“ธนาธร” ยอมรับคุย “ทักษิณ” มาขอเสียงโหวตหนุน “ชัยเกษม”
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 31 สิงหาคม 2568 เวลา 4.21 น. • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • สำนักข่าวไทย อสมทโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ 30 ส.ค. – “ธนาธร” ยอมรับเมื่อเช้าเจอตัวและคุยกับ “ทักษิณ” เผยมาหารือขอเสียงโหวตหนุน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ โยนพรรค ปชน.ตัดสิน ชี้ประเทศต้องมาก่อน หลัง “สุริยะ-พงศ์กวิน” หวังใช้นามสกุลดีล บอกข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยอมรับว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) ตนเองได้เจอกับนายทักษิณ ต่อหน้า และได้พูดคุยกับนายทักษิณ หลังจากที่ได้รับการติดต่อมาเพื่อขอคุยตั้งแต่เมื่อวาน (29 ส.ค.) ซึ่งนายทักษิณ ได้มาปรึกษาหารือต่อกรณีที่พรรคประชาชนจะยกมือสนับสนุนให้นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ และตนได้ตอบไปว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนเรื่องนี้อย่างชัดเจน และพรรคประชาชนได้แถลงจุดยืนเรื่องนี้มา 2 เดือนแล้ว ในเรื่องของทีโออาร์ หรือเงื่อนไขของการยกมือสนับสนุนผู้ใดผู้หนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเงื่อนไข คือ ยุบสภาภายใน 4 เดือน และจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จ นี่เป็นสิ่งที่ตนเองได้บอกกับนายทักษิณไป
เมื่อถามว่า กังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ นายธนาธร ระบุว่า พรรคประชาชนมีเงื่อนไขที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยจะยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้หรือไม่ หากพรรคเพื่อไทยยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้ ก็ไม่ต้องมาคุยกับตน ไปคุยกับหัวหน้าพรรคได้เลย ซึ่งหัวหน้าพรรคได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า ยังไม่มีการติดต่อหรือนัดหมายจากพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการมาที่พรรคประชาชน
นายธนาธร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อาจจะทำให้คุยกันในตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ได้มากกว่านั้น ว่า นายสุริยะเป็นอา และตนเองกับนายพงศ์กวิน เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ด้วยความเคารพทั้งสองท่านเป็นญาติกัน แต่เรื่องปัญหาของบ้านเมืองไม่ได้ใช้จุดนี้มาคุยกัน และยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อพูดคุยจากทั้งสองคน
ส่วนพรรคประชาชนยังไม่ปิดประตูเลือกนายชัยเกษม ใช่หรือไม่ นายธนาธร ระบุว่า หัวหน้าพรรคประชาชนได้ตอบชัดเจนแล้ว
ส่วนพรรคประชาชนจะเลือกพรรคไหนในมุมมองของนายธนาธร เข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคประชาชนยื่นทีโออาร์ มีเงื่อนไขขึ้นมา ไม่ได้อยากมีอำนาจหรืออยากเป็นรัฐบาล และพรรคประชาชนยังเป็นฝ่ายค้านเช่นเดิม แต่สิ่งที่พรรคประชาชนต้องการคือ การพาประเทศไปข้างหน้า เพราะด้วยสภาในปัจจุบันไม่มีกลุ่มการเมืองไหนที่มีความชอบธรรม และมีศักยภาพเพียงพอที่จะพาประเทศไปข้างหน้า ไม่มีใครที่จะมีความสามารถในการแก้ปัญหาของประเทศได้ ทั้งการแก้ปัญหายาเสพติด และการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงปัญหาทางการเมือง ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ การคืนอำนาจให้พรรคประชาชนด้วยการยุบสภา ทำให้พรรคประชาชนมีเงื่อนไขแค่ 2 ข้อ ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะหน้า และสิ่งที่ต้องการคือ สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ เพื่อพาประเทศไปข้างหน้า นั่นคือโจทย์ใหญ่ของสังคม
ส่วน 4 เดือน เป็นระยะเวลาการทำประชามติพอหรือไม่ นายธนาธร เชื่อว่า พรรคประชาชนได้คำนวณมาแล้วว่าเพียงพอในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหน พรรคประชาชนอาจจะเจ็บทั้งคู่ เพราะผู้สนับสนุนไม่อยากได้ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย นายธนาธร ยืนยันหนักแน่นว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน ไม่มีกลุ่มไหนรวมเสียงข้างมาก และจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์เช่นนี้ การคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ส่วนจะเลือกใครก็ต้องดูว่า พรรคไหนมีโอกาสทำสิ่งต่างๆ ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน พรรคประชาชนพร้อมรับฟังข้อเสนอ
เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่เรื่องการจะถูกฉีก MOU นายธนาธร ระบุว่า ต้องให้ประชาชนตัดสิน หากพรรคไหนรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนไปแล้วไม่ทำตาม ก็ขอให้ประชาชนตัดสิน
ส่วนจะคุยกับพรรคภูมิใจไทยเพิ่มเติมหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ให้ไปถามหัวหน้าพรรคประชาชน เพราะตอนนี้ข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว.-316-สำนักข่าวไทย