จีนตั้งเป้ายกระดับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ กับ 6 ภาคส่วนสำคัญภายในสองปี
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า จะเป็น “ช่วงสำคัญ” ของการประยุกต์ใช้เอไอ พร้อมกระตุ้นการระดมทรัพยากรในสังคมมาขับเคลื่อนความก้าวหน้าใน 6 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี อุตสาหกรรม การบริโภค สวัสดิการสาธารณะ ธรรมาภิบาล และความร่วมมือระดับโลก
ทั้งนี้ จีนเผยแพร่ชุดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินแผนริเริ่ม “เอไอ พลัส” เชิงลึก เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งวางแนวทางเชิงระบบในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนเอไอ และเร่งบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทั่วภาคเศรษฐกิจและสังคม
เอกสารนโยบายฉบับใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบ่มเพาะกำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ และการดำเนินการอันจำเป็นต่อการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจดิจิทัล สู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและสังคมอัจฉริยะ
เอกสารดังกล่าวกำหนด 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ 1) อัตราการใช้งานเทอร์มินัลและเอเจนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่สูงกว่า 70% ภายในปี 2570 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจอัจฉริยะขยายตัวอย่างรวดเร็ว 2) อัตราการใช้งานดังกล่าว เพิ่มขึ้นจนสูงเกิน 90% ภายในปี 2570 ทำให้เอไอกลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญ 3) จีนตั้งเป้าหมายก้าวสู่ระยะใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจอัจฉริยะและสังคมอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2578
นายจาง ข่ายหลิน รองผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง กล่าวว่า คณะกรรมการฯ จะนำเสนอแผนงานเฉพาะภาคส่วนที่มีรายละเอียดมากขึ้นและแนวทางนโยบายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งพัฒนามาตรฐานเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูล การทำงานร่วมกันของโมเดล และการเติบโตที่สอดประสานกันของระบบเอไอ
จางเน้นย้ำความสำคัญของการลงทุนที่นำโดยภาครัฐในการสนับสนุนนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายทรัพยากรประมวลผลเพื่อลดต้นทุนการวิจัยและพัฒนา สร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ใช้งานร่วมกัน ขยายการใช้งานในสถานการณ์สำคัญ และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอในหมู่ประชาชน.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : AFP