โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GISTDA นำเทคโนโลยีด้านอวกาศ สนับสนุนภารกิจช่วยอุทกภัย-ภัยแล้ง

เดลินิวส์

อัพเดต 10 สิงหาคม 2569 เวลา 21.59 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
GISTDA นำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้ง ในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมขับเคลื่อนตามข้อสั่งการ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมอโยธยา อาคาร 1 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือ กำหนดแนวทางการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการประชุมครั้งนี้ GISTDA ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียม เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ระบบสำรวจภาคพื้นดิน อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และแบบจำลองเชิงพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์ คาดการณ์ และประเมินสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ การบริหารจัดการระหว่างเกิดเหตุ ไปจนถึงการประเมินผลกระทบและการฟื้นฟูภายหลังเกิดภัยพิบัติ

โดย ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ได้นำเสนอศักยภาพของ GISTDA ในการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่จากดาวเทียมในการติดตามความชื้นในดิน การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยแบบ Near Real-time การประเมินสถานการณ์แหล่งน้ำ และการจัดทำข้อมูลคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนบริหารจัดการน้ำ เตรียมความพร้อม และรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์

นอกจากนี้ GISTDA ยังนำเสนอศักยภาพของแพลตฟอร์ม "เช็คแล้ง (Check Drought)" ซึ่งบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภาคพื้นดิน และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประเมินดัชนีความเสี่ยงภัยแล้งในระดับรายแปลง และคาดการณ์แนวโน้มพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 6 เดือน ช่วยสนับสนุนการวางแผนจัดสรรน้ำ การวางแผนเพาะปลูก การบริหารจัดการพื้นที่เกษตร และการลดผลกระทบต่อภาคการเกษตร ขณะเดียวกัน GISTDA ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม "เช็คน้ำ (Check Water)" สำหรับติดตามสถานการณ์น้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ประเมินผลกระทบ และแจ้งเตือนสถานการณ์แบบ Near Real-time เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัย การวางแผนบริหารจัดการน้ำ และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ กล่าวว่า “GISTDA พร้อมนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้”

ในระหว่างการประชุม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการสำคัญ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง โดยมอบหมายให้ GISTDA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ ดังนี้

1. จัดทำข้อมูลและแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติระดับจังหวัด โดยมอบหมายให้ ศูนย์ภัยพิบัติ GISTDA ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อมูลและแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยในระดับรายจังหวัด พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบในมิติต่าง ๆ ได้แก่ ภาคการเกษตร การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ชุมชน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อระบุกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน สำหรับใช้ประกอบการแจ้งเตือน การวางแผน และกำหนดมาตรการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด

2. ยกระดับการสื่อสารความเสี่ยงสู่ประชาชน โดยมอบหมายให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเร่งสื่อสารและสร้างการรับรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ การแจ้งเตือน และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ประกอบการบริหารจัดการและการตัดสินใจในระดับจังหวัด

และ3. บูรณาการข้อมูลและขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ซึ่งมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน ร่วมกันขับเคลื่อน 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดกิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ พื้นที่เป้าหมาย และกรอบระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับ GISTDA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงวิเคราะห์ สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ และพิจารณาดำเนินการฝนหลวงในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า การบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับ การป้องกันและลดความเสี่ยงก่อนเกิดภัย ควบคู่กับการจัดเตรียม ระบบดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่มีขั้นตอนการปฏิบัติ (Checklist) ที่ชัดเจน เมื่อเกิดสถานการณ์ รวมทั้งการจัดทำ แผนการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา ตลอดจนส่งเสริม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและทุกภาคส่วน ในการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม และรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

GISTDA พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามข้อสั่งการดังกล่าว ผ่านการติดตามสถานการณ์จากข้อมูลดาวเทียม การจัดทำแผนที่และข้อมูลวิเคราะห์เชิงพื้นที่ การประเมินพื้นที่เสี่ยง การคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ และการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อสนับสนุนการวางแผน การบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือนภัย และการช่วยเหลือประชาชนในทุกระดับ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้ง ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...