ญาติเหยื่อโรงเบียร์ลาดพร้าวเดือด! จี้ กทม.เบรกทุบอาคาร หวั่นทำลายหลักฐานไฟมรณะ 41 ศพ แฉผ่าน 3 เดือนยังไร้คำขอโทษจากเจ้าของร้าน ขณะที่ “ธนกฤต” เผยเยียวยาแล้ว 76 ราย กว่า 14.9 ล้าน
ญาติเหยื่อโรงเบียร์ลาดพร้าวเดือด! จี้ กทม.เบรกทุบอาคาร หวั่นทำลายหลักฐานไฟมรณะ 41 ศพ แฉผ่าน 3 เดือนยังไร้คำขอโทษจากเจ้าของร้าน ตั้งข้อสงสัยประตูหนีไฟ-ลูกบิดพัง ไร้ซ้อมอพยพ จ่อเอาผิดทั้งเอกชน-เจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ “ธนกฤต” เผยเยียวยาแล้ว 76 ราย กว่า 14.9 ล้าน
วันที่ 17 ต.ค. 2569 ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เข้าพบ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือในการติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ โดยขอให้ผู้ประกอบการออกมาแสดงความรับผิดชอบ และเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครชะลอการรื้อถอนอาคารที่เกิดเหตุ หวั่นกระทบการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดีทางแพ่ง
กลุ่มผู้เสียหายประกอบด้วย น.ส.จันสุดา ตันลา มารดาของนายฐิติวัฒน์ แก้วกันหา หรือ “ดิน ทศกัณฐ์” นักร้องวงทศกัณฐ์ผู้เสียชีวิต นายธาดา ชวนรัมย์ บิดาของ น.ส.ชิดชนก ชวนรัมย์ ผู้เสียชีวิต นายอภิสิทธิ์ แสนหน น้องชายของพันจ่าอากาศเอกพฤฒิพงษ์ พุดมอญ มือคีย์บอร์ดวงทศกัณฐ์ผู้เสียชีวิต นายอธิภัทร วิจารณ์ นักร้องวงทศกัณฐ์ผู้บาดเจ็บและแฟนของ น.ส.ณหทัย สัจจะเลิศ นักร้องวงทศกัณฐ์ผู้เสียชีวิต รวมถึง น.ส.สภาสิณี เรืองทอง และ น.ส.อัจฉริยา เรืองทอง มารดาและน้องสาวของนายกนกพล สังสัมพันธ์ พนักงานรักษาความปลอดภัยของร้าน
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยพยายามประสานให้ผู้ได้รับผลกระทบรวมตัวกันเพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามสิทธิการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ เบื้องต้นมีผู้ได้รับผลกระทบรวม 108 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 41 ราย และผู้บาดเจ็บ 67 ราย ในจำนวนนี้ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแล้ว 87 ราย
ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาคำขอ มีการดำเนินการแล้ว 76 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 14,980,033.60 บาท ขณะที่อีก 11 รายอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากเอกสารประกอบบางส่วนยังไม่ครบถ้วน เช่น ใบรับรองแพทย์และเอกสารส่วนบุคคล โดยได้ประสานกระทรวงยุติธรรมและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้เร่งรัดการช่วยเหลือ และคาดว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องเงินเยียวยาในสัปดาห์หน้า
นายกองตรี ดร.ธนกฤต ขอให้ผู้เสียหายที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอเร่งดำเนินการภายในกรอบระยะเวลา 1 ปีตามที่ระบุ เนื่องจากหากพ้นกำหนดอาจเสียสิทธิในการรับความช่วยเหลือ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับประเด็นการรื้อถอนอาคารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมีความกังวล เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งผู้เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยาจากผู้ประกอบการอย่างเหมาะสม โดยบางรายได้รับเพียงเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 10,000 บาท และบางรายยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว
จึงเรียกร้องให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิจารณาชะลอการรื้อถอนอาคารไว้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน เนื่องจากหากรื้อถอนอาคารไปก่อน อาจทำให้การตรวจสอบเพิ่มเติมและการดำเนินคดีทางแพ่งในอนาคตทำได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครเร่งเปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการ การก่อสร้างอาคาร และมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบบทบาทและความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องว่า มีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พร้อมขอให้ชี้แจงผลการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพื่อให้ครอบครัวผู้สูญเสียได้รับคำตอบและสามารถติดตามกระบวนการยุติธรรมได้
นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า การสูญเสียชีวิตประชาชนถึง 41 รายไม่ควรถูกปล่อยให้เงียบหายไป โดยผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บต่างเข้าไปใช้บริการหรือปฏิบัติงานตามปกติ จึงควรได้รับความปลอดภัยจากสถานประกอบการที่เปิดให้บริการแก่ประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการเลือกใช้วัสดุ การออกแบบอาคาร ทางหนีไฟ และระบบป้องกันอัคคีภัย ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด
ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ กทม. ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบสถานบริการแห่งอื่นว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุซ้ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยย้ำว่าความปลอดภัยในชีวิตประชาชนต้องมาก่อนผลกระทบทางเศรษฐกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งสรุปผลการตรวจสอบ พร้อมระบุผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า ได้ประสานนายกสภาทนายความ เพื่อเตรียมนำผู้เสียหายเข้าหารือแนวทางดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนรับผิดชอบ โดยจะรวบรวมข้อมูลและพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ด้าน น.ส.จันสุดา ตันลา มารดาของ “ดิน ทศกัณฐ์” กล่าวว่า ครอบครัวยังคงพยายามติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ประกอบการ แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน โดยครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบได้ตั้งกลุ่มไลน์เพื่อประสานข้อมูล มีสมาชิกกว่า 60 ครอบครัว และต้องการให้เรื่องนี้ได้รับการติดตามอย่างจริงจัง
น.ส.จันสุดนา กล่าวว่า สิ่งแรกที่ครอบครัวต้องการจากเจ้าของโรงเบียร์คือการออกมาขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และสังคม พร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเห็นว่าแม้ไม่มีใครต้องการให้เกิดโศกนาฏกรรม แต่จำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีความประมาทหรือข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ รวมถึงการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่
เธอยังระบุว่า การประสานผ่านทนายความของผู้ประกอบการที่ผ่านมาได้รับคำชี้แจงว่าต้องรอคำตอบจากเจ้าของกิจการ ทำให้ครอบครัวยังคงต้องรอความชัดเจน ขณะที่เหตุการณ์ผ่านมาประมาณ 3 เดือนแล้ว พร้อมกล่าวถึงกรณีเจ้าของกิจการใช้สิทธิประกันตัวและยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยยืนยันว่าครอบครัวต้องการเห็นการแสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
น.ส.จันสุดนา ยังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มญาติได้รับอนุญาตผ่านทนายความให้เข้าไปถ่ายภาพภายในสถานที่เกิดเหตุ และพบจุดที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยหลายประการ ทั้งลักษณะประตูทางเข้าออก ประตูห้องน้ำ และการจัดวางสิ่งของภายในอาคาร โดยระบุว่าประตูบริเวณห้องน้ำมีความกว้างประมาณ 75 เซนติเมตร และพบโต๊ะตั้งอยู่ใกล้ทางออก 2 ตัว จึงต้องการให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบว่าเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงร่องรอยบริเวณผนัง พื้น และโถสุขภัณฑ์ที่ครอบครัวเชื่อว่าอาจเกิดจากความพยายามของผู้ประสบเหตุในการหาทางหนีเอาชีวิตรอด พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดข้อสงสัยเกี่ยวกับทางเข้าออกและเส้นทางอพยพจึงไม่ได้รับการตรวจพบหรือแก้ไขก่อนเกิดเหตุ โดยย้ำว่ารายละเอียดทั้งหมดควรได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ
“ดินใกล้จะจบการแสดงแล้ว และกำลังจะไปต่อร้านอื่น แต่กลับต้องมาติดอยู่ที่นี่” น.ส.จันสุดนา กล่าว พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกชายและผู้เสียชีวิตรายอื่น โดยต้องการให้ตรวจสอบทั้งความรับผิดชอบของผู้ประกอบการและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อไม่ให้ความสูญเสียครั้งนี้ถูกปล่อยผ่านไป
ขณะที่นายกนกพล สังสัมพันธ์ พนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุทำหน้าที่ตรวจบัตรบริเวณหน้าร้าน เมื่อพบเหตุและมีควันไฟเกิดขึ้น จึงวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหน้าที่ แต่ตนเองก็ได้รับผลกระทบจากควันไฟเช่นกัน
นายกนกพลยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับประตูด้านหลังร้าน ซึ่งเป็นทางที่นักร้องใช้เข้าออกในบางช่วงเวลา โดยระบุว่าลูกบิดประตูชำรุดมาตั้งแต่เริ่มทำงานที่ร้านเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน แม้ประตูยังเปิดได้ แต่ช่องเปิดมีขนาดไม่กว้างมากนัก นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่ภายในร้าน ไม่เคยพบเหตุเพลิงไหม้มาก่อน และไม่เคยมีการฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินหรือซ้อมอพยพหนีไฟอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับข้อบกพร่องของอาคารและการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐยังต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานผู้มีอำนาจ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและนำไปสู่การดำเนินการตามกฎหมายต่อไป