ดาวโจนส์ปิดลบ 92.02 จุด นักลงทุนกังวลต้นทุนภาษี-หุ้นเทคฯร่วง
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (29 ส.ค.) และดัชนี S&P500 ปิดปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้น Dell, หุ้น Nvidia และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลเงินเฟ้อซึ่งสะท้อนว่าภาษีศุลกากรเริ่มส่งผลต่อราคา
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 45,544.88 จุด ลดลง 92.02 จุด หรือ -0.20%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,460.26 จุด ลดลง 41.60 จุด หรือ -0.64%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,455.55 จุด ลดลง 249.61 จุด หรือ -1.15%
สำหรับตลอดทั้งเดือนส.ค.นั้น ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.9%, ดัชนีดาวโจนส์บวก 3.2% และดัชนี Nasdaq บวก 1.6%
ความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยช่วยหนุนให้ดัชนี S&P500 และดัชนีดาวโจนส์บวกขึ้นในเดือนส.ค.เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่เงินเฟ้อภาคบริการปรับตัวสูงขึ้น แต่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ไม่เชื่อว่า สัญญาณความต้องการในประเทศที่แข็งแกร่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ลังเลที่จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ท่ามกลางภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ขณะที่รายงานยังชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่ไม่รุนแรงที่เกิดจากภาษีนำเข้า
นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. หลังการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
อย่างไรก็ดี นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนหน้า โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ต่อให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งดูเหมือนจะเกิดขึ้น แต่เฟดอาจไม่ให้ความสำคัญมากนัก เนื่องจากแรงกดดันนี้เป็นผลจากภาษีและจะเป็นเพียงชั่วคราว
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟดและเป็นหนึ่งในผู้ถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานเฟดกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาต้องการที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
การพิจารณาคดีความพยายามของทรัมป์ในการปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดในวันศุกร์นั้น ยังไม่มีคำตัดสินจากผู้พิพากษา ทำให้คุกยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป