ตลท. เผยครึ่งแรกปี 68 บจ.SET มีกำไรพุ่ง 15.4% รับอานิสงส์อัตราดบ.ลดลง - ปรับโครงสร้างธุรกิจ
ตลท. เผยครึ่งแรกปี 68 บจ.SET มีกำไรพุ่ง 15.4% รับอานิสงส์อัตราดบ.ลดลง - ปรับโครงสร้างธุรกิจ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 ส.ค. 68 17:48 น.
ตลท. เผยครึ่งแรกปี 68 บจ.SET มีกำไรพุ่ง 15.4% รับอานิสงส์อัตราดอกเบี้ยลดลงและธุรกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้พิเศษ แม้รายได้อ่อนตัวเล็กน้อยราว 6.5% ฟาก บจ. mai กำไรลดลง 42.7%
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บจ. จำนวน 809 บริษัท คิดเป็น 98.5% จากทั้งหมด 821 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 30 มิถุนายน 2568 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 68 พบว่ามี บจ.รายงานกำไรสุทธิ 591 บริษัท คิดเป็น 73.1% ของ บจ.ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 68 เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน บจ. ใน SET มียอดขาย 8,342,603 ล้านบาท ลดลง 6.5% ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลง 6.0% และ 0.8% ตามลำดับ ทำให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) 794,606 ล้านบาท ลดลง 16.3%
อย่างไรก็ดีจากความพยายามควบคุมการใช้เงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง 11.3% อีกทั้งมีธุรกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้พิเศษ เช่น กำไรจากการควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้างธุรกิจ และการลงทุน ส่งผลให้ บจ. มีกำไรสุทธิ 589,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% ทั้งนี้หากไม่รวมธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ บจ.มียอดขายและกำไรจากการดำเนินงาน ลดลงเล็กน้อย 0.7% และ 2.3% ตามลำดับ
ด้านฐานะการเงินของกิจการ ณ วันที่ 30 มิ.ย.68 บจ. ไทยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.49 เท่า ลดลงจาก 1.59 เท่า ณ ช่วงเดียวกันในปีก่อน
ภาพรวมครึ่งแรกของปี 68 บจ. ไทย ที่เติบโตได้ดี ยังคงเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค และการบริการ ได้แก่ 1) หมวดอาหารและเกษตร ซึ่งได้รับผลบวกจากราคาเนื้อสัตว์และอัตรากำไรที่ดีขึ้น รวมถึงราคายางที่ปรับสูงขึ้น 2) หมวดค้าปลีกและโรงพยาบาล ยังคงเติบโตจากยอดการใช้จ่ายในประเทศ และ 3) หมวดโทรคมนาคม ได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้ Data และ Internet เพิ่มตามแนวโน้มการปรับสู่สังคม Digital ที่เติบโต อย่างไรก็ตาม บจ. ไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากราคาน้ำมันลดลง ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกระทบ บจ. ในธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ และกลุ่มที่มีการขายอ้างอิงสกุลเงินต่างประเทศ จึงทำให้ผลการดำเนินงานรวมชะลอลงจากปีก่อน นายอัสสเดช กล่าว
ส่วนด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน ปี 68 มียอดขายรวม 100,869 ล้านบาท ลดลง 3.9% ต้นทุนขาย 74,388 ล้านบาท ลดลง 3.8% ทำให้มีกำไรขั้นต้น 26,482 ล้านบาท ลดลง 4.1% ทั้งนี้ บจ. มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน 6,356 ล้านบาท ลดลง 19.3% และมีกำไรสุทธิรวม 3,195 ล้านบาท ลดลง 42.7%
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ