ลิณธิภรณ์ อัพเกรด อาชีวะ-กศน. หลักสูตรจับคู่ธุรกิจ ตอบโจทย์แรงงาน
จากอาจารย์มหาวิทยาลัย มีตำแหน่งทางวิชาการ คือ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” กระโดดเข้าสู่วงการเมือง
เพียง 8 ปี “ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์” ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นครั้งแรก ในตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนา “ลิณธิภรณ์” ถึงภารกิจด้านการศึกษา ที่จะนำมาช่วยเสริมภาคธุรกิจ-เสริมศักยภาพของประเทศ ในวันที่ต้องเผชิญการแข่งขันรอบด้าน
อัพเกรดหลักสูตร สกร.
“ลิณธิภรณ์” เล่าถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดู กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่อัพเกรดจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิม ว่า เราอาจไม่ได้มุ่งหวังความเป็นเลิศทางวิชาการ อย่างน้อยต้องการันตีว่าการอ่านออก เขียนได้ ของนักเรียน สกร.ต้องเกิดขึ้น ส่วนใหญ่นักศึกษาที่มาเรียนคือ ทำงานไปด้วย หรือนักเรียนที่ตัดสินใจออกจากระบบการศึกษาปกติ โดยความไม่พร้อมของครอบครัว
ที่โฟกัสคือการอบรมหลักสูตรด้านอาชีพ ที่อบรมให้เด็ก สกร. และประชาชนทั่วไปที่มาเรียนกับเรา พบว่าหลักสูตรอบรมอาชีพเยอะมากจนเหลือเชื่อ 38,000 หลักสูตร เพราะ สกร.ในแต่ละตำบลก็จะพัฒนาหลักสูตรให้สอดรับกับพื้นที่ของตัวเอง
จึงให้โจทย์ไปทำการบ้านว่าอยากให้มีหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานและมีตัวชี้วัดได้จริง ๆ ว่า เรียนหลักสูตรนี้ไปแล้วนำไปสู่การสร้างอาชีพเสริมได้จริง ๆ ซึ่งตัวเลขล่าสุด ลดจาก 38,000 หลักสูตร เหลือ 1,200 หลักสูตร ที่ครบตัวชี้วัด จากนี้จะรีดไขมันอีก ให้เหลือหลักสูตรที่สามารถใช้ได้ทั่วประเทศและมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดการสร้างรายได้ด้วย ประมาณ 400 หลักสูตร รายได้มาก-น้อย ต่างกันไป
ปั้นอาชีพดูแลผู้สูงอายุ
ขณะเดียวกัน สกร.อบรมหลักสูตรอาชีพ Care Giver ซึ่ง สกร.เป็นผู้จ่ายเงินอบรมหลักสูตรให้กับนักเรียน และประชาชนที่มาอบรมหลักสูตร ซึ่งน่าจะเป็นหลักสูตรที่น่าจะได้ใช้เงินในอนาคต เพราะประกอบกับภาวะผู้สูงวัยสูงขึ้น จะผลักดันหลักสูตรนี้ให้เกิดขึ้นจริง และเห็นช่องว่าเมื่อรัฐบาลประกาศจ้างงานภาวะผู้พึ่งพิง 18,000 อัตราล่าสุด และมีสัญญาจ้าง 1 ปี จะให้หลักสูตร Care Giver ของ สกร. เข้าไปอยู่ในการสมัครเข้าทำงานที่จะได้รับค่าตอบแทน 5,000-6,000 ต่อเดือนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ซึ่งขณะนี้ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว
สกร. มีเด็กที่จบ Care Giver มาแล้ว 3 รุ่น และกำลังจบรุ่น 4 อีก 7,800 คนทั่วประเทศ ซึ่งเงื่อนไขที่จะเป็นผู้ดูแลผู้พึ่งพิง จะต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินเดือนประจำจากรัฐ ใครที่ได้รับเงินเดือนจากรัฐจะร่วมโครงการไม่ได้
จึงประเมินว่า นักเรียน สกร.ที่ไม่ได้รับเงินจากรัฐและจะสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ ประมาณ 1,200 คน ซึ่งตรงนี้อยากผลักดันให้เป็นหนึ่งในหลักสูตรสร้างอาชีพเสริมได้จริงมีการอบรม 70 ชั่วโมง ส่วนหลักสูตร 420 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหลักสูตรขั้นสูงกว่าการดูแลทั่วไป ในบางพื้นที่เราก็ผลักดันให้เรียน 420 ชั่วโมงไปเลย
รวมถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราค้นพบว่าเด็กที่เรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะนักเรียนปอเนาะ เขาอาจจะมีทักษะทางภาษาอาหรับที่ดี ถ้าเสริมหลักสูตรนี้เข้าไปก็จะได้เสริมบุคลากรทางสาธารณสุข สอดรับกับตลาดด้านสุขภาพของชาวตะวันออกกลาง ที่เข้ามาสู่เมืองไทยมากขึ้น ซึ่งจะได้ทั้งมิติด้านท่องเที่ยว และมิติการรักษา
อัพเกรดหลักสูตร-จดสิทธิบัตร
“ลิณธิภรณ์” กล่าวว่า ขณะเดียวกัน สกร.มีหลักสูตรการพัฒนาอาชีพ เกือบ 80-90% จะยกระดับมาตรฐานหลักสูตรบางหลักสูตรให้ได้มาตรฐานวิชาชีพ เช่น จบทำอาหาร บาริสต้าจะได้วุฒิวิชาชีพด้วย โดยน่าจะมี 14 หลักสูตร
หลังจากอบรมอาชีพก็จะได้ Product บางผลิตภัณฑ์จะขอจดสิทธิบัตรทางปัญญา ตั้งเป้าว่าจะได้สิทธิบัตรทางปัญญา เพื่อเปิดให้ประชาชนนำไปพัฒนาต่อได้ ประมาณ 20 สิทธิบัตร แต่ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะผ่านการชี้วัดได้เกินครึ่ง เพื่อยกระดับ สกร.วันนี้ สิ่งที่จะได้นอกจากทักษะทางอาชีพยังสามารถมีวุฒิบัตร และนำไปสู่การสร้างรายได้เสริมได้อย่างแท้จริง
ปั้นอาชีวะเข้าสู่ภาคอุตฯ
มีโครงการที่ “ลิณธิภรณ์” อยากทำแม้ไม่ได้ถูกวางตัวให้จับงานด้านอาชีวะ แต่ก็พร้อมช่วยทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
“ภาพในใจอยากทำที่สุดคืออาชีวะ แม้ไม่ได้ดูเรื่องนี้ เพราะทำโครงการไปแล้วก่อนหน้านี้ คือ โครงการความร่วมมือพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเพื่อสร้างแรงงานทักษะสูงรองรับการลงทุน ‘VOC-UP’ กับกลุ่มการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กลุ่ม 6 อุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์ (พีซีบี) ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่แน่นอยู่แล้วในประเทศไทย จนทำให้เกิดการจ้างงานในวันนั้น 1,880 อัตรา และทำหลักสูตรร่วมกัน มีการลงนามเอ็มโอยูไปแล้ว”
“การเรียนอาชีวะในสถาบันอาชีวะ 8 แห่งที่ลงนามเอ็มโอยู จบออกมาก็ป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมพีซีบี ใน 5 ปีที่ลงทุนกับไทย ตามมาตรฐานการเว้นภาษีของบีโอไอ นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมอื่นที่มาลงทุนในประเทศ นำพาอาชีวะเปิดประตูตรงนี้ เพื่อจะเริ่มไปสู่อุตสาหกรรมอื่น”
“ขณะเดียวกัน สภาอุตสาหกรรมฯที่อยากทำหลักสูตรแบบนี้ที่เชื่อมต่อกับอาชีวะ ซึ่งหมายความว่ากำลังการผลิต เมื่อมีการทำแบบนี้ในทุกอุตสาหกรรมจะแม่นยำในเรื่องการอาชีพ การวางคน ตอบสนองกับตลาดแรงงานได้ตรงตามความต้องการของตลาด”
“ได้นำเรียน ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการประสานงานกัน ให้เปิดกับภาคอุตสาหกรรมอื่นอย่างต่อเนื่อง เราเปิดประตูให้เขา ต่อไปก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ดูแล้วท่าน รมว.ว่าการ เห็นคล้อยตามไปในแนวทางเดียวกัน ท่านเองมีประสบการณ์เป็น รมช.แรงงาน และพัฒนาเรื่องนี้ในกลุ่มอีอีซีมาก่อน”
“เราไม่ได้ปล่อยมือ เพราะทีมของเราบางเรื่องยังอยู่เบื้องหลังอยู่ ได้ข้อมูลมาก็ส่งให้อาชีวะสานต่อ ทำเท่าที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะส่งต่อได้”
“แต่คิดว่ามิติของอาชีวะ ภาพใหญ่ต้องมาโฟกัสเรื่องนี้ในสถานการณ์ที่ประเทศเป็นแบบนี้ เพื่อผลิตคนให้สอดคล้องกับความต้องการ และการพัฒนาของประเทศ ในจังหวะที่เวียดนามประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 250 กว่าโปรเจ็กต์”
“ลิณธิภรณ์” บอกว่า ข้อดีของการเป็นรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย คือ “พยายามคุยกับรัฐมนตรีที่มีอำนาจในการสั่งการว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยที่จะปลดล็อกในบางเรื่องบางมิติที่เป็นประโยชน์”
“แม้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่ข้อดีคือในรัฐบาลเพื่อไทยก็มีหลายรัฐมนตรีที่เราประสานความร่วมมือกันได้ โดยปลดล็อกเงื่อนไขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เดินหน้าต่อได้”
ปรับห้องสมุด เป็น Coworking Space
อีกแผนหนึ่งที่อยู่ในความตั้งใจของ “ลิณธิภรณ์” คือ อัพเกรดห้องสมุดทั่วประเทศ
สกร.ดูแลห้องสมุดทั่วประเทศ ในมุมมองของตัวเอง ห้องสมุดจะต้องปรับเปลี่ยน ถ้าจะให้คนเข้าไปอ่านด้วยตัวเองคงไม่ตอบโจทย์ยุคใหม่ ดังนั้น ต้องทำให้ห้องสมุดเป็นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต เปลี่ยนทั้ง Space ของห้องสมุด เปลี่ยนภาพลักษณ์และการส่งเสริมการอบรมทักษะอาชีพเข้าไปที่ห้องสมุดด้วย เพื่อให้ห้องสมุดมีการใช้งานได้จริง เพราะจากการลงพื้นที่ มักพบว่าห้องสมุดของ สกร.ส่วนใหญ่อยู่ในโลเกชั่นที่ดี เพราะเป็นห้องสมุดประชาชนประจำจังหวัด
เมื่อโลเกชั่นดี แต่คนไม่เข้า เพราะไม่มีใครใส่ใจให้มีมิติ มีแต่ความอึมครึม กลายเป็นการจัดบอร์ดนิทรรศการ ไม่ได้ตั้งเป้าทำทุกที่ เพราะในมิตินี้ก็มี TK Park กับ TCDC ซึ่งมีไม่กี่ที่ที่ห้องสมุดประชาชนจะเดินคู่ขนาน เช่น เชียงใหม่ แต่ในบางพื้นที่ห้องสมุดไม่ได้ทำอะไรเลย ดังนั้น ปรับให้เป็น Coworking Space มากขึ้น
ซึ่ง TK Park กับ TCDC ไม่ได้นโยบายสร้างที่ใหม่ แต่เขามี Know How บางเรื่องก็อาจจะเอามา Match กันกับห้องสมุดประชาชน เช่น ที่น่าน ซึ่งอยู่กลางเมืองแต่เจออุทกภัย ต้องมีการซ่อมแซม อาจจะทำ Coworking Space ทำแซนด์บอกซ์ในภาคเหนือ เพื่อให้เป็นจุดเช็กอินใหม่ของเมืองได้ และอาจเลือกพื้นที่ 10 พื้นที่ ใน 10 จังหวัด แต่ถ้าไม่ได้เอา 5 จังหวัดกระจายไปทุกภาค อาจสถาปนิกจากภาคเอกชนที่มีไอเดียมาช่วยออกแบบ เพื่อดึงเอกลักษณ์ของเมือง เป็นโจทย์ที่จะทำให้ห้องสมุดมีมิติได้ใน 1 ปี
มั่นใจมีผลงานต่อยอดหาเสียง
ถาม “ลิณธิภรณ์” ว่า ผลงานอะไรที่จะสามารถนำไปต่อยอดหาเสียงเลือกตั้งในวันข้างหน้า เธอตอบว่า เรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่าน สกร. น่าจะมีตัวเลขบอกได้ในช่วงที่เข้ามาทำงานแล้วได้วางเรื่องนี้สร้างรายได้เสริมต่อเดือนให้กับคนที่เรียนได้มากน้อยอย่างไร พูดเรื่องนี้ได้ ในส่วนนี้เพื่อไทยรับผิดชอบนำมาสู่การสร้างรายได้จริง ในอำนาจของตัวเอง
ส่วนถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในวันข้างหน้า เธอบอกว่า หากมีการเปลี่ยนแปลง ให้กลับมาทำใหม่ก็คงไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้ เพราะทำเต็มที่ ไม่มีติดค้าง อะไรที่ใส่ได้ แม้กระทั่งการลีนงบประมาณจากหน่วยงานอื่น ทุกอย่างเกิดขึ้นจากที่เราเข้ามา การเปลี่ยนแปลง เค้นกันแบบนี้ ถ้าเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ถือว่าเกิดประโยชน์ที่สุดแล้ว ทั้งเรียนไปแล้วได้เงินเดือน 5,000 บาท และทำให้ สกร.มีสิทธิบัตรผลงานของตัวเอง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลิณธิภรณ์ อัพเกรด อาชีวะ-กศน. หลักสูตรจับคู่ธุรกิจ ตอบโจทย์แรงงาน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net