โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กองทัพตั้งเป้าปรับลด “นายพล” 756 คน เหลือ 378 คน

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS
“พล.อ.ณัฐพล” ระบุปัญหาการเมืองในประเทศ จากกรณี “แพทองธาร” ถูกศาลฯ วินิจฉัยให้พ้นจากนายกฯ ไม่ส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการประชุม GBC ต้นเดือนก.ย.นี้ ย้ำปรับย้ายทหารผ่านบอร์ดกลาโหมลงตัวเรียบร้อย-ไม่มีความขัดแย้ง

วันนี้ (28 ส.ค.2568) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ระบุหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ชี้แจงในที่ประชุมสภากลาโหมว่า ก่อนการประชุมสภากลาโหม ได้พิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นพล ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งพูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่องแล้ว และวันนี้เป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น

คำนึงถึงแผนปรับลดนายพลตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิจากปี 2551 มี 756 คน ตั้งเป้าหมายให้เหลือ 378 คนในปี 2571 ทั้งหมด เป็นเป้าหมาย

นอกจากนี้ได้พิจารณาตำแหน่งผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของเหล่าทัพ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพเสนอขึ้นมา ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือผู้บัญชาการเหล่าทัพที่จะเกษียณ ให้ร่วมกันสร้างคน และกองทัพที่มีความพร้อมรบในการปฏิบัติการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ดังนั้นการปรับย้ายครั้งนี้ จึงมีความพิเศษตรงที่ต้องพิจารณาเรื่องของความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมไปถึงต้องมีความรู้ความสามารถ และบุคลิกภาพที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีความตึงเครียดตามแนวชายแดนด้านตะวันออก และด้านตะวันตกก็ยังต้องเตรียมการให้พร้อม

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาปรับย้ายในครั้งนี้ และวันนี้ บอร์ดกระทรวงกลาโหมได้ลงนามร่วมกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ขอบคุณผู้บังคับหน่วยที่ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเน้นย้ำการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีแนวคิดเรื่องการสร้างรั้วว่า ในขั้นการหารือมีการเสนอหลายรูปแบบ เช่น การสร้างเป็นคูคลองเพื่อประหยัดงบประมาณหรือจัดทำเป็นรั้วลวดหนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการจัดทำ

ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็มีการขอจัดทำรั้ว ก็ต้องพิจารณาว่า จุดไหนมีความจำเป็นมากกว่า โดยปัจจุบันคณะทำงานที่เตรียมการประชุมคณะกรรมการ ชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา หรือ GBC กำลังพิจารณาอยู่

พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อถึงสถานการณ์ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ว่า เส้นเขตแดนมีความชัดเจนว่า อยู่ในพื้นที่อธิปไตยไทย ซึ่งจะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุม GBC เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามากลับออกไป แต่จุดยืนในการเจรจาฝ่ายไทย ต้องแสดงถึงความเป็นผู้มีวุฒิภาวะ ในฐานะประเทศที่เจริญ ต้องพูดคุยด้วยเหตุและผล แต่หากพูดคุยแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะต้องพิจารณาในขั้นต่อไป

โดยอาจจะใช้กฎหมายเรื่องการบุกรุกเข้ามาในราชอาณาจักร ของกระทรวงมหาดไทย เป็นหลัก และ ค่อยๆ ยกระดับไปตามขั้นตอน ไม่ใช่การใช้กำลังทหารเข้ากดดัน จึงขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนเพราะชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอยู่ในเขตไทยกว่า 40 ปี การจะผลักดันออกภายในสัปดาห์เดียวอาจจะทำให้ต่างชาติตำหนิได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงอาจจะไม่ถูกใจใครบ้าง แต่จะเน้นแก้ปัญหาด้วยความยั่งยืน

รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุม GBC ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ว่า ยังมีความหวังว่าทางกัมพูชาจะให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพราะจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ RBC ที่ผ่านมาทางกัมพูชาก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพียงแต่ให้นำขึ้นมาหารือในที่ประชุม GBC

พร้อมระบุว่า สถานการณ์การเมืองภายในประเทศ จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากนายกรัฐมนตรี ไม่ส่งผลกระทบต่อวงประชุม GBC เพราะทีมทำงานก็ยังคงเป็นทีมเดิม และยังคงทำต่อไป ไม่ได้มีผลกระทบ

ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพลไม่ขอตอบคำถาม ถึงการเตรียมวางอนาคตทางการเมือง โดยระบุว่า ยังไม่ได้มองอะไรไว้ ตราบใดที่ยังอยู่ในหน้าที่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด แต่หากไม่อยู่ก็ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีคนเก่งอีกมาก ดังนั้นหากไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้แล้ว ก็แสดงว่ารัฐบาลหาคนที่ดีกว่า-เก่งและมีความสามารถมากกว่าได้แล้ว

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาปรับย้ายในครั้งนี้ และ วันนี้บอร์ดกระทรวงกลาโหมได้ลงนามร่วมกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติกระทรวงกลาโหมปี 2551

สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารที่เสนอให้พิจารณาเห็นชอบ คาดว่า พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ

ขณะที่กองทัพบก ซึ่งยังไม่มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารบก เนื่องจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของ 5 เสือทบ.โดยมีชื่อของ พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ ผช.ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ.

พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผบ.นสศ. เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเสนาธิการทหารบก โดยมีชื่อ พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่1 และ พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2

อ่านข่าว : เปิดตุลาการศาล รธน.เสียงข้างมาก 6 : 3 ให้ "แพทองธาร" พ้นนายกฯ

พรรคประชาชนวาง 3 เงื่อนไขนายกฯ ใหม่ ปิดทางนายกฯ คนนอก

"แพทองธาร" เปิดใจหลังพ้นนายกฯ ปมคลิปเสียง ยันทำเพื่อประเทศชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"อนุทิน" คุย "ณัฐพงษ์" รับทุกเงื่อนไขพรรคประชาชน

16 นาทีที่แล้ว

สื่อกัมพูชาตีข่าว "แพทองธาร" พ้นตำแหน่งนายกฯ

30 นาทีที่แล้ว

"ภูมิธรรม" ยันเพื่อไทยเดินหน้าตั้งรัฐบาล ไร้เงา "กล้าธรรม" แถลงพรรคร่วม

33 นาทีที่แล้ว

"อานันท์ ปันยารชุน" นายกฯ ผู้มาพร้อมภารกิจ "ยุบสภา" คืนอำนาจให้คนไทย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

ข่าวและบทความยอดนิยม

ความคิดเห็นมากที่สุด

ดูเพิ่ม