โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ลิซา คุก” ฟ้อง “ทรัมป์” ปมพยายามปลด ชี้บั่นทอนอิสระ-เสี่ยงกระทบเสถียรภาพการเงินสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 สิงหาคม 2568 เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ลิซา คุก" ผู้ว่าการเฟด ยื่นฟ้องต่อศาลสหรัฐขอคำสั่งห้ามชั่วคราว หลังทรัมป์พยายามปลดจากตำแหน่งโดยอ้างข้อกล่าวหาฉ้อโกงจำนอง ชี้บั่นทอนอิสระ-เสี่ยงกระทบเสถียรภาพการเงินสหรัฐ

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 23.51 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ลิซา คุก (Lisa Cook) ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ได้ยื่นฟ้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่า ความพยายามในการปลดเธอจากตำแหน่งเป็นการช่วงชิงอำนาจ (power grab) ที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรง (irreparable harm) ต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

ลิซา คุก โต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงจำนองที่ทรัมป์อ้างว่าเป็นเหตุผลในการปลด โดยชี้ว่าเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อยึดอำนาจการควบคุมเฟด การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบเดิมที่ทรัมป์เคยทำมาแล้ว ทั้งความพยายามบังคับให้เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ลาออก และกดดันเฟดให้ลดอัตราดอกเบี้ย

ลิซา คุก ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาเจีย คอบบ์ (Jia Cobb) แห่งศาลแขวงสหรัฐ กรุงวอชิงตัน เพื่อขอคำสั่งห้ามชั่วคราว (temporary restraining order) ไม่ให้การปลดเธอมีผลระหว่างการพิจารณาคดี โดยระบุว่าคำสั่งดังกล่าวจำเป็นเพื่อรักษาสถานะเดิมของเฟดและคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

อับบี โลเวลล์ (Abbe Lowell) ทนายความของคุก กล่าวว่า “ผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้นของประธานาธิบดีมักขัดแย้งกับนโยบายการเงินที่รอบคอบ …คณะกรรมการผู้ว่าการที่เป็นอิสระทางการเมืองสามารถตัดสินใจที่เหมาะสม แม้อาจไม่เป็นที่นิยม เช่น การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพทางการเงินระยะยาวของประเทศ”

ผู้พิพากษาคอบบ์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กำหนดนัดไต่สวนฉุกเฉินในเช้าวันศุกร์

ความขัดแย้งเฟด–ทำเนียบขาวทวีความรุนแรง

คดีความครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการปะทะระหว่างทำเนียบขาวกับเฟด ซึ่งปฏิเสธแรงกดดันของทรัมป์ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย ด้านทรัมป์ยืนยันว่ามีเหตุผลอันชอบธรรม (cause) ในการปลดลิซา คุก โดยกล่าวหาว่าเธอเคยถูกกล่าวหาว่าโกหกในเอกสารทางการเงิน

คุช เดไซ (Kush Desai) โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า “ประธานาธิบดีได้ตัดสินว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะปลดผู้ว่าการซึ่งถูกกล่าวหาอย่างน่าเชื่อถือว่ากุเรื่องเอกสารการเงินออกจากตำแหน่งอ่อนไหวที่กำกับสถาบันการเงิน การปลดด้วยเหตุผลจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบของคณะผู้ว่าการเฟดต่อทั้งตลาดและประชาชนอเมริกัน”

โดยคำฟ้องของลิซา คุก ไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องจำนองอย่างชัดเจน แต่ได้เสนอแนวทางป้องกัน โดยระบุว่าบางส่วนของเอกสารกู้จำนองอาจถูกกรอกผิดโดยไม่เจตนา

อย่างไรก็ตามคุกยืนยันว่าพฤติกรรมดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริง ไม่เข้าข่ายเหตุผลในการปลด ภายใต้กฎหมาย Federal Reserve Act เนื่องจากยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และเกิดขึ้นก่อนที่วุฒิสภาจะให้สัตยาบันแต่งตั้ง จึงไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน

คำฟ้องชี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ลิซา คุกระบุว่าความพยายามของทรัมป์ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและผิดกฎหมาย โดยหากการปลดมีผลจริง จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คณะผู้ว่าการเฟด และจะบ่อนทำลายความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และสุดท้ายจะกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินประเทศ

เธอยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อดำรงตำแหน่งจนหมดวาระปี 2581 และขอให้ศาลสั่งห้ามเฟดปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดี

มิติทางการเมืองและตลาดการเงิน

คำตัดสินที่จะออกมาในอีกไม่กี่วันหรือสัปดาห์ข้างหน้าอาจเพิ่มความกังวลของนักลงทุน ว่าความพยายามของทรัมป์จะทำลายความเป็นอิสระของเฟด ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของตลาดสหรัฐฯ และความน่าเชื่อถือด้านเครดิตของประเทศ

ลิซา คุกยกตัวอย่างปฏิกิริยาของตลาดว่าเป็นหลักฐานยืนยันความสำคัญของการรักษาอิสระของเฟด โดยระบุว่า “ทันทีที่ทรัมป์ประกาศปลดคุก ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลหลัก”

คุกยื่นฟ้องเพียงไม่กี่วันหลังจากทรัมป์โพสต์จดหมายในโซเชียลมีเดีย แจ้งว่าได้ปลดเธอออกจากตำแหน่งทันที เนื่องจากพฤติกรรม “หลอกลวงและอาจเข้าข่ายอาชญากรรมทางการเงิน”

โพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากบิล พัลท์ (Bill Pulte) ผู้อำนวยการ Federal Housing Finance Agency กล่าวหาว่าคุกโกหกในคำขอกู้ปี 2564 สำหรับอสังหาริมทรัพย์สองแห่งในรัฐมิชิแกนและจอร์เจีย โดยอ้างว่าแต่ละแห่งจะถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลักเพื่อรับสิทธิประโยชน์ด้านเงื่อนไขกู้ ทั้งที่ยื่นห่างกันเพียง 2 สัปดาห์

คำฟ้องระบุว่าคุกไม่เคยได้รับโอกาสตอบข้อกล่าวหาก่อนที่พัลท์จะส่งเรื่องต่อให้มีการสอบสวนทางอาญา และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการตั้งข้อหากับเธอ

กฎหมาย “for cause” และเดิมพันทางการเมือง

คดีนี้อาจขึ้นอยู่กับการตีความว่าเหตุผลอันชอบธรรม (for cause) ภายใต้กฎหมาย Federal Reserve Act ให้อำนาจประธานาธิบดีมากน้อยเพียงใด โดยกฎหมายปี 1913 ระบุว่าสามารถปลดผู้ว่าการเฟดได้หากมีเหตุผล แต่ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าหมายถึงอะไร

โดยทั่วไป คำว่า “for cause” มักหมายถึง 3 กรณี ได้แก่

  • การไร้ประสิทธิภาพ (inefficiency)
    • การละเลยหน้าที่ (neglect of duty)
    • การประพฤติมิชอบ (malfeasance) ในการปฏิบัติหน้าที่

ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าข้อกล่าวหาเรื่องจำนองที่มีต่อคุกจะเข้าข่ายหรือไม่

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก การเงินธนาคาร

ตลาดหุ้นเอเชีย ปิดผสม 29 ส.ค. นิกเกอิ-KOSPI อ่อนตัว ขณะเซี่ยงไฮ้-ฮั่งเส็งฟื้นแรงซื้อหุ้นเทคฯ

36 นาทีที่แล้ว

เอกชน ชี้ “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ กระทบเสถียรภาพ ต้องตั้งรัฐบาลใหม่ให้เร็ว

49 นาทีที่แล้ว

ธปท. ชี้คดีนายกฯ ไม่กระทบเศรษฐกิจ ย้ำความต่อเนื่องของนโยบายสำคัญกว่า

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ETL เล็งขยายเส้นทาง จีน-เวียดนาม-เอเชียกลาง รับไฮซีซั่นโลจิสติกส์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความธุรกิจ-เศรษฐกิจอื่น ๆ

'หุ้นไทย' รูดท้ายตลาดปิดลบ 13.48 จุด หลัง 'อิ๊งค์' พ้นนายก คณะรัฐมนตรีหลุดทั้งคณะ

Khaosod

“เอกชน” หวั่นสุญญากาศทางการเมือง ฉุดจีดีพี ครึ่งปีหลังโตต่ำกว่า 1%

อีจัน

ธปท.ออกธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 50 และ 100 บาท เริ่มใช้ 21 พ.ย.

Thai PBS

“หอการค้าไทย” ขอเร่งหานายกรัฐมนตรีใหม่ ห่วงการเมืองซ้ำเติมเศรษฐกิจกระทบเป็นลูกโซ่

เดลินิวส์

หุ้นไทยรูดท้ายตลาด ปิดลบ 13.48 จุด ผวา อิ๊งค์-ครม.หลุดทั้งคณะ เซ่นปมคลิปเสียง

MATICHON ONLINE

ราคาทองวันศุกร์ที่ 29 ส.ค.2568 ปิดการซื้อขาย ขึ้น 250 บาท

PPTV HD 36

วัน แบงค็อก ร่วมกับ ชนินทร์ เปิดตัว ‘Twenty & Above’ แห่งแรกของไทย

ฐานเศรษฐกิจ

“แฉสนั่นวอลล์สตรีท” ธนาคารสหรัฐฯ ฟอกเงิน 312 พันล้านดอลลาร์ การเมืองยังโยนบาปให้คริปโต

Manager Online

ข่าวและบทความยอดนิยม

Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...