“สุดารัตน์” ชี้คำวินิจฉัยศาล รธน. สะท้อน “เพื่อไทย” หมดความชอบธรรม บริหารประเทศต่อ ไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนการเมืองสุจริต
“สุดารัตน์” ชี้คำวินิจฉัยศาล รธน. สะท้อน “เพื่อไทย” หมดความชอบธรรม บริหารประเทศต่อ ไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนการเมืองสุจริต – ไม่รับแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย
เมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า คำวินิจฉัยนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ได้หมดความชอบธรรมที่จะอาสามาบริหารราชการแผ่นดินต่อไป เพราะขาดคุณธรรมและจริยธรรมในการดำรงตำแหน่งมาแล้วถึงสองคน ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของพรรคไทยสร้างไทยที่ยึดมั่นการเมืองสุจริต และคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชนว่าจะรักษาหลักคุณธรรมเป็นสำคัญ เหตุผลที่พรรคไทยสร้างไทยไม่สามารถยอมรับให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศต่อ มี 3 ประเด็นสำคัญดังนี้
1. หมดความชอบธรรมด้านจริยธรรมการเมือง
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดว่า นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยขาดความซื่อสัตย์สุจริตและคุณธรรม ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของผู้นำประเทศ ส่งผลให้หมดสิ้นความไว้วางใจจากประชาชนและไม่ควรดำรงตำแหน่งต่อ
2. ไร้ศักยภาพในการดูแลความมั่นคงของชาติ
โดยศาลชี้ให้เห็นว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติได้อย่างมั่นคงและรอบคอบ ทำให้เกิดข้อกังขาต่อความสามารถในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
3. ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ มุ่งประชานิยม ที่อาจแฝงด้วยผลประโยชน์อื่นใด ที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการบริหารที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนได้อย่างยั่งยืน แต่มุ่งใช้นโยบายประชานิยมระยะสั้นและนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ขณะเดียวกันยังผลักดันแนวคิดทางเศรษฐกิจที่สุ่มเสี่ยงต่อความเสียหายต่อประเทศ อาจสร้างหนี้สินมหาศาลในอนาคต กระทบต่อฐานะการคลังและประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยจะยืนหยัดผลักดันการเมืองที่สุจริตและมีคุณธรรม พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เห็นพ้องในหลักการนี้ เพื่อสร้างอนาคตการเมืองไทยที่โปร่งใสและยั่งยืน