โบรกมอง SET แพนิกระยะสั้น แนะหาจังหวะซื้อ 32 หุ้นเด่น มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ส.ค.68) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และสั่งให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทย โดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า จำกัด ประเมินว่า SET Index อาจปรับตัวลงราว 10 จุดก่อนฟื้นกลับในช่วงท้าย ขณะที่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่คาดว่าจะใช้เวลา 3-5 วัน และอาจได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริงจำกัด ระบุว่า แม้สถานการณ์การเมืองจะผันผวน แต่กระบวนการงบประมาณปี 2569 จะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และเตรียมเข้าสู่วุฒิสภาในวันที่ 1-2 ก.ย. โดยแนะนำทยอยสะสมหุ้นเป้าหมายฟันด์โฟลว์ต่างชาติ เช่น ADVANC, GULF, SCB, CPALL, BDMS รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์นโยบายรัฐ เช่น SCC, SCCC, DCC, TASCO, CK และ STECON
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO มองว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวกดดันตลาดในระยะสั้น คาด SET Index แกว่งตัวลงทดสอบแนวรับ 1,230 จุด และหากการโหวตนายกฯ ล่าช้า อาจลงไปที่ 1,200-1,220 จุด แต่ชี้ว่าความผันผวนเป็นโอกาสลงทุน โดยหุ้นเชิงรับที่คาด Outperform ได้แก่ ADVANC, CPALL, BDMS, BH, BCH, GPSC, GULF หุ้นปันผลเด่น EGCO, ICHI, MC, SCCC, BBL, SCB, KTB, TVO และหุ้น Global Plays อย่าง PTT, PTTEP, ITC, PRM และ SJWD
ทั้งนี้อ้างอิงสถิติ 4 ครั้งล่าสุด เมื่อการเลือกนายกฯ มีความชัดเจน ดัชนี SET มักปรับขึ้นเฉลี่ย 2.8-4.4% ภายใน 2-4 สัปดาห์ถัดมา
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ช่วงจัดตั้งรัฐบาลอาจเป็นจุดเปราะบางของตลาด ดัชนี SET มีโอกาสลงไปทดสอบ 1,180-1,200 จุด ก่อนจะฟื้นเมื่อมีความชัดเจนเรื่องผู้นำคนใหม่ โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำหันไปลงทุนหุ้นที่อิงรายได้ต่างประเทศ เช่น MINT, IVL, PTTGC, SCC และ SCGP รวมถึงหุ้นที่อิงราคาน้ำมันและค่าการกลั่น ได้แก่ BCP, PTTEP, SPRC และ TOP