‘แก้วเก้า’ เผยเคล็ดลับ วิธีเขียน ‘รหัสคดี’ ในโครงการ 'วรรณมาลัย'
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักพิมพ์แสงดาว และร้านหนังสือริมขอบฟ้า จัดกิจกรรมครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 24 สิงหาคม 2568 ณ ร้านหนังสือริมขอบฟ้า
นำโดย นรีภพ จิรโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยมีบทบาทผลักดันและส่งเสริมงานวรรณกรรมมาตลอดหลายปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
"วันนี้เรามีงานเสวนา รหัสคดีริมขอบฟ้า : การกลับมาของนายทองอิน รัตนะเนตร์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ต้นแบบนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนเรื่องแรกที่มีในสังคมไทย ที่ใช้หลักเหตุผลและการวิเคราะห์ในการสืบสวน ได้รับการกล่าวขานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2440 กว่าจนถึงปัจจุบัน
วรรณกรรมเปรียบเสมือนสิ่งที่ขับเคลื่อนโลก หวังว่าทุกคนจะมีส่วนร่วมผลักดันวรรณกรรมแนวสืบสวนสอบสวนสู่ระดับสากล"
Cr. Kanok Shokjaratkul
- โครงการ วรรณมาลัย
ในงานนี้ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ยังได้แถลงข่าวเปิดตัว โครงการ วรรณมาลัย ที่จัดพิมพ์หนังสือ รวมเรื่องสั้น จำลักษณ์นายทองอิน รัตนะเนตร์ ด้วย
จุฑามาศ ณ สงขลา เลขาธิการสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการวรรณมาลัย เป็นโครงการพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อเชิดชูพระปรีชาสามารถทางวรรณศิลป์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นต้นธารวรรณกรรมรหัสคดีของไทย
"โครงการ วรรณมาลัย จัดพิมพ์หนังสือ รวมเรื่องสั้น จำลักษณ์นายทองอิน รัตนะเนตร์ ขึ้นในวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
Cr. Kanok Shokjaratkul
เพื่อรำลึกและเฉลิมพระเกียรติพระองค์ในฐานะกษัตริย์นักประพันธ์ ผู้ทรงวางรากฐานวรรณกรรมรหัสคดีไทย ผ่านพระราชนิพนธ์ชุด นิทานทองอิน และฉบับปรับปรุง ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนเนตร์
โครงการนี้จะรวบรวมเรื่องสั้นทั้งหมด 15 เรื่อง
10 เรื่อง จากนักเขียนรับเชิญที่มีชื่อเสียงและมีผลงานตีพิมพ์แล้ว เช่น แก้วเก้า, พงศกร, ปราบดา หยุ่น ฯลฯ และ 5 เรื่อง จากนักเขียนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยมีงานตีพิมพ์เป็นเล่ม ส่งผลงานเข้าประกวดและผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น
วัตถุประสงค์ เพื่อ (1) รำลึกถึงพระเกียรติคุณของรัชกาลที่ 6 อย่างมีชีวิตชีวา (2) สืบสานมรดกวรรณกรรมรหัสคดีไทย (3) เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับนักเขียนร่วมสมัย สืบทอดและพัฒนางานแนวรหัสคดี
Cr. Kanok Shokjaratkul
รูปแบบผลงาน เป็นเรื่องสั้นที่เขียนใหม่ แนวทางคือให้นายทองอิน นักสืบไทยที่ใช้เหตุผล มีคู่หู คลี่คลายคดีแบบหักมุม เปิดกว้างให้กำหนดฉาก เวลา ยุค บริบทใหม่ได้ตามจินตนาการ สามารถใช้ภาษาไทยย้อนยุคตามต้นฉบับเดิมหรือภาษาไทยร่วมสมัยได้ แต่ต้องเคารพบุคลิกของนายทองอิน
แนวทาง จำลักษณ์ คือการหยิบยืมรูปแบบ สไตล์ หรือองค์ประกอบของผลงานในอดีตมาสร้างสรรค์ใหม่ โดยไม่ใช่การล้อเลียน แต่เป็นการอ้างอิงเชิงชื่นชมและสืบทอดเชิงสร้างสรรค์ เคารพลักษณะเด่นของตัวละครนายทองอิน
การส่งต้นฉบับ ส่งผลงานได้คนละ 1 เรื่อง ความยาว 10-15 หน้า โดยไม่ระบุชื่อผู้เขียนในต้นฉบับ กำหนดส่งภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566
Cr. Kanok Shokjaratkul
รางวัล เรื่องที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับค่าเรื่อง 3,000 บาท และตีพิมพ์ในหนังสือวรรณมาลัยร่วมกับนักเขียนชื่อดัง
ความสำคัญ โครงการนี้ไม่ใช่แค่รำลึกถึงนายทองอิน แต่เป็นการสร้างเวทีวรรณกรรมรูปแบบใหม่ ให้นักเขียนรุ่นพี่และรุ่นน้องได้ประชันฝีมือกัน
สมาคมฯเชื่อว่าพลังสร้างสรรค์ที่ผสมผสานระหว่างประสบการณ์และความสดใหม่ จะทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหลักหมุดใหม่ของการเขียนเรื่องสั้นรหัสคดีในสังคมไทย"
Cr. Kanok Shokjaratkul
- รหัสคดี ใน วรรณกรรมไทย
ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของงาน คือการเสวนาของ รองศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ (ว.วินิจฉัยกุล, แก้วเก้า) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ 2547 กล่าวว่า ถ้าพูดถึง รหัสคดี ในประเทศไทย คงต้องย้อนกลับไปในสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ต่อรัชกาลที่ 6
"เป็นยุคที่นักเรียนไทยที่ไปเรียนเมืองนอกทยอยกลับมา พวกเขามีความรู้พื้นฐานด้านวรรณกรรม และอ่านหนังสือหลากหลายโดยเฉพาะนิยายที่ขายดีในยุคนั้นคือเรื่อง เชอร์ล็อก โฮมส์ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมของวรรณกรรมไทย เพราะเดิมทีวรรณกรรมไทยไม่มีเรื่องสืบสวนสอบสวน
Cr. Kanok Shokjaratkul
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาที่อังกฤษ ทรงอ่านเชอร์ล็อก โฮมส์แล้วสนุก จึงทรงนำกลับมา แต่ถ้าจะแปลโดยตรง คนไทยสมัยนั้นอาจไม่เข้าใจและไม่ชอบงานแปล ท่านจึงนำมาปรุงให้เป็นน้ำพริกปลาทู มีผักจิ้ม ให้เป็นไทย ๆ ซะก่อน เพื่อให้เสพได้คล่องคอ เชอร์ล็อก โฮมส์จึงกลายมาเป็นนายทองอิน
กลุ่มผู้อ่านในสมัยนั้นคือชนชั้นนำและนักเรียนนอก ซึ่งเป็นสังคมเล็ก ๆ แต่เป็นสังคมผู้นำ ท่านไม่ได้นำมาจากเชอร์ล็อก โฮมส์คนเดียวเท่านั้น อย่างเรื่อง ผู้ร้ายกลางเมือง ซึ่งยกย่องว่าเป็นเรื่องนักสืบชั้นคลาสสิกที่แปลกและไม่ซ้ำใครที่สุด เพราะฆาตกรไม่ใช่คนแต่เป็นลิงอุรังอุตัง ซึ่งท่านนำมาจากเรื่อง The Murders in the Rue Morgue ของ เอ็ดการ์ อัลลัน โพ
ท่านเห็นว่าเรื่องนี้แปลกไปจากสังคมไทยทั่วไป ท่านไม่ได้ลอกมาเป๊ะ ๆ แต่ดัดแปลงและตัดส่วนที่ไม่เข้ากับสังคมไทยออก เพื่อความเข้าใจของผู้อ่านในสมัยนั้น ท่านทรงคิดถึงทั้งความสนุกของพระองค์เองและความสนุกของผู้อ่านไปพร้อมกัน"
Cr. Kanok Shokjaratkul
- การเขียน รหัสคดี ต้องมีความรู้ ?
คุณหญิงวินิตา กล่าวว่า ในสมัยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบเรื่องแบบไหนกันแน่ จึงลองเขียนหลากหลายแนว หลังจากลองเขียนเรื่องอิงประวัติศาสตร์ นิยายวิทยาศาสตร์แล้ว พบว่าตัวเองไม่ได้ชอบมาก จึงลองเขียนเรื่องสืบสวนดู เพราะเป็นคนชอบอ่าน
"ดิฉันเป็นแฟนหนังสือของ อากาธา คริสตี นักสืบตัวเด่นของอากาธา คริสตี มีสองคนคือ แอร์กูล ปัวโรต์ นักสืบชาวเบลเยียม และมิส มาร์เปิล หญิงชรา
ดิฉันชอบมิส มาร์เปิลมาก คนมักจะติดภาพนักสืบจากฮอลลีวูดว่าต้องหล่อ ผจญภัย หรือถ้าเป็นหญิงก็ต้องสวย เซ็กซี่ แต่เธอเอาหญิงแก่มาเป็นตัวเอก ก็เลยคิดว่าถ้าเราจะเขียนบ้างก็น่าลองดู
ปัญหาคือ มิส มาร์เปิล มีภูมิหลังด้านยาพิษ เธอเคยเป็นนางพยาบาลจึงรู้เรื่องพวกนี้ดี ทำให้การวางยาพิษในเรื่องไม่ยากสำหรับเธอ แต่เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย
Cr. Kanok Shokjaratkul
รหัสคดี มีปัญหาอย่างหนึ่งคือต้องใช้ศาสตร์หลายด้าน โดยเฉพาะ นิติวิทยาศาสตร์ ยิ่งทุกวันนี้ การสืบสวนใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาก เช่น DNA ไม่ต้องหาแค่รอยเท้าอีกแล้ว คนเขียนยุคนี้ต้องมีความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์และการสืบสวนสอบสวนเหมือนตำรวจ ไม่เช่นนั้นเรื่องจะอ่อนและเชย
เคล็ดลับ ที่ดิฉันจำได้จากอากาธา คริสตี คือ ให้คดีเกิดก่อนสัก 10 ปี ตอนนั้นวิทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน ร่องรอยหลักฐานอาจหายไปหมดแล้ว หรือศพอาจถูกฝังอยู่ใต้ดินทรายไปแล้ว หรือให้ตัวเอกเห็นเหตุการณ์ตอนเด็กและลืมความทรงจำไป แล้วเพิ่งนึกออกตอนโต วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องพึ่งนิติวิทยาศาสตร์มากนัก ใช้การอนุมานอย่างเดียว
สำหรับโครงการ จำลักษณ์นายทองอินฯ ที่คุณเรืองเดชขอให้เขียนในโอกาสสำคัญ 100 ปีการสวรรคตของรัชกาลที่ 6 ดิฉันก็ต้องใช้เทคนิคลูกไม้ของคุณป้า (อากาธา คริสตี) คือ
ให้เป็นคดีที่เกิดขึ้นในอดีตกาลมาก และอย่างที่สองคือ ต้องไม่มีศพคนตาย เพราะปัจจุบันวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามาก แม้ศพจะตายไปนานแล้ว ก็ยังหา DNA กันได้ เช่น กรณี Jack the Ripper
ดังนั้น โจทย์เหล่านี้ คนที่สนใจจะเขียนรหัสคดีในปัจจุบัน ต้องคิดและแก้โจทย์ให้ได้ ก่อนที่จะแต่งเรื่อง ซึ่งมันยากกว่าเรื่องแนวอื่นมาก
Cr. Kanok Shokjaratkul
ดิฉันอ่าน นิทานทองอิน 2-3 รอบแล้ว ขณะที่อ่าน ไม่ได้แค่สรุปอย่างเดียว แต่คิดไปด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางโครงเรื่องอย่างไร ทรงดัดแปลงอย่างไร ทำให้กลมกล่อมและถูกปากคนอ่านชาวไทยได้ยังไง ทรงเอาเรื่องมาครึ่งเดียวแล้วแต่งตอนท้ายเอง บางเรื่องเอามาดัดแปลง บางเรื่องก็ผสมผสานกันไป
ทั้งหมดนี้ดิฉันรู้สึกว่า ตอนที่ท่านทรงเขียนเรื่องแบบนี้ ท่านสนุกที่จะเขียน และเป็นการท้าทายสติปัญญาว่าของเดิมที่ควรเอาไว้คืออะไร ของใหม่ที่ต้องใส่เข้ามาคืออะไร และจะหลอมรวมสองอย่างนี้ให้กลืนกันได้อย่างไร ในเมื่อวัฒนธรรมห่างกันครึ่งโลก
สิ่งที่ดิฉันรู้สึกว่าท่านทรงทำได้เฉียบมากคือ ตอนจบ ท่านทิ้งท้ายไว้ให้นายทองอินตายหรือไม่ตาย เรื่องนี้คลุมเครือตลอด
Cr. Kanok Shokjaratkul
ขอเล่าเรื่องของ เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ ผู้เขียนเชอร์ล็อก โฮมส์ ให้ฟัง ตอนแรกเขาเป็นหมอ และเขียนเชอร์ล็อก โฮมส์ เป็นรายได้พิเศษ แต่กลับดังขึ้นมา ในที่สุดเซอร์ อาเธอร์ รู้สึกว่าชีวิตตัวเองต้องหยุดอยู่แค่เชอร์ล็อก โฮมส์ ทั้งที่เขาอยากมีเกียรติในด้านประวัติศาสตร์ เขาจึงกำจัดเชอร์ล็อก โฮมส์ให้ตกตายไปกับหัวหน้าผู้ร้ายชื่อศาสตราจารย์ มอริอาร์ตี
พอเชอร์ล็อก โฮมส์ตาย ก็เกิดวิกฤติการณ์ใหญ่ คนอ่านไม่พอใจ บางคนเขียนจดหมายขู่ไปถึงบ้านโคนัน ดอยล์ ท่านเซอร์อดทนให้คนอ่านด่าอยู่ 10 ปี จนคนทนไม่ไหว จึงเขียนเชอร์ล็อก โฮมส์กลับมา โดยอธิบายว่ารอดมาได้อย่างไร
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเก่งมากในเรื่องนี้คือ ท่านให้นายทองอินประสบชะตากรรมที่คลุมเครือเช่นเดียวกัน แต่แทนที่จะตกน้ำตกเหว นายทองอินไปถูกจับมัดไว้ แล้วหน้าก็ถูกทำร้ายจนยับเยินจำไม่ได้
ซึ่งท่านสามารถให้ตายหรือไม่ตายก็ได้ แล้วแต่ว่าจะทรงกลับมาพระราชนิพนธ์ต่อหรือไม่ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าสิ้นรัชกาลก่อน จึงไม่มีโอกาสเห็นความต่อเนื่องนั้น
Cr. Kanok Shokjaratkul
เคล็ดลับ อีกอย่างหนึ่งของนักเขียนคือ ถ้าเขาจะไม่ให้ตัวละครตาย เขาจะไม่ให้เจอศพ หรือถ้าเจอศพก็เป็นศพที่คลุมเครือ เช่น เจอแต่กระดูก หรือหน้าตาจำไม่ได้ ซึ่งนักเขียนจะเผื่อทางไว้ให้ตัวละครกลับมาได้เสมอ
เรื่องที่เขียนในเล่ม จำลักษณ์นายทองอินฯ เขียนเสร็จแล้ว แต่บอกนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ เดี๋ยวไม่มีคนซื้อ (หัวเราะ)
รหัสคดี หรือแนวสืบสวนสอบสวน เราสามารถเอาไปผสมกับอะไรก็ได้ แนวของวรรณกรรมไม่มีขอบเขตจำกัด เหมือนผสมค็อกเทล เพียงแต่ว่ามันจะออกมาอร่อยหรือเปล่านั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
จะมีเรื่องผีเข้ามาก็ได้ มนุษย์ต่างดาวก็ได้ นิทานแฟรี่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับฝีมือผู้เขียนว่าจะทำให้ทั้งหมดออกมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่โดดออกไปทางโน้นทีทางนี้ทีหรือเปล่า
Cr. Kanok Shokjaratkul
คือเรื่องของสืบสวน ถ้าโครงเรื่องมันแน่น มันจะดิ้นไม่หลุด แต่ถ้าโครงเรื่องมันไม่แน่น มันหลวม ๆ อันนี้ดิ้นหลุด แต่ถ้าเรื่องสืบสวนที่ดี เขาจะวางโครงเรื่องเอาไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าคนเขียนเขียนไปคิดไป
เพราะเรื่องสืบสวนจะมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่จำเป็นคือ ความสมเหตุสมผล ไม่ใช่ว่ามีตัวละครน่าสงสัย 10 คนในคฤหาสน์ แล้วปรากฏว่าฆาตกรกลายเป็นคนขับรถที่อยู่นอกโครงเรื่องตั้งแต่ต้น
อันนี้มันก็ไม่คาดคิดเหมือนกัน แต่มันไม่สมเหตุสมผล แทนที่จะกลายเป็นเรื่องที่ ว้าว ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องที่ ยี้ เหมือนกับหักหลังคนอ่าน
เรื่องสืบสวนเขียนยาก ต้องวางโครงเรื่องให้รัดกุมพอสมควร ถ้าคนอ่านจับช่องโหว่ได้ เรื่องนั้นก็เสียไปเลย แสดงว่าหลวม
Cr. Kanok Shokjaratkul
ตัวละครที่เป็นนักสืบสืบสวนสอบสวนที่ชอบอีกคน คือคุณป้านักสืบ มิส ซิลเวอร์ คนเขียนคือ แพทริเซีย เวนต์เวิร์ธ นักเขียนอังกฤษ ยุคเดียวกับอากาธา คริสตี เธอไม่ได้ดังเท่าอากาธา คริสตี แต่ดิฉันชอบ บางครั้งความชอบมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุผล
เรื่องของมิส ซิลเวอร์ จะเบากว่าของอากาธา คริสตี วิธีการสืบสวนจะใช้ศาสตร์แห่งการอนุมาน ดูจากสภาพแวดล้อมมากกว่า อ่านแล้วรู้สึกไม่เครียด การตายก็ไม่สยดสยอง ตัวละครก็ไม่ถึงกับเลวร้ายที่สุด ดิฉันเคยแปลเอาไว้ 2-3 เล่ม ไม่รู้ยังมีอยู่ในตลาดหรือเปล่า ชื่อ เพชรสีเลือด, ธรณีอาถรรพ์ และถ้ำมฤตยู
นักเขียนไทยแนว รหัสคดี มีน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องแปล เท่าที่นึกออกตอนนี้ก็มีเรื่อง นักสืบพราน แต่งโดย พ.ต.อ. (พิเศษ) พุฒ บูรณสมภพ แต่นักสืบไทยไม่ค่อยมีเขียนกัน อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยมีนักเขียนที่มีพื้นความรู้ทางด้านพวกนี้"
ข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการวรรณมาลัย ดูได้ที่ เพจ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul