ทบ. โต้ CMAA กัมพูชา เผยหลักฐานชัดว่ากัมพูชานำ PMN-2 สภาพใหม่ ทำการวางใหม่ในพื้นที่ชายแดน ไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่ตกค้าง
กรณี CMAA ออกแถลงการณ์โต้ไทย กล่าวหาเรื่องกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดนใกล้ปราสาทตาควาย จนทหารไทยได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 27 ส.ค.68 โดยระบุว่า “ฝ่ายไทยขาดการสอบสวนที่ชัดเจน ไร้หลักฐานน่าเชื่อถือ ขอยืนยันว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีวัตถุระเบิดตกค้าง เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีทุ่นระเบิดมากที่สุดจากสงครามกลางเมืองยุคเขมรแดง กัมพูชายังคงยึดมั่นต่อการหยุดยิงและพันธกรณีในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ตั้งแต่ปี 2543 ยังคงนโยบายไม่ยอมให้มีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างเด็ดขาด” พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้กล่าวถึงแถลงการณ์ดังกล่าวว่า ขอยืนยันว่าเรื่องทุ่นระเบิดฝ่ายไทยมีหลักฐานน่าเชื่อถืออยู่เป็นจำนวนมาก และมั่นใจว่าหลักฐานข้อบ่งชี้ทั้งหมดที่มีนั้น จะทำให้ฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชานำมาทำร้ายฝ่ายไทยนั้น เป็นทุ่นระเบิดเพิ่งนำมาวางใหม่ เป็นของใหม่ และไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่หลงเหลือตกค้างมาจากสงครามในอดีตอย่างแน่นอน ด้วยข้อพิสูจน์ที่สามารถบ่งชี้ได้ดังนี้ จากการวิเคราะห์สืบค้นประวัติของทุ่นระเบิดที่มีโครงสร้างพลาสติกแบบ PMN-2 นั้น ไม่เคยมีใช้ในยุคสงครามกลางเมืองกัมพูชาอย่างแน่นอน กำเนิดขึ้นมาคนละห้วงเวลา จากประวัติของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสมัยสงครามในบริเวณพื้นที่นี้ โดย TMAC จำนวนหลายพันลูกที่ไทยเก็บกู้ได้ และได้มีสรุปรายงานให้ฝ่ายเลขานุการอนุสัญญาออตตาวาได้รับทราบไปแล้วเมื่อปี 2563 ก็ไม่เคยพบว่ามีทุ่นระเบิด PMN-2 ชนิดนี้อยู่ในกลุ่มทุ่นระเบิดที่ตกค้างจากสงครามในอดีต จากคลิปที่ได้ข้อมูลจากโทรศัพท์ของทหารกัมพูชาในพื้นที่การรบ พบว่าเนื้อหาในคลิปเป็นลักษณะการสอนอธิบายวิธีการติดตั้งและวางทุ่นระเบิดชนิดนี้ ทั้งองค์ประกอบภาพและเสียงสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนว่ากัมพูชาใช้อาวุธทุ่นระเบิดรุ่นนี้ทำร้ายฝ่ายไทย จากการโพสต์ภาพลงสื่อสังคมออนไลน์โดยประชาชนของกัมพูชาเอง ที่ไปถ่ายภาพที่ระลึกบริเวณปราสาทตาควาย และได้นำภาพไปโพสต์ลงโซเชียลเมื่อ 30 ก.ค.68 โดยในภาพปรากฏเห็นมีพวงทุ่นระเบิด PMN-2 ร่วมอยู่ในภาพด้วย และจากคลิปที่ได้จากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผย ให้เห็นภาพวิดีโอพร้อมเสียงสนทนาของทหารกัมพูชาที่กำลังเก็บรื้อถอนเพื่อเคลื่อนย้ายจุดติดตั้งทุ่นระเบิด PMN-2 เพื่อนำไปลอบวางในพื้นที่ใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ที่ทำให้สังคมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเชื่อว่า กัมพูชาคือผู้ที่ใช้อาวุธทำร้ายฝ่ายไทยมาโดยตลอด แม้ว่าในปัจจุบันจะอยู่ในช่วงเวลาของข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงมีความพยายามที่จะละเมิดฯ อยู่