โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

‘ขนมไหว้พระจันทร์’ จาก ‘ขนมแห่งเทศกาล’ สู่สัญลักษณ์แห่งความพร้อมหน้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

เมื่อถึงคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน พระจันทร์เต็มดวงจะกลายเป็นศูนย์กลางของเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ "เทศกาลไหว้พระจันทร์"

ขณะเดียวกัน"ขนมไหว้พระจันทร์" ก็จะปรากฏขึ้น พร้อมกับเรื่องราวที่สืบทอดมายาวนาน ทั้งในฐานะอาหารสำหรับเทศกาล เครื่องเซ่นไหว้ ความหมายของความสมบูรณ์ และสัญลักษณ์ของการกลับมาอยู่พร้อมหน้าของครอบครัว

ขนมไหว้พระจันทร์

จากขนมรูปทรงกลมที่มีไส้หลากหลาย วันนี้ขนมไหว้พระจันทร์ได้เดินทางออกจากโต๊ะอาหาร สู่การเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และความทรงจำของผู้คนในหลายประเทศ

ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียแห่งชาติ สถาบันสมิธโซเนียน ระบุว่า เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการกลับมาอยู่พร้อมหน้าของครอบครัว และเพื่อนฝูง รวมถึงการเฉลิมฉลองผลผลิตจากฤดูเก็บเกี่ยว

กิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งคือการชมพระจันทร์ และรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ ซึ่งมีทั้งไส้หวานและไส้เค็ม ทำให้ขนมชนิดนี้กลายเป็นอาหารที่มีสถานะมากกว่าของหวาน เพราะรูปร่าง รสชาติ วิธีการทำ และแม้แต่การมอบขนมให้แก่กัน ล้วนเชื่อมโยงกับความหมายของเทศกาล

ขนมไหว้พระจันทร์

พระจันทร์เต็มดวงกับขนมทรงกลม

สิ่งแรกที่ทำให้ขนมไหว้พระจันทร์มีความโดดเด่นคือ "รูปทรง" โดยขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม มักมีลักษณะกลม แม้ปัจจุบันจะมีการทำเป็นรูปทรงหลากหลาย แต่รูปทรงกลมยังคงเป็นภาพจำสำคัญของขนมชนิดนี้

เหตุผลสำคัญอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่าง "ขนมทรงกลม" กับ "พระจันทร์เต็มดวง" โดยเว็บไซต์วัฒนธรรมของกรุงปักกิ่ง อธิบายว่า ขนมไหว้พระจันทร์เป็นอาหารที่มีความโดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง

รูปทรงกลมของขนม สอดคล้องกับพระจันทร์เต็มดวง ขณะที่แนวคิดเรื่องความกลมยังสื่อถึงความสมบูรณ์ และการกลับมาอยู่ร่วมกันของครอบครัว

ดังนั้น เมื่อสมาชิกในครอบครัวนั่งอยู่ด้วยกันในคืนพระจันทร์เต็มดวง การแบ่งขนมทรงกลมออกเป็นชิ้น ๆ จึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ มากกว่าการรับประทานอาหารทั่วไป

ขนมไหว้พระจันทร์

จากเครื่องเซ่นไหว้สู่ขนมประจำเทศกาล

ในปัจจุบันคนจำนวนมากอาจรู้จักขนมไหว้พระจันทร์ในฐานะของฝาก หรือขนมประจำเทศกาล แต่ความสัมพันธ์ระหว่างขนมชนิดนี้ กับการไหว้พระจันทร์ มีรากฐานอยู่ในพิธีกรรม และความเชื่อเกี่ยวกับเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง

ข้อมูลจากเว็บไซต์วัฒนธรรมของกรุงปักกิ่งระบุว่า ขนมไหว้พระจันทร์ในอดีตเกี่ยวข้องกับการนำไปเป็นเครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์ ก่อนที่การรับประทานขนม พร้อมกับการชมพระจันทร์จะค่อย ๆ กลายเป็นธรรมเนียมสำคัญของเทศกาล และเชื่อมโยงกับความหมายเรื่องการกลับมาพร้อมหน้าของครอบครัว

ขณะเดียวกัน สถาบันสมิธโซเนียนระบุว่า เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงไม่ได้มีเพียงความสัมพันธ์กับดวงจันทร์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว ซึ่งทำให้เทศกาลมีความหมายทั้งในด้านธรรมชาติ ฤดูกาล และความสัมพันธ์ของผู้คน

เมื่อพิจารณาในภาพรวม ขนมไหว้พระจันทร์จึงอยู่ตรงจุดบรรจบของหลายความหมาย ทั้งอาหาร พิธีกรรม ฤดูกาล และครอบครัว

ขนมไหว้พระจันทร์

พิมพ์ไม้ ลวดลาย และฝีมือของคนทำขนม

เบื้องหลังขนมไหว้พระจันทร์ ที่มีลวดลายสวยงาม คือเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญอย่าง "พิมพ์ขนมไหว้พระจันทร์"

พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลวัตถุ "พิมพ์ทำขนมไหว้พระจันทร์" ซึ่งเป็นพิมพ์ไม้ อายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 25 ตัวพิมพ์มีการแกะสลักลวดลาย และมีด้ามสำหรับจับ สะท้อนให้เห็นรูปแบบอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมไหว้พระจันทร์ในอดีต

ข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ระบุว่า ขนมทำจากแป้งที่นวดแล้ว กดลงในแป้นพิมพ์ซึ่งมีลวดลาย ก่อนนำไปอบ และเคลือบผิวหน้าด้วยน้ำเชื่อม ภายในบรรจุไส้หลายชนิด โดยกระบวนการดังกล่าวทำให้พิมพ์ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับกำหนดรูปร่างของขนม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของงานช่าง เพราะลวดลายบนพิมพ์ จะถูกถ่ายทอดลงบนหน้าขนมโดยตรง

ขนมไหว้พระจันทร์

ไส้ขนมที่บอกถึงความแตกต่างของแต่ละพื้นที่

แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่ขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้มีเพียงสูตรเดียว ความแตกต่างด้านวัตถุดิบ และรสชาติปรากฏชัดในขนมไหว้พระจันทร์แต่ละภูมิภาคของจีน

เว็บไซต์วัฒนธรรมของกรุงปักกิ่งระบุว่า ไส้ที่พบในขนมแบบดั้งเดิม มีตั้งแต่ไส้เมล็ดบัว ถั่วแดง พุทราจีน ไปจนถึงไส้ยอดนิยม "โหงวยิ้ง" ที่ทำจากธัญพืช 5 ชนิด ขณะที่ขนมบางรูปแบบใช้ไข่แดงเค็ม เป็นส่วนประกอบตรงกลาง ซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างรสหวานของไส้ กับรสเค็มของไข่แดง

ความแตกต่างไม่ได้มีเพียงไส้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเนื้อแป้ง และวิธีทำ

ข้อมูลจากเว็บไซต์วัฒนธรรมของกรุงปักกิ่งระบุว่า ขนมไหว้พระจันทร์แบบกวางตุ้ง มีเปลือกค่อนข้างบาง และไส้เข้มข้น ขณะที่แบบซูโจวมีลักษณะเปลือกเป็นชั้น ๆ และสามารถมีทั้งไส้หวาน และไส้เค็ม ส่วนขนมแบบปักกิ่งมีรูปแบบ และส่วนผสมเฉพาะของตนเอง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “ขนมไหว้พระจันทร์” จึงไม่สามารถอธิบายด้วยสูตรเดียวได้ เพราะอาหารชนิดเดียวกัน ได้ปรับเปลี่ยนไปตามภูมิภาค วัตถุดิบ และรสนิยมของผู้คน

ขนมไหว้พระจันทร์

เมื่อรสชาติเดินทางไกลกว่าพรมแดน

การเปลี่ยนแปลงของขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้หยุดอยู่ที่สูตรดั้งเดิม โดยข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ปัจจุบันมีการประยุกต์ไส้หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ทุเรียน เมล็ดบัว แมคคาเดเมีย และพุทราจีน ไปจนถึงไส้ที่มีส่วนผสมของกุนเชียง ไข่เค็ม แฮม หมูแดง และหมูหยอง

ขณะที่ข้อมูลจากกรุงปักกิ่ง ก็สะท้อนให้เห็นการพัฒนารสชาติของขนมไหว้พระจันทร์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำส่วนผสม และรสชาติใหม่ ๆ เข้ามาผสมกับขนมแบบดั้งเดิม สะท้อนให้เห็นว่า อาหารประเพณีไม่ได้จำเป็นต้องหยุดนิ่งอยู่กับอดีต

ขนมยังคงรักษาแก่นสำคัญไว้ นั่นคือรูปแบบของเทศกาล ความหมายของการพบปะ และความสัมพันธ์กับพระจันทร์ แต่รายละเอียดด้านรสชาติและรูปลักษณ์สามารถปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...