บุกรวบบัญชีม้าข้ามประเทศ สแกนหน้าแลกเงินซื้อยาบ้า ความเสียหายเกือบครึ่งล้าน
บุกรวบบัญชีม้าข้ามประเทศ สแกนหน้าแลกเงินซื้อยาบ้า ความเสียหายเกือบครึ่งล้าน
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ป. , ชุดปฏิบัติการ 24 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายพัน (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 21 พ.ย.68 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” จับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้องพัก ต.ตลาด อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี
สืบเนื่องจากผู้เสียหายหลายรายตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ เช่น จ.สมุทรปราการ, จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ระยอง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านทางแอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊กโดยใช้อุบายชักชวนให้เปิดร้านค้าออนไลน์ขายเสื้อผ้ามือสอง อ้างว่าได้ผลตอบแทนดี เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อแอดมินจะให้ทำกิจกรรมโอนเงิน เพื่อเปิดการมองเห็นในระบบ แต่เมื่อผู้เสียหายทำครบกลับไม่สามารถถอนเงินได้ โดยมิจฉาชีพอ้างว่าทำผิดขั้นตอน และบังคับให้โอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ จนผู้เสียหายสูญเงินไปตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทต่อราย
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าบัญชีม้าชื่อ นายพัน (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ซึ่งมียอดรวมความเสียหายเฉียด 500,000 บาทโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนติดตามทราบว่า นายพัน (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ใน ต.ตลาด อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งได้พบชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณ ตรงกับผู้ถูกจับกำลังยืนอยู่บริเวณหน้าหน้าห้องพักของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว จึงควบคุมตัวนำตัวส่ง พงส.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป