เกร็ดต่างๆ ของทหาร 17 เหล่า
การรบร่วมสมัย (contemporary) นั้น แลดูว่าจะแบ่งออกเป็นหน่วยรบหลักที่ออกมาจากเหล่าทหารอื่น คือทหารราบและทหารม้า ที่ทำที่ทำหน้าที่เข้าตะลุมบอน รบปะทะ โดยเมื่อก่อนจัดเหล่าทหารปืนใหญ่ ร่วมไว้ด้วย ตอนหลังมานี้เทคโนโลยีดีขึ้นมาก ฝ่ายทหารปืนใหญ่จึงมิได้อยู่ในสมรภูมิตะลุมบอน (combat) กับเขา เพราะปืนยิงได้ไกลกว่าเดิมมากๆก็เลยถูกขนานนามว่าเป็นหน่วยสนับสนุนการรบ(combat support) เสียมากกว่า หน่วยที่สนับสนุนการรบเช่นนี้ บทบาทของปวงเขาคือเพิ่มอำนาจของการรบของกองทัพให้สูงขึ้น ซึ่งนอกจากปืนใหญ่แล้วก็รวมไปถึง เหล่าทหารสื่อสาร ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีการส่ง/รับข้อมูลให้แนวหน้า แนวหลัง
เหล่าการข่าว ซึ่งหาข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามมากรองให้ได้ความละเอียดที่สุด เพื่อการวิเคราะห์แผนยุทธการให้ถูกต้อง เหล่าทหารช่าง ซึ่งหลายครั้งเข้าใช้เครื่องจักรหนักในการทำงานโยธา/ยกย้ายสิ่งกีดขวาง ทำสะพานฉุกเฉิน งานวิศวกรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีหน่วยบิน หน่วยวิทยาศาสตร์ซึ่งจำเป็นมากเพราะมีทั้งสงครามจากสารเคมีและชีวะนอกเหนือจากกายภาพทางกระสุน
ดูอย่างเมื่อเร็วเร็วนี้ การปรากฏตัวของนักวิทยาศาสตร์ทางทหาร ซึ่งที่จริงควรใช้คำว่าซึ่งที่จริงควรใช้คำว่านายทหารนักวิทยาศาสตร์ ระดับพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ซึ่งท่านรับราชการทหารสังกัดกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกมาก่อน ท่านเคยเปนผู้แทนในสหประชาชาติ เปนกรรมการตรวจอาวุธเคมีระดับสากล ตั้งแต่สมัยสงครามอิรัก
พระองค์เจ้าเฉลิมศึกฯ ผู้นี้ สืบตระกูลมาจากเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศร์ พระโอรสของพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 เจ้าฟ้ายุคลฯ ทรงเปนอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ ตั้งจวนว่าราชการอยู่สงขลา ทรงมีโอรสชายสามองค์ ชาวบ้านขนานพระนามกันว่า เสด็จพระองค์ชายใหญ่ /พระองค์ชายกลาง/ พระองค์ชายเล็ก ดำรงพระยศ พลตรีทุกองค์ พระนามเรียงกันว่า ภาณุพันธุ์ยุคล-เฉลิมพลทิฆัมพร-อนุสรณ์มงคลการ
สามองค์ชายท่องอยู่แดนใต้ แล้วไปอังกฤษ แสวงหาเวทย์วิชชา ทั้งโลก/ธรรม/ศิลปะ/วิทยาการ องค์ชายกลางทรงเปนทหารม้า และเคยเปนตำรวจมาก่อนเปนทหาร ทรงอาสาไปรบในสงครามเกาหลี
พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ทรงกำเนิดมาเปนบุตร ทรงกล่าวว่า ช่วยท่านพ่อแต่งองค์ชุดทหาร ติดเครื่องหมายเครื่องราชถวายมาแต่เด็กจนท่านชราภาพและเสด็จจากไป
ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเถลิงถวัลยราชสมบัติแห่งรัชกาลนี้ ท่านเฉลิมศึก (พลโท หม่อมเจ้า) เปนผู้แทนทิศหรดี เข้าถวายน้ำอภิเษก ด้วยถ้วยศิลาจารึกอักษรพุทธคาถา ทรงรับด้วยพระเต้าเบญจคัพย์ รัชกาลที่ ๑ ด้วยพระหัตถ์ซ้าย และกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลด้วยภาษาไทยสำเนียงปักษ์ใต้ ตามอุปราชต้นราชสกุลของท่าน ต่อมามีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระยศ เปน พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
ฝ่ายเขมรอ้างว่าไทยใช้สารเคมีอันตรายในการรบ มีการจัดฉากใส่หน้ากากป้องกันสารพิษแล้วถ่ายทำวิดีโอสั้นส่งในระบบโซเชียลไปสู่ชาวโลก พระองค์ก็ได้ชี้แจงถึงระเบียบวิธีปฏิบัติในฐานะชาติสมาชิกที่อยู่ร่วมกันในภาคีซึ่งต่อต้านการใช้สารเคมีในสงครามทั้งสองประเทศเพื่ออธิบายกลไกการทำงานที่ถูกต้อง หากมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้อาวุธเคมีกันจริงๆ มันต้องมีการพิสูจน์กันให้เป็นวิถีทางที่ควรจะทำเป็นสากลอย่างที่ชาติอารยชนควรจะต้องทำต่อกัน ไม่ใช่จัดฉากแล้วปล่อยข่าวปลอม
มาถึงบรรทัดนี้ก็ชวนท่านคุยต่อว่าทหารบกนั้นมีเหล่าต่างๆ 17 เหล่าแต่ละเหล่าก็อาจไปอยู่ในหน่วยต่างๆกัน เช่นในอดีตเหล่าทหารปืนใหญ่ มักไปอยู่ในหน่วยบิน (เพราะจะต้องเดินทางล่วงหน้าไปตรวจการให้ชิดแนวข้าศึกมากที่สุดเพื่อจะได้ส่งสัญญาณกลับมาบอกการปรับปืนใหญ่ที่อยู่ในแนวหลังให้ยิงกระสุนไปให้แม่นยำ) แต่ว่าหน่วยบินนี้เขาไม่มีเหล่าการบิน เป็นชื่อหน่วยไม่ใช่ชื่อเหล่า ทหารจากเหล่าไหนก็สามารถอยู่หน่วยนี้ได้
นอกจากนี้ยังมีภารกิจที่เรียกกันว่าสนับสนุนการช่วยรบอีกทีนึง ฝรั่งว่า combat service support เช่น เหล่าแพทย์ เหล่าการเงิน เหล่าสารบรรณ ฯลฯ คนเปนแพทย์ทหารนั้น มักตัดสินใจเด็ดขาดตัดเป็นตัดผ่าเป็นผ่า ปฏิบัติการอย่างฉับไวเพื่อสงวนไว้ซึ่งชีวิตของกำลังรบ หมอเองก็เป็นทหารด้วยเป็นหมอด้วย ถ้าเป็นทหารเรือทหารหมอจะนั้นใช้อินทรธนูทาสีแดง เล่าต่อๆกันมาว่ามาจากสีเลือดของคนไข้เพราะหมอจะต้องอยู่กับสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา(เลือด) ก็น่าจะเปนเพราะสมรภูมิของหมอนั่นก็คือการยื้อผู้ป่วยจากยมบาลนั่นเอง
ทีมงานที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของหมอทางทหารตั้งแต่อดีตมา นิยมใช้คำว่าเสนารักษ์ เพราะคำว่า
เสนา แปลว่าทหาร ต่างกับอำมาตย์ ที่เป็นฝ่ายพลเรือน เสนารักษ์ ก็คือการรักษาทหาร นั่นเอง เมื่อพูดถึงคำว่ารักษ์ คำนี้แล้ว ก็ให้นึกถึงคำว่าก็ให้นึกถึงคำว่าสัตวรักษ์ ของทหารขึ้นมา
ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน สัตว์ต่างๆมีส่วนช่วยมากในราชการรบทัพจับศึก เรื่องช้างนั้นพูดไปมากแล้วยังมีเรื่องของม้า เรื่องของลา เรื่องของหมา เรื่องของฬ่อ ซึ่งเหล่าทหารสำคัญอีกเหล่าหนึ่งคือเหล่าการสัตว์เป็นผู้ดูแล ต่อเนื่องไปจนถึงปศุสัตว์ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำหรับการเดินทัพ ที่ว่ากองทัพเดินด้วยท้อง
นายสัตวแพทย์ของกองทัพก็มี และเป็นทหารเหล่าการสัตว์นี้เอง ส่วนบุคลากรของเขาเรียกว่าสัตวรักษ์ จะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถตั้งแต่เรื่องของการผสมพันธุ์สัตว์ การบำรุงพันธุ์ การรักษาไปถึงการฝึกสัตว์
โดยในสถานที่ห่างไกลที่พาหนะอย่างรถยนต์ไปไม่ถึง เช่น ทุกวันนี้เวลาไปรบกันก็ไม่มีถนนใช้เดินเท้าเอา เห็นพระสงฆ์องคเจ้ากำลังช่วยกันทำอยู่ที่เนินห้าร้อย กองทัพก็ยังมีกองพันสัตว์ต่าง เอาไว้บรรทุกของ คำว่าต่างนี้ก็แปลว่าเอาของวางบนสัตว์นั่นเอง มาจากคำว่าต่างของ สัตว์ที่อดทนไม่ดื้อและบรรทุกน้ำหนักได้ดี ก็คือ ฬ่อ ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างแม่ม้ากับพ่อลา ถ้าสลับกันคือพ่อม้ากับแม่ลา เรียกตัวฮินนี่ ใช้ไม่ได้
ฬ่อเพศผู้เป็นหมันทุกตัว ในขณะที่เพศเมียก็จะเป็นหมันเกือบทุกตัว ศูนย์ฝึกสำคัญอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่นี่เอง หน่วยทหารตามตะเข็บชายแดนที่อยู่ห่างไกลเวลาขนส่งเสบียงอาหาร/ลังกระสุนก็ยังต้องใช้สัตว์ต่างอยู่ทุกวันนี้ เช่นที่ แม่ฮ่องสอน ในอำเภอแม่สะเรียง เป็นต้น
ส่วนสุนัขหรือเจ้าหมานั้น ศูนย์ใหญ่อยู่ที่ปากช่อง ทำหน้าที่ทั้งช่วยตรวจกับระเบิดตรวจสารเสพติด ฯลฯ พออายุเข้าเกณฑ์สูงก็ปลดระวาง หรือ ในยุคใหม่นี้ หมาที่เข้ารับการฝึกได้ไม่เท่าไหร่แต่ไม่สามารถไปต่อได้ราชการก็เปิดโอกาสให้คนรักสัตว์ไปแสดงตัวรับมาเลี้ยงต่อได้
ข้างทหารสื่อสาร ซึ่งในเวลาที่คลื่นสัญญาณไม่มีในพื้นที่ก็ต้องทำหน้าที่วางสายสื่อสาร ด้วยกันในแนวหน้าเชื่อมต่อหน่วยบัญชาการที่อยู่หลัง ทหารสื่อสารที่เคยได้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ เวลานี้ยังมีชีวิตอยู่ คือ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการทหารบก อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด
กองเกียกกายที่เคยเล่าถึงไว้ในสัปดาห์ก่อนมักสังกัดอยู่กับพลาธิการ ซึ่งทหารเหล่าพลาธิการนี้มีหน้าที่จัดเตรียมข้าวของ คอยจัดซื้อจัดหาสิ่งอุปกรณ์เอาไว้ให้แนวหน้า ของอร่อยที่เกียกกาย/พลาฯสมัยนี้ยังคงทำอยู่คือเนื้อกระป๋องทาพริกไทยกระเทียม ใช้เนื้อจากโคไทยอย่างดีปราศจากโรค ทำให้สุกแล้วปรุงรสบรรจุกระป๋องใช้เป็นเสบียงที่เก็บรับประทานได้นานสำหรับเหล่าทหารหาญ
นอกนี้ยังมีเหล่าทหารขนส่งอีก คอยทำการลำเลียงทั้งยุทโธปกรณ์ และกำลังพล ไม่ให้ขาดตอนเหนื่อยล้า ส่วนเหล่าทหารสรรพาวุธเครื่องหมายเป็นลูกระเบิด ดูแล กระสุน ดินปืน เครื่องอาวุธต่างๆ มาแต่สมัยโบราณมีความสามารถทางช่างในการผลิตอาวุธต่างๆพร้อมทั้งเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้าไปด้วยมีคลังของตัวเองในการเก็บรักษาดูแลเครื่องอาวุธเครื่องกระสุนเหล่านี้
เหล่าทหารการเงิน ใช้ตราช้างสามเศียร จอมพลผิน ชุณหะวัณ บิดาอดีตนายกรัฐมนตรีพลเอกชาติชาย เมื่อครั้งนี้ท่านขึ้นไปควบคุมสหรัฐไทยเดิมหรือเชียงตุง ซึ่งเป็นอาณานิคมไทยในเวลานั้น ท้องพระคลังเชียงตุงว่างเปล่า เนื่องจากฝรั่งชาติศัตรูแกปล้นเอาจากเชียงตุงไปหมด
ท่านผู้รับอำนาจมาสถาปนารัฐาธิปัติย์ จะต้องเริ่มต้นสร้างเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่ในอาณาจักรเล็กๆแห่งนั้นก็ต้องใช้วิทยาการทางการเงิน (financial literacy) ผสมเศรษฐศาสตร์ในการออกบัตรเป็นกระดาษแข็งเซ็นต์ชื่อท่านในฐานะผู้มีสิทธิ์ใช้อธิปไตย ว่าท่านจะใช้หนี้ให้แก่ผู้ถือกระดาษแข็งแผ่นนี้เปนมูลค่าเท่านี้ๆ ซึ่ง ผู้ที่ได้ไปแล้วก็สามารถเปลี่ยนมือเอาไปให้คนอื่นต่อได้เวลาอยากได้อะไรมีค่าเสมือนว่าใช้แทนธนบัตร ไปพลางระหว่างรอ
ส่วนการขึ้นเงินจริงๆนั้นเนื่องจากเป็นอาณานิคมของไทยก็ต้องใช้เงินบาท เงินบาทนี้ก็ต้อง “รอ” ขบวนช้างที่ ‘ต่าง’ หีบขนเงิน มาข้างหลัง ลุยขึ้นมาจากลำปาง/เชียงใหม่ ฝ่าเส้นทางทุรกันดารทุลักทุเลมาไม่ทันกำหนดเวลาผู้คนก็ใช้บัตรแข็งนั้นไปก่อน หมุนเวียนแทนเงินกันไปก่อน
แทรกไว้ในบรรทัดนี้ว่าในเวลานั้น สินค้าส่งออกของเชียงตุงที่เยอะมากคือน้ำมันตังอิ้ว ซึ่งทำจากเม็ด/ผลของต้นไม้ชนิดหนึ่ง น้ำมันตังอิ้วนี้ เซียนพระพูดกันมาแต่สมัยโบราณว่าเป็นส่วนผสมสำคัญในการสร้างพระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นอกจากกล้วย และข้าวสุก (ต่อตอน 2)