โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นอนท่าไหนดีต่อหัวใจ? รวมเคล็ดลับจัดท่านอนให้หลับลึก ไม่ทำร้ายสุขภาพ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

การนอนหลับมีผลต่อสุขภาพหัวใจโดยตรง หลายคนสงสัยว่า นอนท่าไหนดีต่อหัวใจที่สุด การนอนตะแคงขวาช่วยลดแรงกดทับได้จริงหรือไม่ มาเช็กท่านอนที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์เพื่อสุขภาพที่ดีกัน

นอนท่าไหนดีต่อหัวใจ? เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียของแต่ละท่านอน

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพคือพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี แต่รู้หรือไม่ว่า "ท่านอน" ก็มีส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจโดยตรง ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า การเลือกท่านอนที่เหมาะสมสามารถช่วยลดแรงกดทับและส่งเสริมการทำงานของหัวใจได้ โดยแต่ละท่านอนมีข้อดีและข้อควรระวัง ดังนี้

1. นอนตะแคงขวา

สำหรับคำถามที่ว่า นอนท่าไหนดีต่อหัวใจ การนอนตะแคงขวามักเป็นท่าที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว

  • ข้อดี ช่วยให้หัวใจอยู่ในตำแหน่งที่คงที่ ลดแรงกดทับจากอวัยวะภายในช่องอก ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก และช่วยลดความรู้สึกใจสั่นในขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ข้อควรระวัง แม้จะดีต่อหัวใจ แต่ผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนควรระมัดระวัง เนื่องจากท่านี้จะทำให้หูรูดกระเพาะอาหารคลายตัว และอาจส่งผลให้กรดไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ง่ายกว่าปกติ

2. นอนตะแคงซ้าย

การนอนตะแคงซ้ายมีประโยชน์อย่างมากต่อระบบย่อยอาหาร แต่สำหรับเรื่องหัวใจอาจต้องพิจารณาตามสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล

  • ข้อดี เป็นท่าที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อน และดีต่อหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังทารกในครรภ์ รวมถึงลดการกดทับของมดลูกต่อเส้นเลือดดำใหญ่

  • ข้อควรระวัง ทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจล้มเหลวอาจรู้สึกอึดอัด หรือหายใจลำบากเมื่อนอนตะแคงซ้าย เนื่องจากแรงโน้มถ่วงจะดึงให้หัวใจขยับเข้าใกล้ผนังหน้าอกซ้ายมากเกินไป ทำให้รู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจชัดเจนขึ้น (ใจสั่น) จนรบกวนการนอนหลับได้

3. นอนหงาย

การนอนหงายเป็นท่าที่เป็นมิตรต่อกระดูกสันหลัง แต่อาจซ่อนความเสี่ยงสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการหายใจ

  • ข้อดี ช่วยรักษาสรีระของกระดูกสันหลังและคอให้อยู่ในแนวตรง ช่วยลดอาการปวดหลังและคอ

  • ข้อควรระวัง ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะนอนกรน หรือมี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะนี้จะส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงขณะหลับ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจในระยะยาว

4. นอนคว่ำ

เป็นท่านอนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ไม่แนะนำ อย่างยิ่ง

  • ข้อควรระวัง นอกจากจะทำให้กระดูกสันหลังผิดรูปและปวดคอแล้ว การนอนคว่ำยังสร้างแรงกดทับบริเวณทรวงอกโดยตรง ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนลดลง หัวใจจึงต้องออกแรงสูบฉีดเลือดหนักขึ้นเพื่อชดเชย ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้หัวใจโดยไม่จำเป็น
3 ท่านอนยอดฮิต นอนท่าไหนดีต่อหัวใจ และท่าไหนที่คนมีโรคประจำตัวควรเลี่ยง

ปรับพฤติกรรมการนอน ช่วยถนอมสุขภาพหัวใจ

นอกจากการเลือกท่านอนที่เหมาะสมแล้ว สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการนอนยังมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ

  • เลือกท่าตามสุขภาพร่างกาย หากต้องการถนอมหัวใจ "นอนตะแคงขวา" คือคำตอบ แต่หากมีอาการกรดไหลย้อนรุนแรง อาจต้องพิจารณา "นอนตะแคงซ้าย" สลับกันไป
  • หนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อย สำหรับผู้ที่มี ภาวะหัวใจล้มเหลว การใช้หมอนหนุนศีรษะและลำตัวช่วงบนให้สูงขึ้น จะช่วยลดปริมาณเลือดที่ไหลกลับสู่หัวใจ ป้องกันภาวะน้ำคั่งในปอด และทำให้หายใจได้โล่งขึ้น
  • รักษาเวลาเข้านอนให้สม่ำเสมอ ควรนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้หัวใจและหลอดเลือดได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
  • สังเกตความผิดปกติ หากมีอาการสะดุ้งตื่นกลางดึก หอบเหนื่อย หรือใจสั่นเป็นประจำ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กการทำงานของหัวใจ

หากประเมินว่า นอนท่าไหนดีต่อหัวใจ สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถเลือกนอนท่าที่รู้สึกสบายที่สุดได้ แต่หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ การนอนตะแคงขวา นับเป็นตัวเลือกที่ช่วยลดแรงกดทับและส่งเสริมการทำงานของหัวใจได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ควรเลือกท่านอนที่สอดคล้องกับโรคประจำตัวอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อสุขภาพการนอนที่สมบูรณ์แบบที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นอนท่าไหนดีต่อหัวใจ? รวมเคล็ดลับจัดท่านอนให้หลับลึก ไม่ทำร้ายสุขภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

เคล็ดไม่ลับ สุขภาพดี

หิวน้ำบ่อยเกิดจากอะไร? 5 สาเหตุพบบ่อย กระหายน้ำผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคเบาหวาน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

เชื้อ H. pylori คืออะไร? ตัวการมะเร็งกระเพาะอาหารที่ต้องระวัง

The Room44 Variety

"หมอยง" อัปเดตโควิดล่าสุด กลับมาระบาดเพิ่มหลังเปิดเทอม ความรุนแรงใกล้เคียงไข้หวัดใหญ่

สยามรัฐ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...