TDRI ชี้การเมืองกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทย จับตารัฐบาลใหม่ต้องมีฝีมือจริง
ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขาดคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นทั้งคณะ เนื่องจากขาดคุณสมบัติและผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุน เซน ถือเป็นประเด็นทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโดยตรง
โดยระบุว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่มุมมองของภาคธุรกิจและตลาดว่าจะมองไปในทิศทางใด เช่น มองว่าเป็นความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่หากสถานการณ์นี้นำไปสู่การยุบสภาและตั้งรัฐบาลใหม่เพื่อ “ล้างไพ่” อาจทำให้ภาคเศรษฐกิจและสังคมมองในแง่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจอยู่ใน"ภาวะอึมครึม" การมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้นอาจเป็นผลบวก
อย่างไรก็ตาม หากยังคงพยายามตั้งรัฐบาลโดยใช้สภาชุดเดิม หรือมีการต่อรองจนออกมาเป็น “คณะรัฐมนตรีเก้าอี้ดนตรี” ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รัฐมนตรีที่ขาดความสามารถ ซึ่งจะสร้างภาพลบ เพราะขณะนี้ประเทศไทยเผชิญปัญหาหลายด้านจึงจำเป็นต้องมีผู้นำและทีมงานที่มีฝีมือจริง ๆ เข้ามาบริหาร ไม่เพียงเเค่เศรษฐกิจ เเต่ยังรวมถึงความมั่นคง และการต่างประเทศ
สิ่งสำคัญที่สุดคือประเทศไทยต้องได้รัฐบาลที่มีฝีมือ เหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤติ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ขอเพียงไม่ใช่รัฐบาลที่เกิดจากเก้าอี้ดนตรี หากได้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามา ก็อาจสร้างความรู้สึกที่ดีทางการเมืองได้
ดร.สมชัย กล่าวต่อว่า โจทย์ใหญ่คือ ไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นในรูปแบบใด ต้องสร้างความเชื่อมั่นด้านฝีมือการนำพาประเทศฝ่าวิกฤติ หากทำได้ ผลลัพธ์ย่อมเป็นบวก แต่หากไม่ ปัญหาก็จะยืดเยื้อต่อไปโดยไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ปัญหาต่างๆ ก็จะลากยาวซึ่งมายถึง การไร้แนวทางแก้ปัญหาของประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน นำไปสูุ่การลงทุนที่ชะลอตัว
สำหรับรัฐบาลใหม่ยังมีโจทย์สำคัญในการจัดการผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จะกระทบหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตรกร รัฐบาลต้องทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้มี "ความเจ็บปวดน้อยที่สุด" และสามารถนำไปสู่การปรับโครงสร้างในทิศทางที่ดี หากเกษตรกรได้รับการประคับประคองจนปรับตัวไปทำอย่างอื่นได้ ก็จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย แม้จะต้องใช้เวลา ส่วนเรื่องงบประมาณไม่น่ามีปัญหาเพราะผ่านความเห็นชอบแล้ว
สำหรับประชาชน หากไม่มีความหวังจากรัฐบาล ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง โดยเฉพาะการใช้จ่ายและการออม เพราะเศรษฐกิจครึ่งปีหลังมีแนวโน้มแย่กว่าครึ่งปีแรก ส่วนภาคเอกชน แม้ต้องการให้มีการตั้งรัฐบาลเร็วที่สุด สิ่งที่ต้องทบทวนก็คือต้องการ “รัฐบาลแบบไหน” หากเร่งรีบแต่ได้รัฐบาลแบบเดิม ผลลัพธ์ก็อาจไม่ต่างจากที่ผ่านมา