‘เกษตรกร’ ลุ้นความหวังใหม่ หลัง ‘ครม.แพทองธาร’ หลุดทั้งคณะ
ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยตามคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 36 คน ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) เนื่องจากขาดคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จึงมีคำวินิจฉัยให้ ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.แพทองธารสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 และเมื่อความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว ย่อมทำให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย
ต่อเรื่องนี้ นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หากได้คนใหม่มาบริหารได้เร็วก็จะทำให้การดูแลสินค้าเกษตรดีขึ้น เนื่องจากเกษตรกรเป็นรากฐานระดับชาติ จากช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรได้รับการดูแลน้อย ก็หวังว่าการเลือกตัวบุคคลใหม่เข้ามาบริหาร ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ
ทั้งนี้อยากได้คนที่เอาใจใส่ เข้าใจปัญหา และดูแลเกษตรกรให้มากกว่าที่ผ่านมา ไม่ใช่รับทราบปัญหาแล้วนิ่งเฉย ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรกรน้อยใจมาโดยตลอด และถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ควรตอบกลับมาด้วย จะได้รู้ว่าทำได้หรือไม่ได้
สอดคล้องกับนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มแห่งประเทศไทย ที่กล่าวว่า อยากได้ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องการค้า เกษตร เหมาะสมกับกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งเป็นพรรคใดก็ได้ อยากให้กู้วิกฤตเศรษฐกิจจริง เพราะขณะนี้บ้านเมืองกำลังย่ำแย่มากทั้งปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ขาดกำลังซื้อ
ในส่วนของปาล์มน้ำมัน อยากให้ผลักดันพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ให้เกิดขึ้นให้ได้ จากที่ผ่านมาล้มไปไม่รู้กี่รอบ พอเปลี่ยนรัฐบาลก็กลับไปเริ่มใหม่ ดังนั้นอยากได้บุคคลที่พร้อมมาทำงานจริงให้เกิดขึ้นได้ จะได้เป็นตัวช่วยหมุนเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ไม่พรรคใดมาเป็นรัฐบาล ชาวนาก็พร้อมที่จะร่วมทำงาน ไม่มีการเมือง สมาคมทำเพื่อผลประโยชน์พี่น้องชาวนา ดังนั้นก็อยากให้รัฐบาลใหม่คัดเลือกคนตั้งแต่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ให้เป็นคนที่สนใจเกษตรกร ให้มองเกษตรกรเป็นฐานรากของประเทศชาติ สินค้าเกษตรทุกพืช ให้ลงมาดูแลอย่างจริงใจ และให้มีความยั่งยืน
ด้าน นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้ยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชนใหม่ โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งยังไม่เห็นเลยว่าจะมีพรรคไหนมีนโยบายเพื่อเกษตรกร และปัญหาราคาสินค้าเกษตร ที่ต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอก จะทำอย่างไร รวมทั้งการไปรับนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา ปริมาณเท่าไร มีสินค้าอะไรอีกบ้าง รวมถึงมาตรการรับมือผลกระทบจากการที่ไปดีลภาษีสหรัฐมา จะมีแนวทางอย่างไร ซึ่งทางสมาคมถามไปก็ไม่มีคำตอบ
“เช่นเดียวกับวันนี้ ไทยปิดด่านนำเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชา ผลสุดท้าย จีนไปเปิดทางซื้อตรงกับกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาชาวไร่ไม่ได้ห้าม เพียงแต่อยากให้กระทรวงพาณิชย์ ควบคุม ไม่ให้มีผลกระทบในประเทศ แล้วให้ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น ซึ่งมองว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะยิ่งวิกฤตมากขึ้น ดังนั้นออกที่ดีที่สุดอยากให้ยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน ให้ตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเลือกพรรคไหนมาบริหารบ้านเมือง”