รู้จัก “On” รองเท้าใส่สบายเหมือนวิ่งบนปุยเมฆ ทำไมคนแห่รับหิ้วจากญี่ปุ่น?
หนึ่งในไอเทมที่หลายคนมักฝากเพื่อนหิ้วมาจากญี่ปุ่น หรือถูกไหว้วานฝากซื้อถ้ามีคนรู้ว่าเรากำลังจะไปญี่ปุ่น เชื่อว่าในลิสต์นั้นจะต้องมีรองเท้าของ “On” (ออน) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “On Cloud” (ออนคลาวด์) รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
นั่นจึงไม่แปลกที่หลายคนอาจคิดว่า On เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น ทั้งที่ความจริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากสวิตเซอร์แลนด์ แถมดีกรีไม่ธรรมดา เพราะหนึ่งในผู้ก่อตั้งเป็นถึงนักกีฬาระดับแชมป์โลก
On มีอายุยังไม่ถึง 20 ปีดี ไม่ใช่แบรนด์ที่มีอายุเก่าแก่ แต่กลับกลายเป็นกระแสและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ความลับของพวกเขาคืออะไร?
ไอเดียที่ถูกปฏิเสธ
ผู้ก่อตั้ง On มี 3 คน ได้แก่ โอลิวิเยร์ แบร์นฮาร์ด, เดวิด อัลเลมันน์ และแคสปาร์ คอปเปตติ
แบร์นฮาร์ดเป็นอดีตแชมป์โลก 3 สมัยการแข่งขันทวิกีฬา (Duathlon) และเป็นผู้ชนะไตรกีฬาคนเหล็ก (Ironman) หลายรายการ
แบร์นฮาร์ดเคยได้รับการสนับสนุนจาก Adidas และ Nike ในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 โดยเดินทางไปแข่งขันไอรอนแมนทั่วโลก ตั้งแต่ฮาวายไปจนถึงนิวซีแลนด์ เขายังเป็นนักประดิษฐ์อีกด้วย บางครั้งเขาก็ไปแข่งขันพร้อมกับดัดแปลงจักรยานของเขา
ในปี 2005 หลังจากเป็นนักกีฬาอาชีพมา 12 ปีและมีอาการบาดเจ็บสะสมมากมาย แบร์นฮาร์ดก็เลิกเล่นอาชีพ เขาหันมาสนใจในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงการพยายามสร้างรองเท้าวิ่งแบบใหม่
แบร์นฮาร์ดมีเป้าหมายที่จะค้นหารองเท้าวิ่งที่มอบความรู้สึกในการวิ่งที่สมบูรณ์แบบ ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกีฬาและประสบการณ์ในฐานะนักกีฬา แบร์นฮาร์ดจึงเริ่มทดลองออกแบบและใช้วัสดุที่หลากหลาย เพื่อสร้างรองเท้าที่ “ให้ความรู้สึกเหมือนวิ่งบนก้อนเมฆ” หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “CloudTec”
เขาได้ร่วมมือกับวิศวกรในเมืองซูริก ทดสอบรองเท้า Nike คู่หนึ่งโดยตัดส่วนพื้นรองเท้าออก แล้วแทนที่ด้วยเศษสายยาง เขาลองวิ่งดูและรู้สึกดีใจมาก ได้สัมผัสประสบการณ์รองเท้าที่ผสมผสานการลงพื้นอย่างนุ่มนวลเข้ากับการออกตัวที่เร็วและทรงพลัง
เขานำเสนอไอเดียนี้ให้กับ Adidas และ Nike สปอนเซอร์เก่าของเขา แต่ถูกปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจพัฒนารองเท้าขึ้นมาเอง
เหมือนวิ่งบนปุยเมฆ
แบร์นฮาร์ดจึงทำการทดลองต่อ สร้างต้นแบบรองเท้าหลายสิบแบบ และเริ่มมองหาผู้ที่จะมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขากำลังพยายามสร้างสรรค์
แบร์นฮาร์ดโทรหา แคสปาร์ คอปเปตติ หุ้นส่วนผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของบริษัทเอเจนซีการตลาดและโฆษณาแห่งหนึ่ง อดีตนักสโนว์บอร์ดผู้หลงใหลที่เคยเป็นเอเจนต์ไตรกีฬาให้กับเขา
คอปเปตติบอกกับแบร์นฮาร์ดว่า เป็นเรื่องโง่เขลาที่จะพยายามแข่งขันในตลาดที่เติบโตเต็มที่และมีการแข่งขันสูงอย่างรองเท้าวิ่ง แต่เมื่อคอปเปตติเห็นรองเท้าต้นแบบ เขาก็รู้สึกทึ่ง
คอปเปตติเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาสามารถมองเห็นเทคโนโลยีในรองเท้าต้นแบบได้อย่างชัดเจน นั่นคือพื้นรองเท้าแบบท่อ ซึ่งไม่ได้ฝังอยู่ใต้โฟมและยางเหมือนรองเท้าทั่วไป
จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่เขาสวมรองเท้าคู่นี้แล้วเดินไปรอบ ๆ โต๊ะประชุม “ผมไม่เคยเดินแบบนี้มาก่อน คุณไม่เพียงแต่เห็นเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คุณยังรู้สึกได้ถึงมันด้วย”
คอปเปตติโทรหา เดวิด อัลเลมันน์ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย ซึ่งในขณะนั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดของบริษัทออกแบบเฟอร์นิเจอร์บูติก
จากนั้นทั้งสามร่วมกันทำในสิ่งที่ชาวสวิสหลายคนทำเมื่อต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ นั่นคือ “การไปเดินป่า”
บนเส้นทางเดินป่าบนภูเขาสูงเหนือรีสอร์ทหรูหราเซนต์มอริตซ์ พวกเขาได้ข้อสรุปร่วมกันว่า มาตั้งบริษัทกันเถอะ โดยมีผลิตภัณฑ์ในฝันคือ รองเท้าวิ่งที่รองรับแรงกระแทกและมีการตอบสนองที่ดี โดยไม่ลดทอนน้ำหนักหรือความยืดหยุ่น
พวกเขาพัฒนาโครงสร้างที่ “คล้ายก้อนเมฆ” ใต้รองเท้า ซึ่งต่อมาถูกนำมาใช้กับรองเท้าทุกรุ่นของ On ซึ่งช่วยรองรับแรงกระแทกเมื่อเท้าลงพื้น ก่อนที่จะล็อกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างฐานที่มั่นคงสำหรับการวิ่งก้าวต่อไป และจดสิทธิบัตรการออกแบบนี้ของพวกเขาในชื่อ “CloudTec”
หลังจากนั้น พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัท “On Holding AG” ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้แบรนด์ “On” ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ
สำหรับชื่อแบรนด์ On มีเป้าหมายเพื่อสื่อถึงการวิ่งบนก้อนเมฆ (Running On Cloud) ส่วนโลโก้อาศัยความเรียบง่าย มีเพียงตัวอักษร “O” และ “N” เรียงกันในแนวตั้ง โดยตัว O มีขีดเพิ่มขึ้นมาจนคล้ายตัว Q ให้คล้ายกับ “สวิตช์ไฟ” เพื่อให้ผู้สวมเมื่อใส่แล้วรู้สึกเหมือนได้เปิดสวิตช์แรงบันดาลใจในการวิ่งของตัวเอง
บริษัทนิยามว่า “CloudTec คือ ระบบรองรับแรงกระแทกที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะจากสวิตเซอร์แลนด์ มอบความสบายและการรองรับที่เหนือชั้น เพื่อการวิ่งที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดูดซับพลังงานเมื่อลงเท้า ลดแรงกระแทก และปรับให้เข้ากับสไตล์การวิ่งของคุณ ขณะเดียวกัน คุณจะได้สัมผัสความรู้สึกที่นักวิ่งทั่วโลกต่างหลงรัก เราเรียกสิ่งนี้ว่า การวิ่งบนก้อนเมฆ”
และนั่นเป็นที่มาที่ทำให้ผู้คนพากันเรียกรองเท้าของ On ว่า On Cloud นั่นเอง ซึ่งทางบริษัทเองก็ยินดีให้ลูกค้าเรียกรองเท้าทุกรุ่นที่ใช้ CloudTec ว่า On Cloud ได้
หลังตั้งบริษัทและมีสินค้าต้นแบบ แบร์นฮาร์ดเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีรองเท้าและชักชวนนักกีฬามืออาชีพให้ลองใส่ อัลเลมันน์เดินทางไปเอเชียเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการผลิต ส่วนคอปเปตติเริ่มออกตระเวนไปทั่วยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ขอร้องเจ้าของร้านขายอุปกรณ์วิ่งให้ไปวิ่งจ็อกกิ้งกับเขาในรองเท้าผ้าใบ
คอปเปตติให้เหตุผลว่า เจ้าของร้านเหล่านี้คือผู้ทรงอิทธิพลสูงสุด หากคุณสามารถโน้มน้าวให้พวกเขาเชื่อว่ารองเท้าของคุณเหนือกว่าคู่แข่งได้ บางทีพวกเขาอาจโน้มน้าวใจนักวิ่งคนอื่น ๆ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณในฐานะแบรนด์รองเท้าที่เน้นประสิทธิภาพ
จะนักกีฬาหรือคนทั่วไปก็ใส่ได้
รองเท้าต้นแบบในฝันของพวกเขาได้รับรางวัล ISPO Brandnew Award อันทรงเกียรติในเดือน ก.ค. ของปีเดียวกันนั้น หรือเพียง 1 เดือนหลังจากเปิดตัวแบรนด์
และเพียง 5 เดือนต่อมา รองเท้าวิ่ง On ก็เริ่มวางจำหน่ายบนชั้นวางในร้านค้าปลีกของสวิตเซอร์แลนด์
แม้จะมีก้าวแรกที่แลดูสวยงาม แต่ในช่วงแรกเริ่ม On ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย หนึ่งในอุปสรรคแรกที่พวกเขาเผชิญคือการหาเงินทุนและการสนับสนุนสำหรับโครงการอันทะเยอทะยานนี้
ความสำเร็จเกิดขึ้นเมื่อบริษัทสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการเซ็นสัญญากับนักกีฬาอาชีพคนแรกอย่าง เฟรเดริก ฟาน ลีเออร์เด นักกีฬาไตรกีฬามืออาชีพว่าที่แชมป์โลกปี 2013 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปสำหรับแบรนด์
ลีเออร์เดคือผู้สนับสนุนแบรนด์และเป็นตัวอย่างอันทรงพลังที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของแบรนด์ต่อนักกีฬาคนอื่น ๆ รวมถึง นิโคลา สปิริก นักกีฬาผู้คว้าเหรียญทองไตรกีฬาโอลิมปิกลอนดอน 2012
เมื่อ On ได้รับการยอมรับและยกย่องในแวดวงนักวิ่ง บริษัทก็มีความก้าวหน้าและเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ตัวแรกอย่าง “Cloudracer” และได้รับชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว
On ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมรองเท้าวิ่งหลากหลายประเภท ตั้งแต่การวิ่งบนถนน รองเท้าวิ่งเทรล รองเท้าสไปก์ รองเท้าไลฟ์สไตล์ รองเท้าเดินป่า รองเท้าเล่นเทนนิส และรองเท้าซูเปอร์ชูที่มาพร้อมแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์
อิทธิพลของ On ที่มีต่ออุตสาหกรรมรองเท้ากีฬานั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเท่านั้น แบรนด์ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความสบาย และสไตล์ ซึ่งสะท้อนถึงนักวิ่งทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ที่ชื่นชอบรองเท้าที่ใส่สบาย ไปจนถึงนักกีฬาชั้นนำ
พวกเขาได้สร้างสรรค์รองเท้ายอดนิยมอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กิจกรรมและรูปแบบการวิ่งที่หลากหลาย เช่น “On Cloudnova 2” รองเท้าสไตล์สนีกเกอร์สำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน, “On Cloudswift 3 AD” สำหรับการวิ่งในเมืองระยะสั้นถึงระยะกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาทั้งความสบายและประสิทธิภาพ, “Cloudmonster 2” สำหรับนักวิ่งระยะไกล หรือ “On Cloud 5” เหมาะสำหรับการสวมใส่ตลอดทั้งวัน เป็นที่ชื่นชอบในด้านความอเนกประสงค์และความสบาย
ความสำเร็จสุดเหลือเชื่อของน้องใหม่ ที่ยังมีอนาคตอีกไกลรออยู่
การเติบโตของ On เป็นไปในทิศทางบวกต่อเนื่อง ในปี 2019 บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรองเท้าวิ่งในสวิตเซอร์แลนด์ถึง 40% และมีสัดส่วนในเยอรมนี 10%
คอลเลกชันไลฟ์สไตล์ของ On เป็นที่ยอมรับและรู้จักในกว้างไม่แพ้รองเท้าสำหรับนักกีฬา โดยเฉพาะภายหลังการร่วมมือกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสชื่อดัง หรือแบรนด์หรูอย่าง LOEWE และแบรนด์สื่อแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก Highsnobiety
ข้อตกลงกับเฟเดอเรอร์ นักเทนนิสชาวสวิส ทำให้รองเท้าผ้าใบ On เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยหลังจากข้อตกลงระหว่างเขากับ Nike สิ้นสุดลงในปี 2019 นักเทนนิสชื่อดังก็ได้มาร่วมมือกับ On ในการพัฒนารองเท้าผ้าใบลำลองและรองเท้าผ้าใบสำหรับเล่นเทนนิส
ไม่เพียงเท่านั้น พร้อมกับการเปิดตัวรองเท้าไลฟ์สไตล์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันชื่อ “The Roger” เฟเดอเรอร์ยังได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท On Holding AG ในเดือน พ.ย. 2019 ด้วย!
จากการเติบโตของยอดขาย ทำให้ในปี 2021 บริษัทตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และเสนอขายหุ้น IPO ระดมทุนได้ประมาณ 746 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.4 หมื่นล้านบาท)
ภายใน 2 ปีหลังจากการจดทะเบียน IPO บริษัท On มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเป็นเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 6.4 หมื่นล้านบาท)
ในปี 2019 บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรองเท้าวิ่งในสวิตเซอร์แลนด์ 40% และเยอรมนี 10% ส่วนปัจจุบัน On มีวางจำหน่ายอยู่ในมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2025 เพิ่งเปิดร้านค้าอย่างเป็นทางการที่ไอคอนสยาม หลังจากที่ผ่านมาวางจำหน่ายผ่านตัวแทนต่าง ๆ
คาดการณ์ว่า ปัจจุบัน On มีส่วนแบ่งตลาดรองเท้ากีฬาทั่วโลกราว 2.3% โตขึ้นมา 8 เท่าจากปี 2019
การเติบโตนี้เกิดจากโอกาสเมื่อ Nike และ Adidas ประสบปัญหาหลังจากให้ความสำคัญกับแฟชั่นมากกว่าประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ Nike ที่ถอดรองเท้าผ้าใบจำนวนมากออกจากร้านค้าปลีก จึงเป็นการเปิดช่องให้แบรนด์น้องใหม่อย่าง On เข้ามาแทนที่ในขณะที่วัฒนธรรมการวิ่งกำลังเฟื่องฟู และผู้ที่ไม่ได้วิ่งต่างก็กระหายที่จะใส่รองเท้าที่ไม่ทำให้เท้าเสียหาย
ในปี 2024 บริษัท On รายงานยอดขาย 2,318 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 9.3 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 29.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 204.5% เป็น 242.3 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 9.8 พันล้านบาท)
ความท้าทายของบริษัท On ในช่วงเวลาต่อจากนี้ คือการรักษาโมเมนตัมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สูญเสียความน่าเชื่อถือในหมู่นักกีฬา
On ซึ่งประกาศความทะเยอทะยานที่จะเป็น “แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาระดับพรีเมียมระดับโลก” กำลังพยายามทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ มากขึ้น การสร้างช่องทางการขายของตนเอง การขยายธุรกิจนอกเหนือจากการวิ่ง รวมถึงการดึงแบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังอย่าง “เซนดายา” (Zendaya) และ FKA twigs เข้ามาร่วมทีม
และแน่นอนว่า อาวุธสำคัญของ On คือ การคิดค้นวิธีการนำเทคโนโลยีรองเท้าผ้าใบมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกสู่ตลาด เพื่อสร้างประสบการณ์มหัศจรรย์ให้กับผู้คน เช่นเดียวกับที่เทคโนโลยี CloudTec ประสบความสำเร็จมาแล้ว
เรื่องราวของ On เพิ่งผ่านมาเพียงไม่กี่สิบปี และยังไม่จบสิ้นลงง่าย ๆ เรียกได้ว่านี่อาจเป็นแค่ปฐมบทของตำนานเท่านั้น!
เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Miss Universe” เวทีนางงามระดับตำนาน เกิดจากไฟแค้นของแบรนด์ชุดว่ายน้ำ?
“Versace” แบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี ทำไมใช้ “หัวเมดูซา” เป็นโลโก้?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก “On” รองเท้าใส่สบายเหมือนวิ่งบนปุยเมฆ ทำไมคนแห่รับหิ้วจากญี่ปุ่น?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com