สหรัฐฯยกเลิกหลักเกณฑ์ ‘de minimis’ ถาวร เตรียมเก็บภาษีพัสดุขนาดเล็ก 80-200 ดอลล์ นาน 6 เดือน
สหรัฐฯยกเลิกหลักเกณฑ์ de minimis ถาวร เตรียมเก็บภาษีพัสดุขนาดเล็ก 80-200 ดอลล์ นาน 6 เดือน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 ส.ค. 68 17:27 น.
สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นการถาวร มีผลเที่ยงคืนของวันนี้ (29 ส.ค.) เป็นต้นไป ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าที่จะส่งมายังสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้านทำเนียบขาวชี้ หนุนรายได้เข้าประเทศมากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) เริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าปกติสำหรับพัสดุนำเข้าจากทั่วโลกทั้งหมด ตั้งแต่เวลา 00:01 น. ของวันศุกร์ (ตามเวลาสหรัฐฯ) พร้อมเสนอให้เก็บภาษีในอัตราคงที่ ในระดับ 80-200 ดอลลาร์สหรัฐต่อพัสดุหนึ่งชิ้น ที่ส่งจากต่างประเทศเป็นเวลานานหกเดือน
การยกเลิกดังกล่าวเป็นการสานต่อจากคำสั่งเมื่อเดือนพ.ค. ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งยกเลิกหลักเกณฑ์ de minimis สำหรับภาษีพัสดุที่ส่งจากจีนและฮ่องกงในเดือนพ.ค. เพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าสารเฟนทานิลและสารตั้งต้นเข้าสู่สหรัฐฯ
ปีเตอร์ นาวาร์โร (Peter Navarro) ที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า "การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยุติช่องโหว่จากหลักเกณฑ์ de minimis ที่สร้างความเสียหายนี้ จะช่วยชีวิตชาวอเมริกันได้หลายพันคนจากการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสารเสพติดและสินค้าอันตรายอื่น ๆ และจะเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีนำเข้าได้มากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี"
ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอีกรายกล่าว การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นถาวร แม้จะมีความพยายามฟื้นฟูมาตรการยกเว้นภาษีกลับมาใช้กับประเทศคู่ค้าที่น่าไว้วางใจก็ไม่มีทางสำเร็จ
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ยกเว้นภาษี de minimis บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1938 โดยเริ่มที่สินค้ามูลค่า 5 ดอลลาร์ที่นำเข้ามาเพื่อเป็นของขวัญ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 200 เรื่อยมาจนถึง 800 ดอลลาร์ในปี 2015 เพื่อส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กในตลาดอีคอมเมิร์ซ แต่กลับกลายเป็นว่า การจัดส่งสินค้าโดยตรงจากจีนได้เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในช่วงที่ดำรงตำแหน่งสมัยแรก ทำให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ Direct-to-consumer ที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคในฝั่งอีคอมเมิร์ซอย่าง Shein และ Temu
ขณะที่องค์กรด้านสิ่งทอแห่งสหรัฐฯ (National Coalition of Textile Organizations) ออกมาพูดถึงความเคลื่อนไหวนี้ว่า เป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของภาคการผลิตของสหรัฐฯ เพราะเป็นการปิดช่องโหว่การหลีกเลี่ยงภาษีของธุรกิจฟาสต์แฟชั่นจากต่างประเทศ โดย CBP ประเมินว่าจำนวนพัสดุที่นำเข้ามาในสหรัฐฯ โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษี de minimis เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า จาก 139 ล้านชิ้นในปีงบประมาณ 2015 เป็น 1.36 พันล้านชิ้นในปี 2024 หรือประมาณเกือบ 4 ล้านชิ้นต่อวัน
ที่มา Reuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ