โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำความรู้จัก “นาฬิกาชีวิต” สร้างสมดุลร่างกาย เพื่อคนรักสุขภาพ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การกินมื้ออาหารที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเรา หรือสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย “สุขภาพลำไส้” จะเป็นหนึ่งในระบบแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์

ร่างกายของคนเรามี “นาฬิกาชีวิต” หรือที่เรียกว่า Circadian Rhythm ที่แม่นยำอย่างมาก ทำหน้าที่ควบคุมวงจรร่างกายตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการนอนหลับ ความหิว และการทำงานของระบบต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน โดยนาฬิกานี้ไม่ได้อยู่แค่ในสมอง แต่มีอยู่ในแทบทุกเซลล์ เพื่อให้ร่างกายทำงานสอดคล้องกับจังหวะเวลาช่วงกลางวันและกลางคืน

“นาฬิกาชีวิต” สร้างสมดุลสุขภาพ

นาฬิกาชีวิต เพื่อสมดุลสุขภาพ

ระบบย่อยอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ไวต่อนาฬิกาชีวิตมากที่สุด จากงานวิจัยพบว่า “ลำไส้” และ “นาฬิกาชีวิต” มีการสื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อช่วยควบคุมเมตาบอลิซึม น้ำหนักตัว การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน สุขภาพหัวใจ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมให้อยู่ในภาวะปกติ

ความท้าทายของคนยุคใหม่คือ ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก กินไม่เป็นเวลา ทำงานเป็นกะ หรือใช้หน้าจอจนดึก ล้วนรบกวนจังหวะของนาฬิกาชีวิต เมื่อจังหวะนี้เสียสมดุล ลำไส้ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด และการอักเสบเรื้อรังในระยะยาว

ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก ระบุว่า เคล็ดลับการปรับสมดุลง่าย ๆ โดยเริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ “นาฬิกาชีวิต” และ “ลำไส้” กลับมาทำงานสอดคล้องกันอีกครั้ง

“นาฬิกาชีวิต” สร้างสมดุลสุขภาพ

มื้อเช้า-ดื่มน้ำ-สารอาหาร ครบถ้วน

มื้อเช้า คือ มื้ออาหารที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เพราะหลังจากการอดอาหารในช่วงกลางคืน ระบบย่อยอาหารจะอยู่ในสภาวะพร้อมทำงาน ทั้งเอนไซม์ย่อยอาหารที่ทำงานอย่างเต็มที่ และระบบเมตาบอลิซึมที่เปิดรับสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดี

การเริ่มต้นวันด้วยอาหารที่คุณประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วนหลากหลาย และรับประทานให้เป็นเวลาในช่วงระหว่างวัน จะช่วยให้เราได้รับพลังงานสม่ำเสมอ ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเผาผลาญที่เหมาะสม

การดื่มน้ำก็มีช่วงเวลาที่เหมาะเหมือนกับการกิน โดยน้ำมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอนของการย่อย ตั้งแต่น้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร ไปจนถึงน้ำย่อยในกระเพาะ และการขับของเสียออกจากร่างกาย

การนอน พักผ่อนสมอง

“การนอน” ไม่ใช่แค่การพักผ่อนของสมอง แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทว่าควร “พัก” หรือ “ตื่นตัว” ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงมื้อหนัก คาเฟอีน อาหารมัน หรือหวานจัดก่อนนอน เพราะระบบย่อยอาหารเองก็ต้องการเวลาในการพักเช่นเดียวกับสมอง

“นาฬิกาชีวิต” สร้างสมดุลสุขภาพ

กิจกรรมเบา ๆ เช่น การอ่านหนังสือ ยืดเหยียดร่างกาย หรือดื่มชาสมุนไพร ก่อนนอนประมาณ 30-60 นาที จะช่วยส่งสัญญาณให้ทั้งร่างกายและลำไส้รับรู้ว่าวันนี้ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว รวมทั้งการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลายังช่วยให้ลำไส้ปรับจังหวะได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีตารางการนอนที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่มักติดตัวเราไปถึงเตียงทุกคืนคือ “ความเครียด” ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย

มีงานวิจัยพบว่า แบคทีเรียหลายล้านตัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ไม่ได้ช่วยแค่การย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายโดยทำงานร่วมกับจังหวะชีวภาพ คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลักของร่างกาย สามารถรบกวนการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำลายสมดุลของจังหวะชีวภาพ และเมื่อเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้ในลักษณะที่ทำให้ระบบย่อยอาหารตอบสนองไวขึ้นและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้ความเครียดเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่เราต้องให้ความสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

เคล็ดไม่ลับ สุขภาพดี

ไขข้อข้องใจ! ทำไมโดนละอองฝน เป็นหวัดง่ายกว่าตากฝน แพทย์ชี้สาเหตุที่หลายคนคิดไม่ถึง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

เตือนหลายบ้าน! เนื้อสัตว์ 4 ประเภท ยิ่งกินบ่อย ยิ่งเสี่ยงมะเร็ง ร้ายกว่าเนื้อปกติทั่วไป

News In Thailand

นอนท่าไหนดีต่อหัวใจ? รวมเคล็ดลับจัดท่านอนให้หลับลึก ไม่ทำร้ายสุขภาพ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...