โลกทั้งใบของแมวเด็กพิเศษ : จากหัวใจของ "แม่จ๋า" ถึง "น้องซังซัง"
คำว่า “แม่” อาจไม่ได้หมายถึงผู้ให้กำเนิดมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ทว่ายังหมายรวมถึงดวงใจของคน ๆ หนึ่ง ที่พร้อมจะสละสิ้นทุกความสุขสบายส่วนตัว เพื่อโอบอุ้ม ทะนุถนอม และต่อลมหายใจให้กับอีกหนึ่งชีวิตอย่างไม่มีเงื่อนไข
เนื่องในวันแม่แห่งชาติปีนี้ LINE TODAY ขอส่งต่อความอบอุ่นไปยังหัวใจของทุกคน ด้วยเรื่องราวความผูกพันของ "แม่จ๋า" และ "น้องซังซัง" แมวน้อยเด็กพิเศษ ที่จะช่วยเติมเต็มความหมายของคำว่า "รักแท้ของแม่" ให้ลึกซึ้ง และงดงามยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
จุดเริ่มต้นของความรัก
โชคชะตาของ "น้องซังซัง" ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่ลืมตาดูโลก เพราะน้องเป็นผลพวงจากการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด จากฟาร์มที่ไม่มีใบอนุญาต ร่างน้อย ๆ นี้จึงต้องแบกรับ ภาวะพัฒนาการช้า จนไม่สามารถใช้ชีวิต หรือแม้แต่ดูแลตัวเองได้เฉกเช่นแมวปกติทั่วไป เป็นเหตุให้มีอาการโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังตามมา
เดิมทีเพื่อนของคุณแม่เป็นผู้รับน้องมาเลี้ยง แต่เมื่อไม่สามารถดูแลต่อไปได้ จึงได้สอบถามแม่จ๋าว่าสนใจรับน้องมาเลี้ยงหรือไม่ ทันทีที่แม่จ๋าได้สบตากับแมวน้อยไร้เดียงสา ความเวทนาก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นความรัก แม่จ๋าตัดสินใจอ้าแขนรับซังซังเข้ามาสู่อ้อมกอด และมองซังซังเป็น "ลูก" มานับแต่นั้น
หนึ่งวันของแม่จ๋าและซังซัง
การดูแลแมวเด็กพิเศษ ไม่ใช่เพียงการให้อาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ หากเป็นการยอมปรับนาฬิกาชีวิตให้หมุนตามความต้องการของลูกเสมอ ทุก ๆ 6 โมงเช้า แม่จ๋าต้องรีบตื่นขึ้นมาพาซังซังเข้าห้องน้ำทันที เพื่อป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ระหว่างวันก็ต้องป้อนข้าว ป้อนยา เช็ดทำความสะอาดร่างกายวันละ 3 ครั้ง และยังต้องคอยอุ้มพาไปเดินรับลมชมวิว เพื่อกระตุ้นไม่ให้น้องหลับลึกจนเกินไป
เบื้องหลังที่แสนยากลำบาก และไม่มีใครเคยได้เห็น คือช่วงเวลาการกินข้าวแต่ละมื้อของซังซังที่ใช้เวลากว่า 1-2 ชั่วโมง เพราะน้องมักมีอาการขบฟันระหว่างเคี้ยวอาหาร จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ (หรือที่แม่จ๋าเรียกว่าอาการก็อตซิลลา) ทุกครั้งที่เกิดอาการ แม่จ๋าต้องมานั่งเฝ้า ลูบหัว และลูบแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นอย่างแผ่วเบา เพื่อปลอบให้ลูกสงบลง หากปล่อยปละละเลยแม้เพียงนิดเดียว อาการจะทรุดหนักจนน้องไม่สามารถกลืนอาหารเองได้ไปอีกหลายวัน
ไม่เพียงเท่านั้น การขับถ่ายคืออีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างยิ่ง เพราะสมองของซังซังไม่สามารถจดจำสถานที่ได้ น้องต้องพึ่งพากลิ่น และสัมผัสในการกระตุ้นร่างกาย บางวันน้องปวดท้องอยากขับถ่าย แต่ไม่สามารถทำได้ แม่จ๋าก็ต้องอุ้มเปลี่ยนห้องน้ำไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ทรายเต้าหู้ ทรายคริสตัล วางบนผ้าอ้อมในรถเข็น หรือพาไปสัมผัสพื้นหญ้า วนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกว่าลูกจะยอมขับถ่ายออกมาอย่างปลอดภัย
"แม่จ๋าว่าการเลี้ยงน้องแมวที่พูดไม่ได้ว่ายากแล้ว แต่การเลี้ยงน้องแมวที่ไม่เข้าใจถึงความต้องการของตนเอง และเราต้องสังเกตทุกพฤติกรรมของเขานั้นเป็นสิ่งที่ยากกว่ามาก ๆ ค่ะ"
ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้หญิงคนหนึ่ง
แน่นอนว่าในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง แม่จ๋าย่อมมีความฝันและสิ่งที่อยากได้ แต่เมื่อหันมาเห็นลูกที่กำลังป่วย ความต้องการส่วนตัวก็มลายหายไปทั้งสิ้น แม่จ๋าเคยต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของชีวิต เมื่อรายได้หดหายพร้อม ๆ กับช่วงที่ซังซังป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารกำเริบ และเกิดอุบัติเหตุเผลอกลืนปลอกซิลิโคน ห้วงเวลานั้นหัวใจของคนเป็นแม่แทบแตกสลาย แม่จ๋าต้องอุ้มลูกวิ่งเข้าโรงพยาบาลที่ดีที่สุด โดยไม่สนค่ารักษาแสนแพง
เมื่อพาลูกกลับมาสู่อ้อมอก แม่จ๋ายอมลดทอนคุณภาพชีวิตตัวเอง ด้วยการทนกินข้าวไข่เจียว และเดินไปเด็ดใบตำลึงริมรั้วมาประทังชีวิตไปพลาง ๆ เพื่อหวังเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ไว้ต่อลมหายใจให้ลูก
"เรามองว่าเงินทองหมดแล้วหาใหม่ได้ แต่เค้ามีแค่ชีวิตเดียว อยากให้เค้ารู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกเรา… สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือการที่เค้ายังมีชีวิตอยู่โดยสมบูรณ์แข็งแรงค่ะ"
แววตาคู่นั้นที่ทำให้แม่สู้ต่อ
การต้องอดหลับอดนอน เฝ้าป้อนข้าว ป้อนยา เช็ดตัว และทายาตลอด 24 ชั่วโมง จนแทบไม่สามารถออกไปมีชีวิตส่วนตัวของตัวเองได้ ย่อมทำให้เกิดความเครียดสะสม แม้จะมีคุณพ่อคอยช่วยประคับประคองอย่างเต็มที่ แต่ความเหนื่อยล้าก็บีบคั้นจนแม่จ๋าต้องแอบร้องไห้น้ำตาซึมอยู่หลายหน แต่สิ่งที่เข้ามาโอบกอดและเยียวยาหัวใจที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นสู้ใหม่ได้เสมอ ก็คือ “แววตาของซังซัง”
มันคือแววตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิด ราวกับกำลังบอกว่า"ผมไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ ผมไม่อยากป่วย" แม่จ๋าเล่าว่า ยามที่ซังซังควบคุมร่างกายไม่ได้ น้องจะกวาดสายตามองหาแค่พ่อกับแม่เท่านั้น และทุกครั้งที่อาการชักเกร็งสงบลง น้องจะช้อนตามองหน้าแม่จ๋า พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า และค่อย ๆ แลบลิ้นสีชมพู (หรือที่แม่จ๋าเรียกว่าโบโลน่า) ออกมา…
"เหมือนเขาจะบอกเราว่า ขอบคุณนะครับ ที่รักผมแม้ตอนผมจะไม่น่ารัก… แค่นี้ก็ทำให้แม่จ๋าลุกขึ้นสู้ ทำในสิ่งที่เราทำได้ และมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องมีเวลาดูแลเค้าไม่ต่างจากเดิมค่ะ"
“ซังซัง” สิ่งเดียวที่แม่ต้องการ
วันนี้น้องซังซังไม่ได้เป็นเพียงแค่แมวที่รับมาเลี้ยง แต่เขาคือครูผู้สอนให้แม่จ๋าเข้าใจถึงแก่นแท้ของคำว่า “รักโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน” เป็นครูที่ทำให้แม่จ๋ารู้ว่า ความสุขสบายส่วนตัวไม่ใช่ความฝันสูงสุดอีกต่อไป ขอเพียงแค่ได้เห็นลูกน้อยแข็งแรง ได้นอนหลับอย่างเป็นสุข และมีลมหายใจอยู่เคียงข้างกันไปนานแสนนาน เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจคนเป็นแม่
ท่ามกลางความไม่เข้าใจของคนรอบข้าง หรือคอมเมนต์ในโซเชียลที่เคยตั้งคำถามทิ่มแทงหัวใจว่า "เลี้ยงไปได้ยังไง แมวเปรต น่ารำคาญ" แต่แม่จ๋าก็ไม่เคยหวั่นไหว ซังซังยังคงเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของแม่จ๋าเสมอมา เพราะจะมีแมวสักกี่ตัวบนโลกนี้ ที่นอนหนุนแขนเราทุกคืน ยอมยื่นมือเล็ก ๆ มาให้เราจับ และกอดติดเราไว้ประหนึ่งเราคือรักเดียวในชีวิตของเขา…
คำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมถึงยอมแลกทุกอย่างเพื่อลูกน้อยตัวนี้ คงไม่มีประโยคใดจะอธิบายได้ดีเท่ากับความรู้สึกที่กลั่นจากก้นบึ้งหัวใจว่า…
“เพราะเราคือโลกทั้งใบของเค้าค่ะ”
LINE TODAY ขอชวนทุกคนติดตามความน่ารักของ "แม่จ๋า" และ "น้องซังซัง" ต่อได้ที่
TikTok : SangSung story และ Instagram :sangsung_story ❤️😺