โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไทยยื่นหลักฐาน กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ย้ำความมุ่งมั่นแก้ปัญหาโดยสันติ

JS100

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
ไทยยื่นหลักฐาน กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ย้ำความมุ่งมั่นแก้ปัญหาโดยสันติ

นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เข้าพบหารือกับนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือ การขอรับคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยกัมพูชา ซึ่งประเทศไทยดำเนินการตามข้อบทที่ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา เอกอัครราชทูตฯ ได้มอบหลักฐานเชิงประจักษ์และเอกสารประกอบ และแสดงหลักฐานภาพเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาที่แสดงวิธีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและลักลอบฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตแดนไทย

เอกอัครราชทูตฯ แสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม สืบเนื่องจากเหตุการณ์ทุ่นระเบิดในเขตแดนไทย โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ส่งผลให้มีจำนวนทหารที่พิการถาวร จำนวน 6 นาย

นอกจากนี้ ไทยได้หยิบยกสถานการณ์ภายหลังการบรรลุความตกลงหยุดยิง พร้อมแสดงความขอบคุณประธานอาเซียนสำหรับการอำนวยความสะดวก และยืนยันความยึดมั่นในการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงความท้าทายหลายประการ รวมถึงการยั่วยุและเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่บ่อนทำลายความมั่นคง แต่ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีพัฒนาการเชิงบวกจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ครั้งล่าสุด 1 วันก่อนหน้า ซึ่งนำมาสู่ข้อตกลง 11 ข้อ เพื่อลดความตึงเครียดทางการทหารและส่งเสริมการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนกลไกการหารือทวิภาคี

เลขาธิการสหประชาชาติได้รับทราบหลักฐานที่ไทยนำเสนอและให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเหมาะสม โดยหน่วยงานด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของสหประชาชาติ (United Nations Mine Action Service: UNMAS) พร้อมให้การสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด อีกทั้งยังชื่นชมการแก้ไขปัญหาอย่างสันติของประเทศไทยผ่านช่องทางทวิภาคีและพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง และขอให้ทั้งสองฝ่ายหารืออย่างสร้างสรรค์ต่อไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้แจ้งเลขาธิการสหประชาชาติถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 อนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย โดยเลขาธิการสหประชาชาติชื่นชมการตัดสินใจของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนความยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชน

ประเทศไทยคงความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทางการทูต บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และเพื่อสันติภาพและความมั่งคั่งของภูมิภาค

#ทุ่นระเบิดสังหาร

#เลขาธิการสหประชาชาติ

#กระทรวงการต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก JS100

จับตาพายลูกใหม่ 'Nongfa' เคลื่อนตัวเข้าเวียดนาม - อ่อนกำลังเข้าไทย พรุ่งนี้

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แม่เต่ากระ วางไข่รังที่ 15 ที่อ่าวเทียน เกาะทะลุ ประจวบฯ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธปท.ออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 50 บาทและ 100 บาท 21 พ.ย.นี้

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตร.นำ 176 นักพนันบ่อนดอนเมือง ส่งฟ้องศาลแขวง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความทั่วไปอื่น ๆ

วิดีโอ

ประกาศกฎอัยการศึก "บ้านหนองจาน" หวั่นจลาจล

สวพ.FM91

โมเมนต์แม่ลูก ‘แพนด้ายักษ์’ ในกว่างโจว เล่นสนุกเป็นเพื่อนกัน

Xinhua

พาณิชย์เดินหน้าแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT” ปี 2

สำนักข่าวไทย Online

ฮันนี่ ยอมพูดแล้ว ความสัมพันธ์กับ เก่ง ลายพลาง งานนี้ชัดเลย

มุมข่าว

‘ภูมิธรรม’ โต้ ข่าว เด้ง ผบ.ตร. ไม่เป็นความจริง ย้ำ สัมพันธ์ยังดี

ข่าวช่องวัน 31

กองทัพไทยจับตาใกล้ชิด ปมบ้านหนองจาน โฆษก ทบ. รับกังวล ย้ำพร้อมทุกทางเลือก แม้ถึงขั้นใช้กำลังผลักดัน

The Better

MATERIALISTS (2025) บุษบาหาคู่ ฉบับคู่มือนักลงทุน

THE STANDARD

กองทัพบก ยึดมือถือทหารเขมรกว่า 20 เครื่อง ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ ชี้ชัดกัมพูชานั้นใช้ทุ่นระเบิด

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

ข่าวและบทความยอดนิยม

พล.อ.ณัฐพล สนับสนุนการสร้างรั้วที่บ้านหนองจาน แต่ต้องกำหนดเขตแดนให้ชัดเจนก่อน

JS100

นบขพ. ออกประกาศกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บังคับใช้ถึง 31 ก.ค.69

JS100

กองกำลังบูรพาประกาศกฎอัยการศึกบ้านหนองจาน เหตุกัมพูชานำประชาชนก่อเหตุจลาจล

JS100
ดูเพิ่ม
Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...