แอน เล่าลงพื้นที่น่าน มอบเงินช่วยน้ำท่วม 300 บ้าน เผยหลัง นัท มีเรีย ถูกจับตามีแฟนเด็ก
แอน เล่าลงพื้นที่น่าน มอบเงินช่วยน้ำท่วม 300 บ้าน เผยหลัง นัท มีเรีย ถูกจับตามีแฟนเด็ก
หลังจากที่ แอน ทองประสม พาลูกชายสุดที่รัก น้องแอนดี้ มาร่วมเดินขบวนพาเหรดน้องหมาสุดยิ่งใหญ่ ในงาน “THE MALL LIFESTORE WORLD PUP EXPO 2025” ณ Mcc Hall ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ก็ได้เปิดใจถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.น่าน พร้อมเผยยังไม่หมดศรัทธากับศาสนา และเรื่องราวความรักครั้งใหม่ของเพื่อนซี้ นัท มีเรีย ไว้ว่า
“วันนี้เป็นการพาลูกชายน้องแอนดี้มาออกงานครั้งแรก ตื่นเต้นมากทั้งแม่ทั้งลูก (คนชมว่าเป็นงานมาก?) แอนก็เซอร์ไพรส์เพราะแอนก็กลัวว่าเขาจะตื่นเต้นกับเพื่อนๆ เพราะวันนี้มีน้องหมามาร่วมเดินขบวนพาเหรดกว่า 300 ตัว ก็กลัวเขาจะแตกตื่นเหมือน แต่ปรากฎว่าเขาโอเคเลยค่ะ“
น้องแอนดี้เป็นลูกคนแรก?
”เป็นลูกคนแรกเลี้ยงแบบไม่มีประสบการณ์เลย แอนไม่เคยรู้มาก่อนว่าพันธ์ บอร์เดอร์ คอลลี่(Border Collie) เขาเลี้ยงยังไง แต่หมอเจี๊ยบ ลลนา แนะนำว่าเหมาะกับแอน ก็เลยไปเอาน้องมาจากฟาร์ม พอเลี้ยงวันแรกเพิ่งรู้ว่าเราปราบเซียนมากต้องเข้าใจเขาก่อน ก็เลยไปเรียน แอนก็ไปเรียนด้วยเพื่อสั่งเขาให้ได้ แล้วเราก็ต้องให้เวลาเขา ต้องรีดพลังงานพาเขาออกกำลังกาย เพราะหมาต้อนแกะเขามีสัญชาตญาณรอคำสั่ง วันๆ เขาจะรอว่าสั่งหน่อยสิ วันนี้อยากให้หนูทำอะไร วันนี้พร้อมมาก เราต้องสั่งทุกวัน ขี้เกียจไม่ได้ วันไหนเหนื่อยกลับบ้านมาก็ต้องเล่นกับเขา ใช้งานเขา หรืออย่างน้อยๆ เอาขึ้นลู่วิ่งรีดพลังงานเขาไม่งั้นเขาก็จะอะเลิร์ตตลอดเวลา แต่ถึงจะเป็นแม่มือใหม่ก็แต่ความเป็นแม่เมื่อคลอดมาแล้วมันต้องเลี้ยงให้ได้อ่ะ แอนมองเขาเป็นลูกคนนึง ไม่ได้ทรีตเขาเป็นอย่างอื่นเลย“
ล่าสุดลงพื้นที่ไปช่วยผู้ประสบภัยที่น่าน?
”ใช่ค่ะ คือในช่วงที่เกิดน้ำท่วมเราก็ไม่ได้ไปที่ที่ตอนน้ำท่วม เพราะมันอยู่ในช่วงที่กำลังวิกฤติ พอน้ำแห้งเราก็ไปช่วย ก็เลือกดูว่าอาจจะมีหลายหน่วยงานเลือกช่วยต่างๆ กัน แต่แอนเลือกเจาะไปเลยว่า ขอกับทางผู้ใหญ่บ้านว่าขอผู้สูงวัยได้ไหม หรือผู้ใหญ่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วไม่มีเงินซ่อมบ้าน แอนอาจจะช่วยเขาได้หลังละนิดละหน่อย หรือว่าคนที่โดนหนักจริงๆ อย่างที่แอนไปเหมือนเขาเป็นร้านซักรีดเล็กๆ เขาได้แค่อุ้มเครื่องซักผ้าไปฝากบ้านเพื่อน เพราะเขาเป็นบ้านชั้นเดียว มันมันท่วมไม่ทัน เตารีดเขายังไม่มีต้องไปยืมเพื่อนบ้านมารีดเพื่อหาเงิน แอนก็เลยช่วยให้เขาซื้อเตารีด อะไรอย่างนี้มากกว่า เล็กๆ น้อยๆ ที่มันเป็นดีเทลเราไปฟังแล้วก็จะรู้ว่าคนนี้ขาดแบบนี้ หรือคนที่เลี้ยงลูกเป็นออทิสติกน้ำมาก็ต้องอุ้มลูกหนีขึ้นชั้น 2 ลูกก็โตมากแล้ว แต่ละหลังที่แอนไปคือเลือกถูกจริงๆ ก็เลยดีใจที่ได้ช่วยค่ะ“
พอไปเห็นเองกับตารู้สึกยังไงบ้าง?
“การลงพื้นที่แน่นอนว่ามันได้สัมผัสอะไรที่เป็นของจริงเนอะ มันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใครสะดวกก็มา ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร แอนเชื่อว่าทุกคนมีวิธีช่วยในแบบของใครของมัน แต่แอนไปแล้วอาจจะเพราะเราเป็นผู้จัดเป็นนักแสดงด้วยพอไปแล้วรู้สึกว่า การได้ออกมามันเห็นโลกได้เห็นของจริงก็เลยอยากมา แล้วมันมีมิติอะไรเยอะแยะ ว่าความลำบากของเขาที่เห็นในสื่อที่ออกมา มันเพียงเล็กน้อยเองอะ พอเห็นของจริงมันเป็นเรื่องเล่าที่เป็นลูกโซ่ มันลำบากต่อเนื่องกันไปอีกหลายเรื่องราว เลยรู้สึกว่าการมาเองมันก็ดีจะได้รู้ว่าต้องช่วยอะไรเขาในอนาคตค่ะ คือทุกคนไม่ได้รอเรานะ เขาก็ช่วยตัวของเขาเองไป เพียงแต่เราไปเขาก็ดีใจมาก ตอนแอนไป ระหว่างรอคนแก่ที่มาเข้าแถวเพื่อมารอแอนช่วยเหลือเนี่ยยืนปาดน้ำตากัน คือเขาร้องไห้โดยที่ไม่ได้ทำอะไร คือเหมือนเขาซึ้งว่าเราไม่ลืมเขา พอแอนเห็นก็ชื่นใจที่เขาดีใจที่เราไป“
มีคุณตาคุณยาย?
“ใช่ค่ะ มีคุณตาคุณยายที่หลายพามา เพราะกลัวจะไม่เชื่อว่าเราจะมาช่วย เพราะมีคนแก่อยู่ที่นี่จริงๆ ก็ไปอุ้มตากับยายที่บางคนเดินไม่ได้แล้ว แต่เขาก็อยากออกจากบ้านมาหาเรา มีเยอะมากคนแก่ทั้งนั้นเลยที่แอนไป บ้านก็แบบ คือบ้านต้องมี 4 มุมเนอะ แล้วก็ประตู บางคนสร้างแค่ 2 มุมอ่ะ อีกสองด้านยังไม่มีกำแพงบ้านจะไปกันน้ำได้ยังไง นอนยังยากเลย ก็มีหลายคนเลยที่น่าสงสาร“
เขายังต้องการความช่วยเหลือกันอีกเยอะไหม?
“เยอะนะคะ อย่างที่บอกมันมีหลายหมู่บ้าน หลายๆ บ้านเป็นคนแก่ที่รอกินเงินสวัสดิการ เขามีเงินแค่นั้นจริงๆ บางคนต้องไปขอข้าวบ้านตรงข้าม เลี้ยงตัวเองไปวันๆ พอโดนน้ำท่วมเขาก็พยายามจะอยู่ให้ได้ในแบบของเขา แต่คนน่านเขาก็น่ารักเพื่อนบ้านก็ไม่ทิ้งกัน แล้วเขารู้ด้วยแต่ละหลังใครลำบาก ใครอยู่คนเดียว ใครมีลูกพิการ แล้วเขาก็มาช่วยเหลือกัน“
หลังจากนี้จะมีไปอีกไหม?
“คือแอนไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องอะไรยังไง แต่เป็นความรู้สึกว่าอันนี้ทัชเรา อันนี้เราช่วยได้ อันนี้มันมีช่องที่เราทำได้ อย่างที่แอนซื้อมังคุด กะหล่ำ แตงโม คือแอนเห็นข่าวแล้วก็หาทางช่วยในแบบของแอน แอนอาจจะช่วยได้แค่เศษๆๆ ของความช่วยเหลือ แต่แอนก็อยากทำอ่ะ เป็นอะไรที่สบายใจของแอนก็ทำไป ไม่ได้มีเป้าหมายค่ะ“
ที่น่านช่วยเหลืออะไรไปบ้าง?
”แอนช่วยเป็นเงินให้เขาไปซื้อในสิ่งที่เขาต้องใช้ ไม่ได้หิ้วของอะไรไป เพราะเขาอาจจะอยากเอาเงินไปซ่อมหรือซื้ออะไร อย่างคนที่แอนบอกว่าเขาขาดเตารีด เขาก็ไปหาซื้อเตารีดมารับจ้างรีดผ้า แต่เรื่องตัวเลขเท่าไหร่ก็ไม่อยากจะบอก แต่เอาเป็นว่าแอนแจกไป 300 ครัวเรือน เป็น 2 อำเภอค่ะ“
ช่วยเหลือสังคมมาตลอด ทั้งชาวบ้าน เกษตรกร หาเคสในช่วยเหลือยังไง?
”มันหลายอย่าง แอนอาจจะเป็นสาวดราม่า เช่น มีชาวบ้านเอามังคุดมาเทริมถนน ให้รู้ว่าเขาเจ็บปวดเขาไม่รู้ว่าต้องมีแอ็คชั่นยังไง จนเขาต้องทำสิ่งนี้เพื่อให้คนหันมามองเขาว่าช่วยดูหน่อย ราคามันเหลือเท่านี้ มันจุดประกายเราจากอย่างนี้ พอไปหาข้อมูลก็จะเข้าใจ เราก็เลยช่วยเขาโดยตรงเลย หรืออย่างที่แอนไปประเทศนึงเราซื้อแตงโมลูกละ 500 บาท เพราะดินเขาไม่สามารถปลูกได้ดีเขาเลบไปรับจากประเทศเพื่อนบ้าน แอนก็เลยงงว่าเอ๊ะ..เราโดนชาร์จหรือเปล่า แต่ว่าเปล่ามันเป็นของนำเข้ามา พอแอนกลับไทยวันรุ่งขึ้นมันมีข่าวว่า แตงโมเหลือโลละบาท เข้าใจความรู้สึกไหมแอนเพิ่งกินแตงโมลูกละ 500 มา ความรู้สึกมันกระแทกเราก็เลยช่วยเลย มันเป็นจังหวะอ่ะ หรือกะหล่ำปลีที่ชาวม้งปลูกบนดอยไม่มีคนซื้อเราก็เหมามาเอาไปแจกเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเป็นลังๆ การให้ๆๆ มันก็มีแต่ดีกับดีแล้วดีอ่ะ เลยรู้สึกว่าการทำแบบนี้มันดีจังเลยอ่ะ มันก็เป็นสไตล์การทำบุญอีกอย่างที่แอนรู้สึกเอ็นจอยที่จะทำแบบนี้“
แล้วกับการทำบุญกับวัดล่ะ?
”วัดส่วนใหญ่แอนอาจจะไม่ได้เป็นประธานตั้งกองกฐินเอง แต่ก็จะมีเพื่อนๆ อย่าง นัท มีเรีย เพื่อนนักแสดง ชอบทำเขาก็จะมาบอกบุญเราแอนก็จะช่วยอะไรแบบนี้มากกว่า แต่ส่วนใหญ่แอนจะเกิดมาจากครอบครัวชาวสวนน่ะค่ะ อาจจะทัชแอนในเรื่องของชาวบ้านชาวสวนเกษตรกรแอนอาจจะอินกับเรื่องพวกนี้ก็เลยเลือกช่วยอะไรที่เราเข้าใจ แต่ถ้าบางอันที่ไม่ได้เกี่ยวเลยหรือเป็นการช่วยอย่างยูนิเซฟหรืออะไร ช่วยเด็กอะไรก็ช่วยของเราก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งแล้วแต่ค่ะ“
อย่างการที่มีข่าวเสียหายของพระมันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าช่วยชาวบ้านดีกว่าไหม?
”มันตอบไม่ได้หรอกแอนว่ามันขึ้นอยู่กับบุคคลแล้วก็แต่ละวัดด้วย แอนไปแพร่มาต้องไปเห็นวัดที่แพร่ก็ยังมีพระดีๆ ถ้าดูไม่ผิดนะ ดูจากการใช้ชีวิตหรือการอยู่กับวัดที่มีพระองค์เดียวอย่างนี้ เราก็รู้สึกว่ายังมีพระดีๆ อยู่แอนไม่ได้เสื่อมศรัทธาเรื่องศาสนาแอนยังเชื่อว่าทุกอย่าง มันมีที่ทางของมันแอนยังเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้ายังเชื่อเรื่องความดียังเชื่อในเรื่องการบำรุงรักษาศาสนสถานหรือศาสนาของเรามีไว้อย่างน้อยมันก็ยังเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจช่วยเหลือผู้คน เพียงแต่มนุษย์นั่นแหละที่ไปดัดแปลง ไปทำความตั้งใจให้มันผิดเพี้ยนไปแค่นั้นเอง ก็ว่าเป็นเคสๆ ไปดีกว่า“
ถามถึงที่ นัท มีเรีย ไปออกรายการเราแล้วเหมือนมีถามเรื่องมีแฟนเด็กหรือเปล่า?
“อ๋อไม่มีค่ะ คือถามเขาเล่นๆ ว่าถ้ามีเรีย จะมีรักครั้งใหม่พร้อมไหม เข็ดจนไม่อยากเริ่มรักใหม่หรือเปล่า เขาบอกว่าไม่เกี่ยว แล้วก็ถามว่าสเปคหรือว่าเข็ดขยาดกับเด็กหรือผู้ใหญ่หรืออะไรยังไงไหมเราก็ถามมุมความรู้สึกเขา เขาก็บอกว่าไม่ติดเลยถ้ารักครั้งนั้นมันจริงใจต่อกันไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่เขาก็เปิดกว้างคือคุยกันแบบตรงไปตรงมาแบบผู้หญิง”
คนก็เลยไปจับตามองว่าเขามีแฟนเด็กหรือเปล่า?
“อ๋อ..หรือเขาไปแอบมีไม่รู้นะ (หัวเราะ) ไม่ได้อัพเดท แต่เท่าที่สัมภาษณ์ตอนนั้นเขาตอบมาแบบนี้”
ถ้าเพื่อนอยากจะมีรักครั้งใหม่เราเชียร์ไหม?
“คือแอนเชื่อว่ามีเรียต้องเป็นคนที่มีความรักหล่อเลี้ยงชีวิต แอนเชื่อว่าเขาไม่ได้ดาร์กกับเรื่องนี้หรอก คือถ้ามันมีเอ็นเนอจี้ดีๆ พลังงานใหม่ๆ เข้ามา แอนเชื่อว่าเขาก็จะคว้ามันไว้ แอนเชื่อเพื่อนแอนว่าเขามีเซ้นของเขา ถ้าเขารู้สึกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่เขาควรจะอยู่ต่อเขาก็ถอยออกมาเองอันนี้ก็สไตล์ใครสไตล์มัน”
มีช่วยสกรีนให้เพื่อนบ้างไหม?
“ไม่เคยยุ่งกับเขาเลยค่ะ เรื่องพวกนี้ อันนี้เป็นอีกหนึ่งเส้นเรื่องที่เราไม่ยุ่งกัน แอนว่าเรื่องความรักมันเป็นเทสต์ มันเป็นรสนิยม มันเป็นความชอบของใครของมัน ถ้าเขาชอบแบบนี้ก็แล้วแต่เขาเลยไม่ว่าเขาจะมีอะไรเราก็อยู่ข้างเขา”
รอเขาพามาแนะนำอย่างเดียว?
“(ยิ้ม) อ้าว..มีแล้วหรอ สรุป ไม่รู้นะเนี่ย ก็ถ้ามีก็อาจจะได้เห็นนะคะไม่น่าจะหลุดรอด”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอน เล่าลงพื้นที่น่าน มอบเงินช่วยน้ำท่วม 300 บ้าน เผยหลัง นัท มีเรีย ถูกจับตามีแฟนเด็ก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th