่า “ผบ.ปู” ขอให้ พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน (ตท.25) แม่ทัพน้อยที่ 3 ซึ่งผลงานเข้าตาขึ้นมาเป็นก่อน 1 ปีค่อยเป็นคิวของรุ่น 26 ส่วนแม่ทัพภาคที่ 4 เรียกได้ว่าฝุ่นตลบจากทุกสาย ตัวเลือก ตท.26 ในพื้นที่ก็มีแค่เพียง "ต่อติณ" พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ที่เป็นคนในพื้นที่และเหมาะสม ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีชื่อของ พล.ต.นรธิป โพยนอก จากรองแม่ทัพภาคที่ 2 อาจจะข้ามห้วยมานั่ง ฝ่าพลังพี่ๆ ที่หนุน "รองอ้วน" พล.ต.วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพในรอบนี้เลย แต่ทุกอย่างจบไปแล้วเพราะชื่อแม่ทัพภาคที่ 3-4 ถูกเคาะออกมาเรียบร้อยแล้ว.