โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แบรนด์ชินวัตรจบสิ้นแล้ว? อ่านความเห็นนักวิเคราะห์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน ‘แพทองธาร’

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
แบรนด์ชินวัตรจบสิ้นแล้ว? อ่านความเห็นนักวิเคราะห์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญถอดถอน ‘แพทองธาร’

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถอดถอนแพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากปมคลิปเสียงสนทนาระหว่างเธอกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่รั่วไหลออกมา กลายเป็นประเด็นร้อนล่าสุดทางการเมืองของไทย

โดยสื่อต่างชาติหลายสำนักจับตามองเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในมุมต่างๆ โดยเฉพาะในแง่เศรษฐกิจ อนาคตการเมืองไทย และอนาคตของตระกูลชินวัตร

ขณะที่นักวิเคราะห์บางราย มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและปัจจัยจากความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของแพทองธาร สะท้อนให้เห็นว่า “แบรนด์ชินวัตรจบสิ้นแล้ว”

แบรนด์ชินวัตรจบสิ้นแล้ว

สำนักข่าว Al Jazeera เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นพนธ์ จาตุศรีพิทักษ์ นักวิจัยและรักษาการผู้ประสานงานโครงการไทยศึกษา จากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ซึ่งมองว่า “แบรนด์ชินวัตรจบสิ้นแล้ว”

เขามองว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร แต่ความล้มเหลวของรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทยและแพทองธาร ในการรักษาคำมั่นสัญญาทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทำให้แบรนด์ชินวัตร ‘ตกอยู่ในอันตราย’

“พรรคเพื่อไทยพึ่งพามรดกของชินวัตรอย่างมาก แม้แต่ความเป็นผู้นำที่มีเสน่ห์ซึ่งทักษิณมักอ้างถึง ก็ถูกกัดกร่อนลงด้วยความไร้เดียงสาของแพทองธารที่ถูกนำมาแสดงต่อสาธารณชนในระดับโลก” เขากล่าว โดยอ้างถึงคลิปสนทนาระหว่างเธอกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่รั่วไหลออกมา

ขณะที่ ผศ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า “การแทรกแซงของศาลได้กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน”

เขาเชื่อว่า “ผลการวินิจฉัยคดีของแพทองธารนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อโต้แย้งทางกฎหมาย แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งทางการเมือง”

“เรื่องนี้ไม่เคยเป็นเรื่องของกฎหมาย แต่มันเป็นและเคยเป็นคดีทางการเมือง”

ด้านสำนักข่าว BBC เผยแพร่บทความของโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มองว่า การถอดถอนแพทองธาร ทำให้เกิดความเชื่ออย่างกว้างขวางในประเทศไทยว่า ศาลมักจะตัดสินลงโทษผู้ที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อฝ่ายอนุรักษ์นิยมและสนับสนุนสถาบันฯ และชี้ว่า มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่การเมืองถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยฝ่ายตุลาการ

บทความของเฮดระบุว่า “ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดฮุนเซน จึงเลือกที่จะทำลายมิตรภาพของเขากับครอบครัวชินวัตร เขาได้ตอบโต้อย่างโกรธเคืองต่อความคิดเห็นของแพทองธารที่กล่าวหาว่า ผู้นำกัมพูชา “ไม่เป็นมืออาชีพ” จากการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อผลักดันข้อโต้แย้ง

สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ยังคงมีการตั้งข้อสังเกตว่าใครจะได้รับเลือก

เฮดชี้ว่า “การเลือกตั้งใหม่นั้นดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ชัดเจนสำหรับความวุ่นวายทางการเมืองของไทย ณ ปัจจุบัน แต่พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการเช่นนั้น เนื่องจากหลังจากทำหน้าที่รัฐบาลมาสองปี พรรคยังไม่สามารถทำตามสัญญาในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้”

“แพทองธารผู้ไร้ประสบการณ์ แม้จะยังเยาว์วัย แต่เธอก็ไม่สามารถสถาปนาอำนาจที่แท้จริงเหนือประเทศชาติได้ โดยคนไทยส่วนใหญ่มักคิดว่าพ่อของเธอเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ทั้งหมด”

นักวิเคราะห์มองผลกระทบเศรษฐกิจไทย

ด้านสำนักข่าว Reuters รวบรวมความเห็นจากหลายนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งหลายคนมีท่าทีต่อการที่ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนแพทองธาร ว่าส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

เอริกา เทย์ นักเศรษฐศาสตร์จาก MAYBANK INVESTMENT BANKING GROUP ในสิงคโปร์ มองว่า ภาวะผู้นำทางการเมืองของไทยที่มีความผันผวน จะส่งผลให้ความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และการปฏิรูปในระยะกลางต้องเผชิญกับอุปสรรค

ขณะที่เธอมองว่า “จุดเด่นของเศรษฐกิจไทยนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 คือซัพพลายเชนหรือฐานการผลิตที่ย้ายมาจากจีน แต่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอาจชะลอตัวลง หากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความต่อเนื่องของนโยบาย”

แกรี่ แทน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก ALLSPRING GLOBAL INVESTMENTS ในสิงคโปร์ ชี้ว่า “การถอดถอนแพทองธารนั้นเป็นที่คาดการณ์อย่างกว้างขวางจากตลาด และเป็นการตอกย้ำถึงความเปราะบางทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมาหลายปี”

“ด้วยการเติบโตที่ยังคงอยู่ที่ระดับเกือบ 2 เปอร์เซ็นต์ และอุปสรรคเชิงโครงสร้างด้านการส่งออกและประชากร เหตุการณ์ล่าสุดนี้จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่นักลงทุนทั่วโลกไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว”

คลิฟฟอร์ด เลา ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนด้านสกุลเงิน บริษัท WILLIAM BLAIR INVESTMENT MANAGEMENT สิงคโปร์ กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายครั้ง ซึ่งนักการเมืองก็เข้ามาแล้วก็ออกไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงสร้างความไม่สะดวกและก่อให้เกิดความวอกแวกโดยไม่จำเป็นต่อรัฐบาล ซึ่งในความเห็นของเรา พวกเขาควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ยังคงค้างคาอยู่ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และการบริโภคภาคเอกชน”

ขณะที่ โมฮิต มีร์ปูรี ผู้จัดการกองทุน SGMC CAPITAL สิงคโปร์ มองว่า “ขณะนี้ตลาดได้พิจารณาคำตัดสินของศาลอย่างราบรื่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเสียงรบกวนทางการเมืองได้ถูกนำมาพิจารณาในเบี้ยประกันความเสี่ยงของไทยแล้ว นักลงทุนให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอก เช่น ภาษีศุลกากร การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความต้องการลงทุนที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง”

“ในระยะสั้น เสถียรภาพจะมีความสำคัญมากกว่าบุคลิกภาพ แต่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับภารกิจที่ยากกว่าในการฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน”

เกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.ซีจีเอส ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ให้ความเห็นกับ Reuters ว่า “ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังว่าแพทองธาร จะผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้” และมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดหรือเศรษฐกิจ

“ผมคิดว่ารัฐสภาจะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในต้นสัปดาห์หน้า เราเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะพยายามรักษาการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลชุดเดิมจึงยังคงมีแนวโน้มที่จะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ดังนั้น ในกรณีนั้น นโยบายต่างๆ จะไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เว้นแต่พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้” เขากล่าว

ขณะที่ รักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ชี้ถึงผลการประเมินเบื้องต้น ว่าการถอดถอนแพทองธาร อาจส่งผลกระทบเชิงลบในระยะสั้นต่อความเชื่อมั่นของตลาด เนื่องจากขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า นักการเมืองจะเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างไร

ขณะที่ ตรินห์ เหงียน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันการเงิน NATIXIS ฮ่องกง มองว่า “ประเทศไทยจะเผชิญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งคาดการณ์ไว้แล้ว ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่ใช่ข่าวใหม่ ธนาคารแห่งประเทศไทย มีแนวโน้มที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความไม่แน่นอนทางการเมือง”

อ้างอิง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก THE STANDARD

ในวันที่ไทยยังนิ่ง? 50 ปีหลังไฟสงคราม เวียดนามเดินหน้าสู่ ‘เสือเศรษฐกิจเอเชีย’ ด้วยแผนปฏิรูปประเทศครั้งประวัติศาสตร์

38 นาทีที่แล้ว

กัณวีร์พร้อมใช้ 1 เสียง โหวตหนุนนายกฯ ที่ให้คำมั่นแก้ รธน.-ปัญหาชายแดน เผยขอเลือกอนุทินแทนชัยเกษม เหตุเพื่อไทยหมดความชอบธรรม

47 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความทั่วไปอื่น ๆ

โฆษกอัยการเผย คืนสำนวนคดี “หมอแอร์”กับพวก 23 คน จำหน่ายยาเสียสาวให้ตำรวจ ปส.รวบรวมพยานให้ครบถ้วน

Manager Online

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา 'พายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย' ฉบับที่ 2

JS100 - Post&Share

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญปี 68 “บิ๊กป้อม” หัวหน้า “สันติ” คัมแบ๊กเลขาฯ

Manager Online

"กรมพัฒนาที่ดิน" โชว์งานวิจัยสร้างนวัตกรรมดิน-น้ำช่วยเกษตรกร

NATIONTV

ตร.ภาค1 รวบเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่นนทบุรี ยึดยาบ้าได้กว่า 3.2ล้านเม็ด

สยามรัฐ

‘อนุทิน‘ ขนแกนนำ ‘ภูมิใจไทย’ เข้าคุย ‘กล้าธรรม’ ขอเสียงโหวตหนุนนั่งนายกฯ

The Bangkok Insight

แห่ชมเกมไทย-ญี่ปุ่น วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก2025

สำนักข่าวไทย Online

“อนุทิน” ไปทาบ “กล้าธรรม” มี “นฤมล-ไผ่” รอต้อนรับ

สำนักข่าวไทย Online

ข่าวและบทความยอดนิยม

ปิดฉากเส้นทางการเมืองนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทย เศรษฐกิจยังมีหวังอยู่ไหม จะไปต่ออย่างไร?

THE STANDARD

ทักษิณ ครอบครัวชินวัตร สส. เข้าพรรคเพื่อไทย ให้กำลังใจ ‘แพทองธาร’ ด้านอดีตนายกฯ ขออย่าหมดกำลังใจ

THE STANDARD

ประมวลภาพบรรยากาศพรรคภูมิใจไทย ต้อนรับแกนนำหลายขั้วการเมืองตบเท้าเข้าพบ หลังแพทองธารพ้นตำแหน่ง

THE STANDARD
ดูเพิ่ม
Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...