รวบเครือข่ายเปิดบัญชีม้า พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหยื่อสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท
รวบเครือข่ายเปิดบัญชีม้า พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหยื่อสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท
กองบังคับการปปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) โดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายพัน (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ลงวันที่ 21 เมษายน 2568 โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และ โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิได้มีเจตนาที่ใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด"
และพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของ ศาลจังหวัดปัตตานี ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 กระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันกระทำความผิดฐานโดยทุจริต ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญา” จับกุมได้บริเวณริมถนน หมู่ที่ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขต.หลักสี่ จ.กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเดือนมิถุนายน 2567 ได้มี นางรัตนาฯ อายุ 64 ปี แจ้งความร้องทุกข์ผ่านศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหา อาชญากรรมออนไลน์ โดยกล่าวหาว่า มีคนร้ายเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้ข่มขู่หลอกลวงผู้แจ้งทางโทรศัพท์ลักษณะขบวนการคอลเซ็นเตอร์แล้วเอาทรัพย์สินไป มูลค่าความเสียหาย จำนวน 2,119,388 บาท (สองล้านหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเก้าพันสามร้อยแปดสิบแปดบาทถ้วน) เหตุเกิดที่ ต.พยุหะ อ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ ต่อเนื่องทั่วราชอาณาจักรเวลาต่อเนื่องกัน โดยกลุ่มคนร้าย โทรมาหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์และแสดงตนเป็น พ.ต.อ.ทรงวุฒิเจริญฯ กับ ร.ต.อ.อัษฎาฯ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี โดยมีการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จลงในแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อ “สภ.เมืองราชบุรี” เพื่อติดต่อหลอกลวงผู้เสียหาย
ต่อมาตำรวจสอบสวนกลางได้ตามแกะรอย ผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง หลังทราบว่าหลบหนีไปพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งพบแหล่งกบดานและสามารถบุกจับกุมตัวผู้ต้องหาได้จากนั้นได้ ก่อนควบคุมตัวส่งไปยัง สภ.พยุหะคีรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา