โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ก้าวต่อไปของไอ้หนู ริโอ เอ็นกูโมฮา

SIAMSPORT

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรลิเวอร์พูล อาจฟังดูเป็นเกียรติยศสูงสุด แต่อีกมุมหนึ่ง มันอาจเป็นคำเตือนที่แฝงอยู่ในเส้นทางของ ริโอ เอ็นกูโมฮา เช่นกัน

คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เด็กหนุ่มวัยเพียง 16 ปี 361 วัน ได้ก้าวขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ ด้วยการซัดประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในเกมบุกชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-2 พร้อมทำลายสถิติเดิมที่ เบน วูดเบิร์น ครองมานาน 9 ปี เมื่อครั้งยิงประตูแรกตอนอายุ 17 ปี 49 วัน

ชื่อของ เอ็นกูโมฮา จึงถูกบันทึกไว้เหนือเหล่าดาวรุ่งในอดีต ทั้ง เคด กอร์ดอน, ไมเคิล โอเว่น และ จอร์แดน รอสซิเตอร์

แต่เมื่อเราย้อนดูรายชื่อเหล่านั้น จะเห็นได้ทันทีว่า… ไม่ใช่ทุกคนที่เส้นทางสดใสในถิ่น แอนฟิลด์

วู้ดเบิร์น วันนี้อายุ 25 ปี เล่นอยู่กับ ซัลฟอร์ด ซิตี้ ในลีกทู เส้นทางอาชีพกับ ลิเวอร์พูล จบลงด้วยการลงสนามเพียง 11 นัด และเต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บและการยืมตัวที่ไม่เคยประสบความสำเร็จเท่าไหร่

ขณะที่ กอร์ดอน วัย 20 ปี ยังคงเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล ฤดูกาลก่อนผลงานไม่น่าจดจำกับ นอริช และ พอร์ทสมัธ ในรูปแบบการยืมตัว

ส่วน รอสซิเตอร์ ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกให้เป็น "เจอร์ราร์ด คนต่อไป" ได้โอกาสลงเล่นอีกเพียง 4 นัด และปัจจุบันในวัย 28 ปี ไปค้าแข้งกับ วอเตอร์ฟอร์ด ที่ ไอร์แลนด์

ข้อยกเว้นเดียวในบรรดาลิสต์นี้คือ "เบบี้ โกล"ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ทั้งกับ ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด และทีมชาติอังกฤษ แม้การย้ายทีมจะทิ้งรอยร้าวต่อ เดอะ ค็อป แต่ชื่อของเขายังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบางครั้ง ดาวรุ่งก็สามารถไปได้ไกลกว่าที่ใครคิด

และหากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เขายิงประตูแรกให้ ลิเวอร์พูล ตอนอายุ 18 ปี ก่อนจะกลายเป็น "ก็อด" ของเหล่าเดอะ ค็อป

ทั้งหมดสะท้อนประเด็นสำคัญว่า การเป็นดาวรุ่งพรสวรรค์ไม่ใช่เรื่องง่าย เอ็นกูโมฮา อาจเป็นที่กล่าวขานทั่ว เมอร์ซีย์ไซด์ ในสัปดาห์นี้ แต่ความจริงคือเส้นทางนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย

คำถามคือ เขาจะเรียนรู้อะไรจากเหล่าอดีตดาวรุ่ง แล้ว ลิเวอร์พูล จะค่อย ๆ วางเส้นทางให้เขาก้าวเดินอย่างไร ?

ก่อนหน้านี้ เอ็นกูโมฮา เคยลงสนามเกม เอฟเอ คัพ ที่พบกับ แอคคริงตัน สแตนลี่ย์ ทีมจากลีกทู เมื่อฤดูกาลก่อน จนกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับสองที่ได้ลงสนามให้สโมสร รองจาก เจอโรม ซินแคลร์

และเส้นทางของ ซินแคลร์ หลังจากนั้นก็คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการที่อนาคตอาจพลิกผัน หากไม่สามารถต่อยอดพรสวรรค์ได้

ปัจจุบัน ซินแคลร์ อายุ 28 ปี หลังออกจาก ลิเวอร์พูล เส้นทางค้าแข้งก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก ทั้งอาการบาดเจ็บ และช่วงเวลาที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ วัตฟอร์ด รวมถึงการถูกยืมตัวไปหลายสโมสร

สุดท้ายก็หันไปทำธุรกิจอื่น เช่น ร้านไก่ทอดใน เบอร์มิงแฮม และล่าสุดเคยเล่นในลีกสมัครเล่น Baller League ให้กับทีม VZNFC

ทุกวันนี้อาจพูดได้ว่ามีความเชื่อมั่นในตัว ริโอ เอ็นกูโมฮา มีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังโชว์ฟอร์มสุดเร้าใจในเกมเมื่อวันจันทร์ แต่หากมองย้อนกลับไปก็จะเห็นความคล้ายคลึงกับ ซินแคลร์ ซึ่ง ลิเวอร์พูล เซ็นสัญญามาจาก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในปี 2012 อยู่ไม่น้อย

ทั้งคู่ย้ายมา ลิเวอร์พูล ในวัยใกล้เคียงกัน และต่างก็ได้เดบิวต์หลังอายุครบ 16 ปี และยังถูกยกย่องในทีมเก่าว่าเป็นนักเตะที่ถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นคนต่อไป

แม้แต่คำพูดของผู้จัดการทีมตอนเวลานั้นอย่าง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ยังคล้ายกับคำแนะนำที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มอบให้ เอ็นกูโมฮา หลังยิงประตูชัยใส่ นิวคาสเซิล

ฟาน ไดค์ บอกกับ เอ็นกูโมฮา ว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากนี้ และจงถ่อมตัว ขณะที่ ร็อดเจอร์ส เคยกล่าวหลัง ซินแคลร์ว่า "สำหรับ เจอโรม ตอนนี้งานหนักเพิ่งเริ่มต้น การเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดไม่ช่วยอะไร ถ้าสุดท้ายแล้วหลุดหายไปจากเส้นทาง"

ความต่างสำคัญคือ เอ็นกูโมฮา มีโมเมนต์ยิ่งใหญ่ ติดอยู่ในประวัติแล้ว

ส่วน ซินแคลร์ กลับต้องใช้เวลาถึงสองปีครึ่งกว่าจะได้สัมผัสเกมทีมชุดใหญ่อีกครั้ง และสุดท้ายเส้นทางก็ไหลออกนอกวงโคจร ทั้งบาดเจ็บ ทั้งดราม่าเรื่องสัญญา จนปัจจุบันผันตัวไปทำธุรกิจไก่ทอดและเล่นลีกสมัครเล่น

"มันมีหลายปัจจัยครับ" ซินแคลร์ ให้สัมภาษณ์กับช่อง YouTube Football 25/8 ตอนปี 2020

"เมื่อดูรายชื่อนักเตะที่ ลิเวอร์พูล มีอยู่ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่กองหน้าดาวรุ่งอย่างผมจะได้เล่นอย่างสม่ำเสมอ"

"คนที่ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมีหลังจากผมก็เจอปัญหาเดียวกัน ผมกำลังจะหมดสัญญา และด้วยตัวเลือกที่ผมมีอยู่บนโต๊ะ มันเหมือนเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในตอนนั้น"

"ผมทำมันด้วยใจที่หนักแน่น แต่ก็คิดว่ามันคือทางเลือกที่เหมาะสม ผมไม่เคยมีอะไรไม่ดีจะพูดถึง ลิเวอร์พูล เลย"

เคสของ กอร์ดอน ก็ชัดเจน หลังจากยิงประตูในเอฟเอ คัพ ตอนอายุ 17 ปี เส้นทางก็ถูกขัดขวางด้วยอาการบาดเจ็บไม่รู้จบ พี่ชายของเขายังเคยเตือนว่า "เส้นทางนี้ไม่ง่าย จะมีวันที่ล้ม เจ็บ และต้องผ่านมันไปให้ได้"

เอ็นกูโมฮา กำลังยืนอยู่บนเส้นทางแบบเดียวกัน หลังจากกลายเป็นฮีโร่ในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล เขาก็เตรียมตัวในฐานะสมาชิกทีมชุดใหญ่สำหรับเกมเปิดบ้านพบ อาร์เซน่อล คืนวันอาทิตย์นี้

แม้อายุยังน้อย แต่ความสงสัยว่าเขาจะสร้างอิทธิพลได้จริงหรือไม่ กำลังจางหายไปเรื่อย ๆ และถูกแทนที่ด้วยคำถามใหม่ว่า เขาจะช่วยทีมได้มากน้อยแค่ไหน?

เธียร์รี อองรี อดีตกองหน้าอาร์เซน่อล ผู้ซึ่งเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ของ โมนาโก ตั้งแต่อายุ 17 ปี กล่าวไว้ระหว่างการปรากฏตัวในรายการ Monday Night Football ทาง Sky Sports

สิ่งสำคัญก็คือการทำให้เขายืนติดดิน และไม่หลงไปกับกระแสความสำเร็จเร็วเกินไป

"ผมมั่นใจว่า ด้วยขุมกำลังนักเตะที่เรามี เขาจะกลับมาซ้อม และต้องเจอกับการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงอีกครั้งแน่นอน" ฟาน ไดค์ กล่าวทันทีหลังเกมล่าสุด

ซึ่งหมายความว่าต้องไม่ให้ เอ็นกูโมฮา รู้สึกว่าตัวเองก้าวข้ามลำดับความสำคัญในใจเฮดโค้ชอาร์เน่อ โดยเฉพาะเมื่อนักเตะรุ่นพี่อย่าง โคดี้ กักโป ยังอยู่ข้างหน้า และต้องไม่ทำให้เกมกลายเป็นเรื่องของเขาเพียงคนเดียวเวลาที่ได้บอล

"เพื่อนร่วมทีมของผมมักกระตุ้นให้ผมเลี้ยงฝ่าแนวรับ แต่บางครั้งผมก็ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนด้วย" เอ็นกูโมฮา ให้สัมภาษณ์ยอมรับกับสื่อสโมสรเมื่อคืนวันจันทร์

ฟาน ไดค์ คือคนสำคัญที่คุมบรรยากาศในห้องแต่งตัว ลิเวอร์พูล เขารู้จักทั้งการคุมนักเตะดาวรุ่งให้อยู่ในกรอบ และการให้คำแนะนำที่ช่วยเสริมความมั่นใจไปพร้อมกัน

จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ผลผลิตจากอะคาเดมีที่ย้ายไป ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เคยบอกกับ The Athletic เมื่อมีนาคม 2024 ว่า

"เฟอร์จิล จะคอยพูดกับคุณตลอดเกม… ก่อนแข่งเขาจะบอกถึงสิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับกองหน้าคู่แข่ง จุดแข็งของพวกเขาคืออะไร มักทำอะไรในสถานการณ์แบบไหน"

"ในฐานะกัปตันทีม เขาเป็นคนที่ตั้งมาตรฐานให้ทุกคน"

ทุกวันนี้ สถานการณ์แตกต่างจากยุคก่อนมาก ยกตัวอย่างเช่น สมัย โอเว่น กำลังแจ้งเกิดในทศวรรษ 1990 เขายังต้องนั่งรถเมล์สาย 12 ไปสนามซ้อมเมลวู้ด และก่อนจะได้ลงเตะก็ต้องทำงานอย่างการขัดห้องน้ำ หรือทำความสะอาดรองเท้าสตั๊ดนักเตะรุ่นพี่เสียก่อน

เช่นเดียวกับ เอ็นกูโมฮา โอเว่น ก็ยิงประตูได้ทันทีในเกมเดบิวต์ พรีเมียร์ลีก นัดบุกเยือนวิมเบิลดันในเดือนพฤษภาคม 1997

"ผมเคารพในสถานะของตัวเองเสมอ" โอเว่น เขียนไว้บนอัตชีวประวัติ Reboot

"ทุกอย่างในตอนนั้นตั้งอยู่บนความเคารพและลำดับขั้น ผมยังมีนักเตะรุ่นพี่อยู่ข้างหน้า และผมไม่อยากก้าวล้ำเส้นนั้น ผมคิดว่าความคิดแบบนี้แทบไม่เหลืออยู่แล้วในฟุตบอลยุคใหม่"

สำหรับ เอ็นกูโมฮา นี่เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่สิ่งที่แสดงออกมาทำให้เห็นว่าเขาเข้ากับทีมได้ดี และปรับตัวได้อย่างราบรื่นนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เชลซี เมื่อปีที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ของอะคาเดมี่ ลิเวอร์พูล รวมถึงทีมดูแลนักเตะของสโมสร ต่างก็มีส่วนช่วยเหลือเด็กคนนี้ในหลาย ๆ ช่วงเวลา

ขณะเดียวกัน อาร์เน่อ และทีมสตาฟฟ์โค้ชก็ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาฝีเท้าของเขาอย่างต่อเนื่อง

แฟนบอล ลิเวอร์พูล มักจะให้คุณค่ากับนักเตะที่เป็นฮีโร่ท้องถิ่นเสมอ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด, เจมี่ คาร์ราเกอร์ และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับการยกย่องอย่างสูงในช่วงเวลาที่อยู่กับสโมสร และต่างก็ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมระหว่างเส้นทางการเติบโต

อย่างไรก็ตาม แม้ เอ็นกูโมฮา จะเป็นเด็กจาก ลอนดอน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่แฟน ๆ มอบให้ลดน้อยลงเลย

หลายคนถึงกับเชื่อว่าเขาคือดาวรุ่งแนวรุกที่น่าตื่นตาที่สุดที่ก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสร นับตั้งแต่ ราฮีม สเตอร์ลิง ซึ่งก็ย้ายมาจาก ลอนดอน เช่นกันตอนวัยรุ่น

คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา อาร์เน่อ กระตุ้นให้ เอ็นกูโมฮา สนุกไปกับช่วงเวลาอันพิเศษนี้ พร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศการฉลอง ขณะที่เพื่อนร่วมทีมต่างพากันเข้ามากอดและชนกำปั้นแสดงความยินดี

ถึงกระนั้น สิ่งที่ต้องย้ำเตือนคือ การเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่แค่การมีเกมที่ดีหนึ่งนัด หรือประตูสำคัญแค่ลูกเดียว

เพราะที่นี่มีความกดดันที่จะต้องทำผลงานได้ทุกสัปดาห์ และนี่คือจุดที่บรรดานักเตะรุ่นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ฟาน ไดค์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ อลีสซง เบ็คเกอร์ จะคอยช่วยประคับประคองให้เขาไม่หลุดออกนอกกรอบ

ซินแคลร์ เคยให้คำแนะนำกับแข้งดาวรุ่งที่กำลังจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ลิเวอร์พูล ว่า "อย่าปล่อยให้ตัวเองตกต่ำหรือขึ้นสูงเกินไปในบางช่วงเวลา"

"การอินกับอารมณ์มากเกินไป ไม่ว่าจะตอนที่ทุกอย่างไปได้สวยหรือไม่เป็นไปตามหวัง มันจะส่งผลกระทบต่อคุณอย่างมาก คุณไม่ควรปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ครอบงำตัวเองมากเกินไป"

กรณีของ ซินแคลร์ สะท้อนให้เห็นชัดว่า เส้นทางของอัจฉริยะลูกหนังวัยรุ่นไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ และยิ่งเป็นจริงมากขึ้นไปอีกเมื่ออยู่กับสโมสรขนาดใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาได้ไม่นาน

การวางเส้นทางที่ชัดเจนให้ เอ็นกูโมฮา คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกจาก เชลซี เมื่อปีที่แล้ว

การขาย หลุยส์ ดิอาซ ให้กับ บาเยิร์น มิวนิก เมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ โดยไม่มองหาตัวแทนโดยตรง เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของดาวรุ่งรายนี้ ก็คืออีกหนึ่งหลักฐานยืนยันความเชื่อมั่นที่ ลิเวอร์พูล มีต่อเขา

เช่นเดียวกับการกล้าส่งลงสนามนัดบุกเยือน นิวคาสเซิ่ล ช่วงท้ายเกม ตอนที่ทีมเหมือนกำลังจะคุมผลชัยชนะไว้ไม่ได้แล้ว มันก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจน

สำหรับ เอ็นกูโมฮา ผลงานในเกมเยาวชนฤดูกาลที่แล้วถือว่าไม่ได้โดดเด่นนัก ซึ่งแตกต่างจากนักเตะดาวรุ่งส่วนใหญ่ที่มักแจ้งเกิดกับทีม U21 ก่อนจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่

เมื่อต้นเดือนเมษายน แบร์รี่ ลูว์ตัส โค้ชทีมชุดยู-21 ตอนนั้น ได้เพิ่มโปรแกรมการฝึกซ้อมการจบสกอร์เข้าไปเพิ่มเติม เนื่องจากกังวลว่า เอ็นกูโมฮา ยังทำประตูได้น้อย และก็สังเกตได้อย่างรวดเร็วว่า ฟอร์มของเขาดีขึ้นทันตา

ก่อนเกมสุดท้ายของศึก พรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลปกติ ที่ต้องบุกไปเยือน แอสตัน วิลล่า ทีมสตาฟฟ์ได้พูดคุยกันเองถึงความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นว่า ประตูแรกของเขาคงใกล้มาถึงแล้ว

และเมื่อเวลาบนสนามกำลังจะหมดลง เอ็นกูโมฮา ก็ยิงได้ทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์และนำโมเมนตัมสำคัญต่อยอดมาจนถึงซัมเมอร์นี้

สองประตูนั้นทำให้ เอ็นกูโมฮา มีแรงส่งจนสามารถเปล่งประกายในช่วงปรีซีซั่น เขาสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับทีมโค้ชและเพื่อนร่วมทีมระหว่างทัวร์สองเกมที่ ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น

ขณะที่สามประตูที่เขาทำได้ในเกมอุ่นเครื่องกับ สโต๊ก ซิตี้, โยโกฮาม่า เอฟ. มารินอส และ แอธเลติก คลับ ก็เป็นการตอกย้ำให้ อาร์เน่อ ได้เห็นถึงพรสวรรค์ของ เอ็นกูโมฮา

แล้วพอช่วงเวลาสำคัญที่สุดตอนช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ก เขาก็อยู่ตรงนั้นเแล้วสร้างความแตกต่างได้

เอ็นกูโมฮา จะถูกจารึกไว้ในฐานะดาวซัลโวอายุน้อยที่สุดของสโมสรไปอีกนาน… และ ลิเวอร์พูล ก็หวังว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

HOSSALONSO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก SIAMSPORT

อังกฤษ ประกาศ 24 แข้งคัดบอลโลกมีสองแข้งติดธงครั้งแรก

31 นาทีที่แล้ว

โปรจีน อาฒยา รั้งที่ 19 ร่วมตามผู้นำสี่แต้ม เปิดรอบแรกสวิง เอฟเอ็ม แชมเปียนชิพ

36 นาทีที่แล้ว

เมื่อ "Godzilla" ถึงเวลาอำลา ปิดฉากตำนาน Nissan GT-R (R35)

50 นาทีที่แล้ว

นักปั่นไทยซิว 2 ทองศึกจักรยานลู่ แทร็ก เอเชีย คัพ 2025 ที่สุพรรณบุรี

57 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความกีฬาอื่น ๆ

ผลจับสลากยูโรปาลีก 2025/26: แอสตัน วิลล่า, ฟอเรสต์ ชนทีมดังยุโรป รอบลีกเฟส

SIAMSPORT
วิดีโอ

‘โค้ชอ๊อต’ เผยวางแผนรับมือ ญี่ปุ่น ละเอียดยิบ

WeR NEWS

เจ้าป่าชนเบติส-ปอร์โต้, หมาป่าเจอม้าขาว จับสลากยูโรป้าลีก

Soccersuck

"เทรนท์" หลุดโผอังกฤษ "แอนเดอร์สัน-สเปนซ์" ติดครั้งแรก

Manager Online

อังกฤษ ประกาศ 24 แข้งคัดบอลโลกมีสองแข้งติดธงครั้งแรก

SIAMSPORT

“อชิรญาณ์” จบ 16 อันเดอร์ คว้าแชมป์ไทยแอลพีจีเอฯ ที่นครนายก

Manager Online

โปรจีน อาฒยา รั้งที่ 19 ร่วมตามผู้นำสี่แต้ม เปิดรอบแรกสวิง เอฟเอ็ม แชมเปียนชิพ

SIAMSPORT

ลิงก์ถ่ายทอดสด ไทย พบ ญี่ปุ่น วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ลุ้นเข้ารอบ 8 ทีมครั้งประวัติศาสตร์

Thaiger

ข่าวและบทความยอดนิยม

Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...