โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือกตั้งเดือดเบร์นาเบว “ริเกลเม่” ท้าชน “เปเรซ” ชิงบัลลังก์ราชันชุดขาว

INN News

อัพเดต 6 มิถุนายน 2569 เวลา 20.31 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งประธาน เรอัล มาดริด “ริเกลเม่” ท้าชน “เปเรซ” ศึกนี้ชี้อนาคตราชันชุดขาว

การเลือกตั้งประธานสโมสรเรอัล มาดริด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2026 กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี ที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งตัวจริงบนเวทีเลือกตั้ง หลังครองอำนาจและพาสโมสรประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน

ผู้ท้าชิงรายนั้นคือ เอ็นรีเก้ ริเกลเม่ นักธุรกิจชาวสเปนวัย 37 ปี ผู้ก่อตั้ง Cox Group กลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดที่เติบโตจนมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เขาเปิดตัวอย่างดุดันด้วยคำประกาศสั้น ๆ ว่า “ผมมาเพื่อชนะ” พร้อมวางตัวเองเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สโมสร

จังหวะเวลาของริเกลเม่ถือว่าน่าสนใจ เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่เรอัล มาดริด เผชิญเสียงวิจารณ์หลังผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวังตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่เปเรซมีอายุถึง 79 ปีเข้าไปแล้ว ทำให้เกิดคำถามเรื่องอนาคตและทิศทางภายในสโมสร

ริเกลเม่พยายามขายแนวคิด “มาดริดยุคใหม่” ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของสมาชิกสโมสร พร้อมเสนอให้ตำนานของทีมอย่าง ราอูล กอนซาเลซ, เฟร์นานโด เอียร์โร่ และ อีเกร์ กาซิยาส กลับมามีบทบาทในการบริหาร

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นข่าวไปทั่วโลกกลับเป็นนโยบายด้านตลาดนักเตะ โดยเฉพาะการประกาศว่าจะพา เออร์ลิง ฮาลันด์ และ โรดรี้ มาร่วมทีม หากได้รับเลือกเป็นประธานสโมสร

แนวทางดังกล่าวถูกเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์ของเปเรซเมื่อปี 2000 ที่ใช้คำมั่นสัญญาเรื่องการคว้าตัว หลุยส์ ฟิโก้ เป็นจุดขายสำคัญในการเลือกตั้ง ก่อนจะทำสำเร็จจริงและเปลี่ยนประวัติศาสตร์สโมสร

แต่กรณีของริเกลเม่กลับไม่ราบรื่น เมื่อฝ่ายของฮาลันด์ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวทันที ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่าไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้น และยังส่งสัญญาณพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำชื่อนักเตะไปใช้ในการหาเสียง

เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง และทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของผู้ท้าชิงวัย 37 ปี

ในทางกลับกัน เปเรซยังคงใช้ประสบการณ์และเครดิตจากผลงานตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาเป็นจุดแข็งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในสนาม การปรับปรุงซานติอาโก เบร์นาเบว หรือการสร้างให้เรอัล มาดริด กลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงที่สุดในโลก

ด้วยเหตุนี้ เปเรซจึงยังถูกมองว่าเป็นตัวเต็งอย่างชัดเจนในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ผลแพ้ชนะในวันที่ 7 มิถุนายน เพราะการปรากฏตัวของริเกลเม่ได้พิสูจน์แล้วว่า เก้าอี้ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าท้าทายอีกต่อไป

แม้เขาอาจไม่สามารถโค่นเปเรซได้ในทันที แต่การลงสนามครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานเสียงและปูทางสู่อนาคต เพราะเมื่อถึงวันที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ วางมือ ชื่อของ เอ็นรีเก้ ริเกลเม่ อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของชาวมาดริดิสต้าในการกำหนดทิศทางของสโมสรยุคต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...