ผอ.ใหญ่ซินหัวหนุนสื่อ-คลังสมอง ‘จีน-อาหรับ’ ร่วมมือกันยิ่งขึ้น
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
ไคโร, 13 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) ฟู่หัว ผู้อำนวยการใหญ่สำนักข่าวซินหัว ได้พบปะกับผู้เข้าร่วมการประชุมความเป็นหุ้นส่วนจีน-อาหรับของการประชุมสื่อมวลชนและคลังสมองกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South Media and Think Tank Forum Chinese-Arab Partnership Conference) ที่สำนักงานใหญ่สันนิบาตอาหรับในกรุงไคโรของอียิปต์ พร้อมเรียกร้องการกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างสื่อมวลชนและคลังสมองของจีนกับอาหรับ
ฟู่กล่าวว่าจีนและกลุ่มประเทศอาหรับ ซึ่งรวมถึงอียิปต์ เป็นสมาชิกสำคัญของกลุ่มประเทศโลกใต้และมีความรับผิดชอบร่วมกันในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพ บรรลุการพัฒนาและการฟื้นฟู และควบคุมระบบธรรมาภิบาลโลกสู่ทิศทางที่ยุติธรรมและเท่าเทียมมากขึ้น โดยการยึดมั่นหลักเหตุผล สร้างฉันทามติ และมีส่วนส่งเสริมความแข็งแกร่งเชิงสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่เคยสำหรับสื่อมวลชนและคลังสมองของจีนและอาหรับในโลกปัจจุบันที่ปั่นป่วนและเปลี่ยนแปลง
สำนักข่าวซินหัวพร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยใช้การประชุมความเป็นหุ้นส่วนจีน-อาหรับของการประชุมสื่อมวลชนและคลังสมองกลุ่มประเทศโลกใต้เป็นโอกาสบ่มเพาะความเข้าใจซึ่งกันและกัน สร้างความไว้วางใจ และร่วมส่งเสริมความร่วมมืออันเป็นรูปธรรมระหว่างสื่อมวลชนและคลังสมองของจีนกับอาหรับ ซึ่งจะช่วยกระชับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของมิตรภาพและความร่วมมือจีน-อาหรับ
ด้าน อาลา ยูเซฟ ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานบริการสารสนเทศแห่งรัฐของอียิปต์ และแขกผู้มีเกียรติคนอื่นๆ กล่าวว่าการประชุมนี้สะท้อนความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของจีนในการกระชับมิตรภาพจีน-อาหรับ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าการประชุมนี้จะเสริมสร้างความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนและคลังสมองของจีนกับอาหรับ กระชับมิตรภาพเก่าแก่และสายใยระหว่างประชาชนของจีนกับกลุ่มประเทศอาหรับ และทำให้เสียงของกลุ่มประเทศโลกใต้ดังในประชาคมระหว่างประเทศ
อนึ่ง การประชุมความเป็นหุ้นส่วนจีน-อาหรับของการประชุมสื่อมวลชนและคลังสมองกลุ่มประเทศโลกใต้ ระยะ 2 วัน (12-13 พ.ค.) จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ระดมภูมิปัญญา เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ : ร่วมสร้างประชาคมจีน-อาหรับที่มีอนาคตร่วมกัน” มีผู้แทนจากสื่อมวลชน คลังสมอง สถาบันรัฐ บริษัทผู้ประกอบการจากจีนและกลุ่มประเทศอาหรับ รวมถึงจากองค์กรระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ รวมราว 110 แห่ง เข้าร่วมราว 250 คน